ตลาดแรงงานไทยปี 2026 กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน สังคมสูงวัย ต้นทุนการผลิต และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้ฝั่งองค์กรจะต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้น แต่ฝั่งคนทำงานกลับรู้สึกว่าหางานยากขึ้น

ล่าสุด JobThai เปิดเผยรายงาน “Salary Survey 2026” จากการวิเคราะห์ประกาศงานทั่วประเทศช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน 2569) เพื่อชี้ทางรอดและการปรับตัวของทั้งนายจ้างและลูกจ้าง

“งานขาย” ยอดเปิดรับถล่มทลาย ขณะที่ “ไอที” ยืนหนึ่งเรื่องอัตราเงินเดือน

จากผลสำรวจพบว่า “งานขาย” ครองแชมป์สายงานที่ตลาดต้องการมากที่สุด โดยเปิดรับสูงถึง 109,018 อัตรา (เงินเดือนเฉลี่ย 20,295-30,898 บาท) ตามด้วย งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ 62,652 อัตรา (เงินเดือนเฉลี่ย 20,121-27,914 บาท) และ งานช่างเทคนิค 51,917 อัตรา (เงินเดือนเฉลี่ย 15,655-21,117 บาท)

ขณะที่สายงานอื่นๆ ใน 10 อันดับแรกที่มีการเปิดรับสูงสุด ได้แก่ งานจัดซื้อ/ธุรการ, งานวิศวกรรม, งานบริการลูกค้า, งานขนส่ง/คลังสินค้า, งานบัญชี, งานการตลาด และงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม

ในทางกลับกัน แม้ “งานคอมพิวเตอร์/ไอที” จะไม่ได้ติดอันดับท็อป 10 ด้านจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสูงสุด แต่กลับครองแชมป์สายงานที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุดที่ 26,896-39,524 บาท

สะท้อนว่าองค์กรยังคงยอมจ่ายสูงเพื่อดึงตัวผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มงาน AI, Automation, Cloud Infrastructure, Cyber Security, Software Architecture และ Full Stack

เปิดโผ 5 สายงานเงินเดือนพุ่งแรง และ 5 สายงานดาวรุ่งที่ตลาด “ขาดแคลน”

สำหรับ 5 สายงานที่มีแนวโน้มเงินเดือนเติบโตโดดเด่นที่สุด เมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แก่

• งานการเงิน/ธนาคาร (โต +7.6%)
• งานประกันภัย (โต +7.5%)
• งานกฎหมาย (โต +6.1%)
• งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร (โต +5.6%)
• งานอีคอมเมิร์ซ (โต +4.8%)

กลุ่มที่ได้รับการปรับค่าตอบแทนขึ้นอย่างชัดเจนคือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและผู้บริหารระดับกลางถึงสูง เช่น CFO, นักวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงิน (FP&A), ผู้ดูแลความสัมพันธ์ (Relationship Manager) ในธุรกิจการเงิน, งานจัดการเคลมประกัน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเฉพาะทาง (Compliance และ M&A)

ขณะที่งานเลขาฯ ขยายขอบเขตไปสู่การช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสนับสนุนการตัดสินใจ และอีคอมเมิร์ซเน้นจ้างงานหลังบ้าน (Operations & Back Office) เพื่อจัดการระบบคลังสินค้าที่ซับซ้อนขึ้น

นอกจากนี้ ยังมี 5 สายงานดาวรุ่งที่มีทั้งงานเพิ่มและเงินเดือนโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ตลาดยังประสบปัญหาขาดแคลนคน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองของคนหางาน ได้แก่

  • งานกฎหมาย (ตำแหน่งงานพุ่งขึ้นสูงสุดถึง +58.29%)
  • งานช่างเทคนิค (+16.71%)
  • งานการเงิน/ธนาคาร (+4.61%)
  • งานก่อสร้างสถาปัตยกรรม (+3.74%)
  • งานอีคอมเมิร์ซ (+3.50%)

ส่องเงินเดือน “เด็กจบใหม่” และพื้นที่ขุมทองที่ให้ค่าตอบแทนสูง

สำหรับนักศึกษาจบใหม่ “งานล่ามและแปลภาษา” สตาร์ทแรงที่สุดด้วยเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยสูงถึง 24,524-35,378 บาท โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทักษะภาษาจีนหรือญี่ปุ่นควบคู่ความเข้าใจธุรกิจ

รองลงมาคือ งานบริการทางการแพทย์ (20,288-28,657 บาท), งานเลขานุการ/ผู้ช่วยผู้บริหาร (20,190-27,311 บาท), งานไอที (19,500-28,110 บาท) และงานวิศวกรรม (19,424-26,818 บาท)

ส่วนกลุ่มเด็กจบใหม่ที่มีเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยน้อยที่สุด ได้แก่ งานช่างเทคนิค, งานบริการอาหาร/เครื่องดื่ม, งานการเงิน, งานขนส่ง และงานจัดซื้อ/ธุรการ อย่างไรก็ตาม แม้งานช่างเทคนิคจะเริ่มต้นไม่สูง แต่เป็นที่ต้องการมากและสามารถเติบโตได้อย่างดีตามประสบการณ์

ปราจีนบุรี จังหวัดที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงสุด

เมื่อพิจารณาในแง่พื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงมีเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุดที่ 20,938-32,426 บาท ตามด้วยภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรม 304 จังหวัดปราจีนบุรี ถือเป็นจุดที่มีเงินเดือนเฉลี่ยสูงที่สุดในประเทศ และมีบางตำแหน่งที่ให้ค่าตอบแทนสูงถึง 160,000 บาท ในสายงานที่เชี่ยวชาญด้าน Operations, Quality Control, Supply Chain และงานสนับสนุนที่มีทักษะภาษาหรือทักษะระบบ ERP

สำหรับภาคอื่นๆ มีอัตราเงินเดือนเฉลี่ยใกล้เคียงกัน ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (14,485-25,534 บาท) ภาคเหนือ (14,057-25,596 บาท) และภาคใต้ (14,179-30,200 บาท) ซึ่งภาคใต้โดดเด่นตรงที่มีบางอุตสาหกรรมเฉพาะที่พร้อมจ่ายสูงได้ดี

“เก่งรอบด้านและพร้อมปรับตัว” ทักษะสำคัญที่องค์กรยุค 2026 มองหา

แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ JobThai ระบุว่า ตลาดแรงงานยุคใหม่จะเปลี่ยนไปเร็วมาก คนทำงานจึงไม่ใช่แค่รู้ลึกในงานตัวเองเท่านั้น แต่ต้อง “เก่งงานรอบด้านและพร้อมปรับตัว” (All-rounder) มีความเข้าใจในสายงาน คอยเรียนรู้สิ่งใหม่ และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยทักษะสำคัญที่จะช่วยสร้างข้อได้เปรียบ ได้แก่ ทักษะด้านภาษา, การสื่อสาร, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า