ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ผลสืบเนื่องจากวิกฤตโควิด และความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทำให้เกิดปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในทุกออฟฟิศแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือ คนมากถึง 4 รุ่นทำงานร่วมกัน

สุดทางข้างหนึ่งคือ Babyboom ที่กำลังจะเกษียณ ส่วนปลายอีกทางหนึ่งคือ Gen Z ที่เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานและอายุมากสุดเพียง 26 ปีเท่านั้น โดยมี Gen X กับ Gen Y คั่นกลางอยู่

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา คือ การกระทบกระทั่งกันระหว่าง Babyboom กับ Gen Z โดยเมื่อปี 2023 สื่อในสหรัฐฯ และออสเตรเลีย รายงานว่ากลุ่มตัวอย่าง Gen Z ในหลายบริษัท ไม่ค่อยพอใจ Babyboom

Gen Z มองว่า Babyboom ล้าสมัย ไม่ทันเทคโนโลยี ยึดติดกับขั้นตอน เรียกประชุมทั้งที่ไม่จำเป็น แถมยังอ้างอาวุโสพร่ำเพรื่อ และไม่ยืดหยุ่น จนกวนเวลาทำงานและฉุดรั้งความก้าวหน้า

นอกจากนี้ ยังชอบถามเรื่องที่สามารถหาข้อมูลได้เองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ Google อีกด้วย

Foxbusiness เว็บไซต์ข่าวเศรษฐกิจในสหรัฐฯ รายงานอ้างจากพนักงานกลุ่ม Gen Z คนหนึ่งว่า ตนและคนรุ่นเดียวกันไม่ค่อยอยากรับโทรศัพท์ของเพื่อนร่วมบริษัทกลุ่ม Babyboom เพราะรู้ดีว่าเป็นการถามเรื่องเดิม ๆ ที่ปลายสายอ้างว่าโทรมาสะดวกกว่า ทั้งที่แท้จริงแล้วแค่ส่งเมลหรือไลน์มาก็ได้

ฝ่าย Babyboom ก็มีเรื่องไม่พอใจคนรุ่นลูกเช่นกัน และผู้ที่ออกโรงเป็นกระบอกเสียงให้จนกลายเป็นข่าวดังขึ้นมา ก็เป็นถึงนักแสดงหญิงรุ่นใหญ่เจ้าของรางวัลออสการ์

Jodie Foster 

Jodie Foster กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ The Guardain ว่า Gen Z น่ารำคาญ เพราะแม้ยึดถือเรื่องความหลากหลาย สิทธิเสรีภาพ และตัวตนที่แท้จริง แต่กลับทำอะไรโดยที่ไม่แคร์เรื่องเวลา

เช่น “อ้างว่ายังไม่มีอารมณ์ ขอเริ่มงาน 10 โมงครึ่งแล้วกัน” ไม่เขียนข้อความในอีเมลให้ถูกต้องตรงตามไวยากรณ์ ทั้งที่เป็นเรื่องเป็นการเป็นงาน โดยอ้างว่า จะมาปิดกั้นหรือคิดมากไปทำไม

นอกจากนี้ Gen Z ยังไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับการเข้ามานั่งทำงานในออฟฟิศ

นี่ทำให้ในที่สุด Gen Z ถูก Babyboom รวมถึง Gen X มองว่า อู้งาน และกินแรงเพื่อนร่วมงาน แต่ลักษณะเหล่านี้ที่ Babyboom มองว่าเป็นข้อเสียแสนน่ารำคาญ นั้นมีที่มา

Gen Z ถือเป็นคนรุ่นแรกที่โตมากับเทคโนโลยีกับสื่อออนไลน์เต็มรูปแบบ และเจอวิกฤตโควิดจึงต้องเรียนที่อยู่บ้านหลายปี นี่ทำให้พวกเขาใช้เทคโนโลยีออนไลน์ได้อย่างคล่องแคล่ว

สามารถหาข้อมูลได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ขณะเดียวกันกลับเป็นคนรุ่นที่ไม่กล้าทำอะไรที่ท้าทายหรือออกจากขอบเขตที่คุ้นเคย (Comfort zone) ซึ่งมีที่จากการถูกล็อกดาวน์ช่วงวิกฤตโควิดนั่นเอง

ทว่าปัญหาเหล่านี้ก็ยังมีทางออก โดยบางบริษัทเริ่มนำการให้ปรึกษาแบบสลับขั้ว (Reverse mentorship) มาใช้ โดยให้คนรุ่นใหม่ อย่าง Gen Y และ Gen Z มาสอนการใช้เทคโนโลยี ให้คนรุ่นใหญ่ในบริษัทอย่าง Gen X และ ฺBabyboom

Reverse mentership ยังเปิดโอกาสให้รุ่นใหม่สุดกับรุ่นใหญ่สุดได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพื่อเข้าใจกันมากขึ้นและลดความขัดแย้งอีกด้วย/yahoo, foxbusiness, variety 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer