“ความรักจะยังเป็นเรื่องโรแมนติก จนกระทั่งย้ายจากหน้านวนิยายมาในชีวิตจริง”

ความสำเร็จของซีรีส์เรื่อง Queen of Tears เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วันที่ออกฉาย เรื่องราวของคู่รักที่ต้องเผชิญวิกฤตในชีวิตสมรส จากความแตกต่างทางภูมิหลังครอบครัว เป็นเรื่องราวคลาสสิกที่ฉายเมื่อไหร่ก็ถูกใจผู้ชมเสมอ

แต่ทว่าเรื่องราวกลับคลับคล้ายคลับคลาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคม จนคนต้องหวนนึกถึงข่าวหน้าหนึ่งของเกาหลีใต้ แต่ผู้ผลิตซีรีส์ไม่เคยออกมายืนยันว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจริงหรือไม่  การเปรียบเทียบเรื่องราวชีวิตรักคุณหนูแชโบลผู้ยิ่งใหญ่นี้ ยังคงเป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น 

ทว่าแก่นของเรื่องกลับนำเสนอภาพที่คล้ายกันยิ่งนัก 


ชีวิตรัก Lee Boo Jin ทายาท Samsung

เริ่มด้วยความรัก  จบด้วยความขมขื่น…

ในปี 1999 เมื่อ Lee Boo Jin ทายาท Samsung ได้ประกาศแต่งงานกับ Lim Woo Jae พนักงานในบริษัท จนกลายเป็นนิยายฉบับ Mr. ซินเดอเรลล่า เพราะการแต่งงานเปลี่ยนสถานะทางสังคมของฝ่ายชายในชั่วข้ามคืน

Lee Boo Jin ลูกสาวคนที่สองของ Lee Kun Hee ประธานกลุ่มบริษัทข้ามชาติของ Samsung  ปู่ของเธอเป็นผู้ก่อตั้ง Samsung Group บูจินเกิดมาเพียบพร้อมดั่งเทพนิยาย ทั้งหน้าตาอันหมดจดงดงาม ร้องเพลงก็ไพเราะ แถมยังฉลาดเฉลียว เฉียบแหลมทางธุรกิจ จึงได้รับฉายาจากสื่อท้องถิ่นว่า “Kun-Hee น้อย” เพราะบูจินถอดแบบพ่อของเธอมาครบ


บูจิน เป็นประธานและผู้บริหารระดับสูงของ Hotel Shilla หนึ่งในโรงแรมหรูชั้นนำในกรุงโซล และยังนั่งเก้าอี้กำกับธุรกิจปลอดภาษีรายใหญ่ที่สุดของประเทศรองจาก Lotte  รวมถึงดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาให้กับแผนกการค้าของ Samsung C&T ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งโดยพฤตินัยของตระกูลเธอ และปัจจุบันยังควบตำแหน่งที่ปรึกษาของ Hansol Group, ประธานมูลนิธิ Dooeul Scholarship Foundation และประธานคณะกรรมการ Visit Korea Year ต่อจากชิน ดงบิน ประธานกลุ่ม Lotte  

บูจินคือน้องสาวของ Jay Y. Lee ซึ่งเคยบริหาร Samsung Group ก่อนที่จะถูกจำคุกในข้อหาติดสินบนและยักยอกเงิน 

ความครบเครื่องที่โดดเด่นนั้น ทำให้เธอได้รับความไว้ใจให้เป็นผู้กุมบังเหียนบริษัทใหญ่ของครอบครัว และเธอยังทำได้ดีจนพาบริษัทประสบความสำเร็จ

บูจินยังมั่งคั่งด้วยการถือหุ้น Samsung SDI 8.37% (เดิมชื่อ Samsung Everland) ซึ่งอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโครงสร้างการกำกับดูแลของกลุ่ม Samsung และเป็นเจ้าของหุ้น 3.90% ของ Samsung SDS

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักราวกับเทพนิยายนี้ เริ่มขึ้นเมื่อปี 1995

“บูจิน” และ “อูแจ” บังเอิญพบกันขณะทำงานอาสาสมัครในสถานดูแลเด็กพิการที่ตั้งอยู่ในซังกิลดง ของมูลนิธิ Samsung Foundation ขณะนั้นเธอแฝงตัวไปฝึกงานในบริษัท เหมือนนักศึกษาฝึกงานทั่วไป ในตอนแรกฝ่ายชายอาจไม่ได้ทราบถึงภูมิหลัง เนื่องจากคนในกลุ่มแชโบลไม่ค่อยเปิดเผยหน้าตาให้สังคมภายนอกเท่าใดนัก  และเริ่มต้นคบหาดูใจกันเหมือนคู่รักทั่วไป

แต่ในจุดนี้ยังมีข้อสงสัยกันอยู่ เพราะอูแจเคยให้สัมภาษณ์กับ Chosun Ilbo และ Hankyoreh ในปี 2016 สารภาพว่า จริง ๆ แล้วเขาทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับประธาน Lee Kun Hee และจากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นบอดี้การ์ดของประธานบูจิน แตกต่างจากคำบอกเล่าของซัมซุงที่ว่าทั้งคู่พบกันขณะทำงานอาสาสมัคร อย่างไรก็ตาม เรื่องราวที่ว่าพวกเขามาจากต่างชนชั้นคือเรื่องจริง


กระทั่งในปี 1999 ทั้งคู่ก็แต่งงานกัน แต่กลายเป็นหัวข้อข่าวที่สร้างความสนใจทั่วประเทศ 

