มิชลินประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล ‘ดาวมิชลิน’ (MICHELIN Star) กับคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับล่าสุดมีร้านอาหารผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 447 ร้าน
เป็นร้านรางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ 7 ร้าน,
รางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ 28 ร้าน,
รางวัล ‘บิบกูร์มองด์’ 196 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 29 ร้าน และมาจาก MICHELIN Selected 3 ร้าน)
และร้านแนะนำ หรือ MICHELIN Selected อีก 216 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 37 ร้าน)
ในจำนวนร้านหน้าใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับที่ 7 ของไทย 23 ร้านตั้งอยู่ในเกาะสมุยและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่ง ‘มิชลิน ไกด์’ ขยายขอบเขตเข้าดำเนินการสำรวจและจัดอันดับเป็นปีแรกอีกด้วย
มานูเอล ฟาเฟียง ประธานกลุ่มมิชลินประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย เปิดเผยว่า ผู้ตรวจสอบของมิชลิน ไกด์ ได้สัมผัสความหลากหลายในแวดวงร้านอาหารของไทย ทั้งร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นที่พยายามก้าวข้ามขอบเขตและขีดจำกัดเดิม ไปจนถึงแผงขายอาหารริมทางที่พบได้ทั่วไป ตอกย้ำให้เห็นถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาด้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย
ซึ่งแนวโน้มและทิศทางวงการอาหารของไทย พบว่ามีร้านอาหารไทยสไตล์โมเดิร์นเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร้านเหล่านี้ดำเนินการโดยเชฟรุ่นใหม่อายุน้อย ที่ทุ่มเทพลังสร้างสรรค์เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของการประกอบอาหารแบบเดิมสู่รูปแบบใหม่ที่เรียกว่าอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น
นอกจากนั้น กระแสความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพและอาหารมังสวิรัติยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องในไทย ความต้องการอาหารออร์แกนิกและอาหารจากพืช (Plant-Based) เพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้บริโภคใส่ใจการรับประทานอาหารมากขึ้น ร้านอาหารระดับหรูจึงเลือกใช้วัตถุดิบปลูกเองหรือแบบท้องถิ่น เพื่อยกระดับการรับประทานเพื่อสุขภาพมิติใหม่ และให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น อีกประเด็นที่น่าสนใจคือมีเชฟและผู้ประกอบการผู้หญิงเพิ่มจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ทั้งนี้ จำนวนร้านอาหารอีกประเภทที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ ร้านอาหารประเภทที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น (Reservation Only) และร้านที่จัดที่นั่งหันหน้าเข้าครัวเพื่อให้นักชิมได้เพลิดเพลินกับการชมทุกขั้นตอนการเตรียมอาหารของเชฟอย่างใกล้ชิด (Counter Dining)
สรุปจำนวนร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย 2566
- MICHELIN Green Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก” จำนวน 4 ร้าน (ติดอันดับเพิ่มขึ้น 1 ร้าน
-ร้านฮาโอมา (Haoma)
-ร้านพรุ (PRU)
-ร้านจำปา (Jampa)
-ร้านแฌม บาย ฌอง-มิเชล โลรองต์ม (J’AIME by Jean-Michel Lorain)
- 1 MICHELIN Star จำนวน 28 ร้าน (ติดอันดับครั้งแรก 3 ร้าน และเลื่อนระดับจาก MICHELIN Selected 3 ร้าน) ได้แก่
