โมเดอร์นฟอร์มจับมือเบเยอร์ ร่วมปรับปรุง “ร้านปัญญาคาเฟ่ สาขาราชเทวี” ตั้งเป้าเพิ่มแทรฟฟิกลูกค้า สร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้พนักงานที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ภายใต้การดูแลของมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์
สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า “ปัญญาคาเฟ่ สาขาราชเทวี เป็นร้านคาเฟ่สาขาต้นแบบของมูลนิธิฯ เพื่อฝึกฝนอาชีพและสร้างโอกาสการจ้างงานแก่บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ก่อตั้งปี 2561
แรกเริ่มก่อนปรับปรุงมียอดขายประมาณ 10-12 แก้วต่อวัน แม้ร้านซึ่งตั้งอยู่หน้าสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิฯ จะมีจุดเด่นด้านโลเคชั่นที่อยู่บริเวณปากซอยเพชรบุรี 12 ห่างจากบีทีเอส สถานีราชเทวี เพียง 200 เมตร
โดยหลังการรีโนเวต มูลนิธิฯ, โมเดอร์นฟอร์ม, เบเยอร์ ตั้งเป้าให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 70 แก้วต่อวัน ส่วน Non-Beverage นอกจากเบเกอรี่ ก็ยังมีการเสิร์ฟอาหารเช้าเป็นทางเลือกให้ผู้มาใช้บริการเพิ่มเติม

และมีบาริสต้า พนักงานเสิร์ฟ ที่เป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา คอยให้บริการลูกค้าด้วยความอบอุ่นและทุ่มเท พนักงานบางคนที่เป็นบุคคลฯ ยังมีอายุงานถึง 10 ปีอีกด้วย ร้านฯ เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08:00-17:00 น.
หากการดำเนินงานเป็นไปตามเป้า โมเดิร์นฟอร์ม และเบเยอร์ก็จะมองถึงการเข้าไปช่วยปรับปรุงสาขาอื่น ๆ ของร้านปัญญาคาเฟ่ที่มีอยู่ 8 แห่ง และสาขาเตรียมเปิดใหม่ โดยแต่ละสาขาจะมีพี่เลี้ยง 1 คน สำหรับดูแลเรื่องการเงินภายในร้าน
กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โมเดอร์นฟอร์ม และเบเยอร์ เห็นถึงศักยภาพของ “ร้านปัญญาคาเฟ่ สาขาราชเทวี” ซึ่งพร้อมขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นในเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่างของบุคคล (DEI) จึงได้ร่วมมือกันปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงคาเฟ่แห่งนี้
โดย โมเดอร์นฟอร์ม ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำของประเทศไทย เป็นผู้ออกแบบตกแต่งและดูแลเรื่องเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงป้ายสัญลักษณ์ทั้งหมดในร้านฯ เพื่อสร้างบรรยากาศทั้งภายในและภายนอกให้ดูสะดุดตา น่าสนใจและดึงดูดผู้ที่ผ่านไปมา

ออกแบบ ตกแต่งพื้นที่ ปรับเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ และเลย์เอาต์ให้ตอบโจทย์รูปแบบการใช้งาน รองรับแทรฟฟิกลูกค้าได้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับมูลนิธิฯ พร้อมทั้งยังรักษาบรรยากาศความอบอุ่นและเป็นมิตรของร้านกาแฟ ด้วยการเลือกใช้โทนสีละมุนตา ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาใช้บริการ นอกจากจะได้ความสดชื่น อร่อยของเครื่องดื่มและขนมแล้ว ยังได้มีโอกาสช่วยเหลือน้อง ๆ บาริสต้า พนักงานเสิร์ฟในร้านฯ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ให้เข้าถึงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ไปพร้อม ๆ กัน
ดร. วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ กล่าวว่า ส่วนของเบเยอร์ การปรับปรุงพื้นที่ “ร้านปัญญาคาเฟ่ สาขาราชเทวี” เป็นการสานต่อปณิธานสีนวัตกรรม รักษ์โลก รักคุณ ร่วมขับเคลื่อนสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
ด้วยการใช้สีเบเยอร์คูล ไดมอนด์ชิลด์ 15 ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากลดโลกร้อน รายแรกและรายเดียวในธุรกิจสีในประเทศไทย เป็นนวัตกรรมสีบ้านเย็น ทั้งภายในและภายนอกของร้านฯ เพื่อร่วมสร้างให้คาเฟ่แห่งนี้ให้โดดเด่นและรักษ์โลกในที่เดียวกัน

และเบเยอร์เชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่สวยงามและน่าสนใจสามารถสร้างความสะดุดตาให้กับผู้ที่ผ่านไปมาได้ และมั่นใจว่าร้านปัญญาคาเฟ่ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะเป็นสถานที่ที่น้อง ๆ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาจะทำงานได้อย่างมีความสุข
และจะกลายเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ สนับสนุนให้สังคมยอมรับความหลากหลาย และตระหนักถึงศักยภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล
สายสม กล่าวปิดท้าย มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2505 มุ่งมั่นในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
มูลนิธิฯ ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการศึกษา การฝึกอาชีพ และการสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับบุคคลฯ ผ่านการจัดตั้งศูนย์กระตุ้นพัฒนาการด้านการศึกษา การจัดฝึกอาชีพ รวม 10 ศูนย์ฯ แบ่งเป็นส่วนกลาง 6 ศูนย์ฯ ภูมิภาค 4 ศูนย์ฯ
มูลนิธิฯ มีค่าใช้จ่ายรวมทุกศูนย์ฯ 4.5 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณปีละ 50 ล้านบาท บุคลากรของมูลนิธิฯ 300 คน มีบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาอยู่ภายใต้การดูแลทุกศูนย์ฯ 600 คน รวมถึงบุคคลฯ ที่อยู่ติดบ้านซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯ เพิ่มเติมผ่านการให้บริการลงสู่ชุมชนต่าง ๆ ในทุกจังหวัดของประเทศ
และปัจจุบันมูลนิธิฯ อยู่ระหว่างการสร้างศูนย์ฯ ใหม่ในจังหวัด พิษณุโลก สระบุรี และปัตตานี ซึ่งจะเป็นศูนย์ฯ แรกที่รองรับการให้บริการบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือสระบุรีที่จะเป็นศูนย์ฯ ใหญ่ เพราะมีบุคคลฯ ในจังหวัดดังกล่าวถึง 2,795 คน
ตลอดเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิฯ พยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาสามารถพัฒนาได้ และรับผิดชอบงานได้ ปี 2566 มูลนิธิฯ สามารถสร้างการจ้างงานให้บุคคลฯ ได้สูงสุด 166 คน ตั้งเป้าปี 2567 เทรนบุคคลฯ ให้มีศักยภาพในการได้รับการจ้างงานขยายตัวเป็น 180-200 คนต่อไป
–