อูแจถูกส่งไปเรียนปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจาก MIT โดยครอบครัวของภรรยา ซึ่งอูแจเคยออกมาสารภาพทีหลังว่า การเรียนต่อต่างประเทศเป็นเรื่องยากสำหรับเขา แย่ไปกว่านั้น คือ เขาเคยคิดอยากจบปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายด้วยซ้ำ 

ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ปัจจุบันอยู่ในวัยมัธยมศึกษาตอนปลาย

แน่นอน การหย่าร้างคือเรื่องใหญ่ในสายตาคนเกาหลี แล้วยิ่งเป็นการหย่าร้างที่คนเฝ้าติดตามกันทั้งประเทศ ยิ่งสร้างความกดดันอย่างมาก เหมือนขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก

แม้เริ่มต้นด้วยความรัก แต่กลับจบลงด้วยความขมขื่น  การแต่งงานของคู่รักประวัติศาสตร์จบลงในปี 2014 บูจินยื่นฟ้องหย่าสามี และขอสิทธิเลี้ยงดูลูกชายแต่เพียงผู้เดียว  และดูเหมือนว่าจะเตรียมการตั้งแต่ก่อนที่พ่อของบูจินจะล้มป่วย

การยื่นฟ้องไกล่เกลี่ยการหย่าร้างยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน เรื่องราวเพิ่งยุติลงปี 2020 โดยที่บูจินต้องแบ่งสินสมรส 12.1 ล้านดอลลาร์ให้กับสามี และสิทธิในการดูแลและความเป็นผู้ปกครองลูกชายตกเป็นของบูจิน ขณะที่อูแจได้รับสิทธิพบเจอลูกได้เดือนละครั้งเท่านั้น

เปรียบเทียบระหว่างชีวิตจริง กับ ซีรีส์ Queen of Tears 


ฮงแฮอิน นางเอก Queen of Tears  ปูพื้นมาให้เป็นทายาทรุ่นที่สามของกลุ่มบริษัท Queen Group (บูจินก็เป็นทายาทรุ่นที่สามของซัมซุงเช่นกัน) เธอมีหน้าตาสะสวย ฉลาด ไหวพริบดี จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ดูแลศูนย์การค้า Queen  

สไตล์การแต่งตัวหรูหรา นำสมัยแต่ไฮคลาสของแฮอิน ยังคล้ายกับบูจิน ที่มีเซนส์เรื่องการแต่งกายเป็นอย่างมาก การปรากฏตัวครั้งหนึ่งของเธอจะเรียกความสนใจจากหน้านิตยสารแฟชั่นทุกสำนัก และเสื้อผ้าที่เธอใส่ทุกตัวมักจะ sold out ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต่างจากไอดอลคนดัง


ปู่ของแฮอิน ยังมีภูมิหลังว่า ปู่ของเธอก่อตั้งอาณาจักรมาด้วยตัวเอง และฟันฝ่ากว่าจะยิ่งใหญ่ดังเช่นทุกวันนี้ คล้ายกับเรื่องราวของผู้ก่อตั้ง Samsung Group ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นผู้ส่งออกผลไม้และปลาแห้ง

“ลิม วู แจ” สามีของบูจิน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย มาทำงานเป็นพนักงานในบริษัทรักษาความปลอดภัยในเครือ Samsung Group ในตอนหนุ่มเขามีหน้าตาหล่อเหลา คล้ายกับดาราสมัยก่อน

ในทำนองเดียวกัน ตัวละคร “ฮยอนอู” พระเอกของเรื่องก็สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนกฎหมาย ทำงานเป็นพนักงานใน Queen Group 


EP แรกของ Queen of Tears ยังมีความคล้ายคลึงกันคือ นางเอกเป็นทายาทที่แฝงตัวเป็นเด็กฝึกงาน ทำให้ฮยอนอูเข้าใจผิดคิดว่าแฮอินคือเด็กสาวหน้าตาดีทั่วไป แต่เมื่อรู้ความจริง ชีวิตหลังแต่งงานก็เต็มไปด้วยความทุกข์ทน จากความต่างของภูมิหลัง 

บางประเด็นที่พบในคู่ของทายาทซัมซุงยังถูกหยิบยกมาเล่าในซีรีส์ด้วยเช่นกัน เช่น หลังจากแต่งงาน ฮยอนอูถูกครอบครัวภรรยาบังคับให้ไปเรียน MIT ที่สหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพทนายของเขาก็ตาม

อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่ซีรีส์เกาหลีมักจะจบแบบ happy ending ต่างจากชีวิตจริงที่ความสุขมักจะถูกตัดจบแบบดื้อ ๆ  เนื่องจากซีรีส์เพิ่งเปิดฉายเพียงสามตอน จึงยากจะคาดเดาว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปในทิศทางใด จะอิงกับเรื่องราวชีวิตรักของบูจิน คุณหนูแชโบล ที่เริ่มมาอย่างงดงามในศตวรรษที่ 20 และจบลงด้วยการหย่าร้างอันน่าเศร้าในศตวรรษที่ 21 หรือไม่ ต้องรอดูต่อไปยาว ๆ



อ่านบทความเพิ่มเติม: Lee Boo-jin: สาวน้อยร่างกายอ่อนแอ สู่นายหญิงโรงแรมใหญ่ใต้ชายคา Samsung



อ้างอิง : 한국경제, 중앙일보, 나무위키, 했다, 일간스포츠, 경향신문, 이부진, 시사주간, 한겨레