-ร้านเจ๊ไฝ (Jay Fai)
-ร้านซิกเนเจอร์ (Signature)
-ร้านน้ำ (Nahm)
-ร้านอิกนีฟ (IGNIV)
-ร้านพรุ (PRU) จากภูเก็ต
-ร้านชิม บาย สยามวิสดอม (Chim by Siam Wisdom)
-ร้านฮาโอมา (Haoma)
-ร้านเสน่ห์จันทน์ (Saneh Jaan)
-ร้านซูชิ มาซาโตะ (Sushi Masato) นับเป็นร้านแรก ๆ ที่เสิร์ฟแบบโอมากาเสะ
-ร้านอักษร (Aksorn)
-ร้านแคนวาส (Canvas)
-ร้าน 80/20 ร้านอาหารไทยที่หมุนเวียนตามฤดูกาล
-ร้านเคเดนซ์ บาย แดน บาร์ค (Cadence by Dan Bark)
-ร้านข้าว(เอกมัย) Khao
-ร้านเอเลเมนท์ อินสไปร์ บาย เซล เบลอ (Elements Inspired be Cei Blur) ร้านอาหารแบบฉบับฝรั่งเศสที่หาจุดร่วมกับอาหารญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว
-ร้านโพทง (Potong)
-ร้าน Maison Dunand
-ร้านเลอ นอร์มังดี บาย อลัง รูซ์ (Le Normandie by Alain Roux) *หลุดจากสองดาวมาหนึ่งดาว
-ร้านสวนทิพย์ (Suan Thip)
-ร้านบลู บาย อลัง ดูคาส (Blue by Alain Ducasse)
-ร้านฤดู (Le Du)
- Newly Awarded 1 MICHELIN Star
-อินดี (Inddee) ร้านอาหารอินเดียสมัยใหม่ที่นำเสนอรายการอาหารชุด ที่จะพานักชิมท่องไป
ตามแคว้นของอินเดียผ่านเมนูย่างเตาถ่านเป็นหลัก
-ร้านสำรับสำหรับไทย (Samrub Samrub Thai) ร้านอาหารไทยที่นำเสนอ Tasting Menu
จากการพลิกแพลงสูตรตำราอาหารหายาก
-ร้านเรโซแนนซ์ (Resonance) ร้านอาหารที่นำเสนอ Tasting Menu ตามฤดูกาล
-ร้านนว (Nawa) ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำเสนออาหารภายใต้แนวคิดนวัตกรรมโดยใช้
เทคนิคใหม่ในการรังสรรค์อาหารไทยแต่ยังคงรสชาติอาหารภาคกลางดั้งเดิมที่เรียบง่าย ทว่าซับซ้อน ร้านนี้เสิร์ฟ Tasting Menu ตามฤดูกาล อันประกอบด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยขนาดพอดีคำ (Finger
Food) และอาหารจานหลักแบบสำรับหลายรายการ
-ร้านมีอา (Mia) ‘1 ดาวมิชลิน’ ที่เลื่อนระดับจาก MICHELIN Selected นำเสนออาหารยุโรป
สไตล์โมเดิร์นเปี่ยมกลิ่นอายความเป็นเอเชียแบบ 5 หรือ 8 คอร์ส ผ่านเมนู Taste of Mia ตามฤดูกาลที่โดดเด่นด้วยรสชาติกลมกล่อมซับซ้อน
-ร้านวรรณยุค (Wana Yook) ร้านอาหารที่เสิร์ฟ Tasting Menu อาหารไทยร่วมสมัยตาม
ฤดูกาลซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “ข้าวแกง” หรือ “ข้าวราดแกง” โดยแต่ละคอร์สเลือกใช้พันธุ์ข้าวจากหลากหลายท้องถิ่นทั่วประเทศ
- 2 MICHELIN Stars จำนวน 7 ร้าน (เลื่อนระดับจาก ‘1 ดาวมิชลิน’ จำนวน 2 ร้าน)
-ร้านศรณ์ (Sorn)
-ร้านเมซซาลูน่า (Mezzaluna)
-ร้านอาหาร (R-Haan)
-ร้านซูห์ริง (Sühring)
-ร้านเชฟส์เทเบิล (Chef’s Table)
- Newly Awarded 2 MICHELIN Stars
-ร้านบ้านเทพา (Baan Tepa) ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำแนวคิด Farm to Table
มาใช้รังสรรค์อาหารชุด Tasting Menu จัดแต่งอย่างพิถีพิถัน เลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ร้านได้รับรางวัล ‘2 ดาวมิชลิน’ จากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2567 เพียงปีเดียวหลังจากขึ้นแท่นร้านหน้าใหม่ที่คว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ จากคู่มือฯ ฉบับประจำปี 2566
-ร้านกา (Gaa) ร้านอาหารอินเดียร่วมสมัยที่ผสานศาสตร์การทำอาหารแบบดั้งเดิมเข้ากับ
เทคนิคและการนำเสนอแบบสมัยใหม่ ที่ผ่านการปรุงโดยใช้ทักษะและความประณีต เป็นร้านอาหารอินเดีย 1 ใน 2 แห่งทั่วโลกที่ครองสถานะ ‘2 ดาวมิชลิน’ อยู่ในปัจจุบัน
ทั้งสองร้านล้วนดำเนินงานโดยเชฟผู้หญิง คือ เชฟตาม – ชุดารี เทพาคำ แห่งร้านบ้านเทพา และ เชฟการิมา อโรรา แห่งร้านกา
รางวัลพิเศษ 4 รางวัล
แก่บุคลากรมืออาชีพจากร้านอาหารที่ติดอันดับในคู่มือฯ ซึ่งมีความสามารถโดดเด่นและมีบทบาทในการยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารให้ยอดเยี่ยม อันเป็นการส่งเสริมให้ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
- MICHELIN Service Award
รางวัลพิเศษแก่บุคลากรของร้านอาหารที่ทุ่มเทให้กับการบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ยอดเยี่ยม
ได้เเก่ หลุยส์ บูร์ชัวส์ (Louise Bourgeois) จากร้านเชฟส์เทเบิล มิสบูร์ชัวส์ ผู้จัดการร้านเชฟส์เทเบิล ให้การต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นและดูแลให้บริการอย่างใส่ใจ ความสุภาพและเป็นกันเองของเธอสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตร เเต่เป็นผู้นำที่โดดเด่นในฐานะผู้จัดการร้าน ยังส่งผลต่อการให้บริการของทีมงานอย่างมืออาชีพด้วย
- MICHELIN Young Chef Award
รางวัลสุดยอดเชฟรุ่นใหม่ของร้านอาหารระดับดาวมิชลินที่มีทักษะความสามารถโดดเด่น
ได้แก่ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ ร้านบ้านเทพา เชฟหญิงไทยที่เป็นดาวรุ่งอนาคตไกล เธอผ่านการสั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารมาทั้ง Gaggan, Wate Library Group และทำงานในตำแหน่ง Chef de Partie ณ ร้าน Blue Hill at Stone Barns ในนครนิวยอร์ก
โดยได้เดินทางกลับมายังประเทศไทยและสร้างปรากฏการณ์น่าทึ่งให้กับแวดวงร้านอาหารในไทยเมื่อร้านบ้านเทพาของเธอก้าวขึ้นคว้ารางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ มาครองในฐานะร้านหน้าใหม่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566
- MICHELIN Opening of the Year Award
รางวัลบุคลากรและทีมงานซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีแนวคิดที่โดดเด่นในการนำเสนออาหารอย่างสร้างสรรค์ จนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจจากวงการอาหารในประเทศ
ได้แก่ วิชชุพล เจริญทรัพย์ ร้านนว (Nawa) ร้านอาหารเพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2566 และติดอันดับร้านระดับรางวัล ‘1 ดาวมิชลิน’ ล่าสุด นำโดยคุณณพล จันทรเกตุ หรือ เชฟโจ และคู่ชีวิตของเขา เชฟซากิ ฮาชิโนะ ดูแลในครัว ขณะที่คุณเนย์ วิชชุพล เจริญทรัพย์ ทำหน้าที่ดูแลหน้าร้าน ทั้งสามเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ร้านนวจึงเป็นร้านที่โดดเด่นและได้รับเลือกให้ครองรางวัลนี้ ด้วยการรังสรรค์อาหารไทยภาคกลางรสชาติดั้งเดิมที่ผ่านการตีความใหม่ออกมาในแบบที่ทันสมัยและน่าสนใจ
- MICHELIN Sommelier Award
รางวัลที่มอบให้กับ “ซอมเมอลิเยร์” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น วัดจากการให้บริการอย่างมืออาชีพ และมีความชำนาญในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับไวน์ชนิดต่าง ๆ รวมถึงการจับคู่ไวน์กับเมนูอาหารเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านอรรถรสสูงสุด
ได้เเก่ ธนากร บอทอร์ฟ จากร้านอินดี คุณธนากรเป็นซอมเมอลิเยร์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น สามารนำเสนอ แนะนำไวน์ที่คัดสรรมาให้เลือกมากถึง 600 ประเภท ซึ่งรวมถึงไวน์ที่เสิร์ฟเป็นแก้วเกือบ 60 ประเภท แนะนำไวน์อย่างใส่ใจและคำนึงถึงรสนิยมของลูกค้า โดยจัดทำรายการไวน์พร้อมตั้งคำถามสนุก ๆ ให้ได้ทายและเรียนรู้เกี่ยวกับไวน์ เป็นนักสื่อสารที่ดีในเรื่องไวน์
–








