หรือ Technology คือทางออก ในการทำลาย Corruption ?

ภาพประกอบไม่ใช่ กล้องเลนเชนจ์ ในไทย

ปัญหา Corruption เป็นปัญหาที่พูดกันจนปากเปียกปากแฉะ ทุกรัฐบาลก็พยายามแก้ไขเรื่องนี้

แต่สุดท้าย ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนก็มีเรื่องให้ประชาชนต้องเคลือบแคลงใจอยู่เสมอ

 

ไม่ต้องไปไกลถึงในสภา เอาแค่องค์กรภาครัฐก็เห็นได้ง่ายๆ เช่น

-การติดต่อภาครัฐที่ต้องใช้เวลานาน หากมีใต้โต๊ะ ก็จะทำให้เร็วขึ้น

-เมื่อทำผิดกฎจราจร เสียเงินให้ตำรวจตรงนั้นเลย ก็เร็วและถูกกว่าไปจ่ายค่าปรับที่โรงพัก

-หรือ ข่าวที่นักศึกษาฝึกงาน ได้ออกมาแฉว่าถูกสั่งให้ปลอมเอกสาร เพื่อออกใบเสร็จรับเงินเป็นจำนวนกว่า 6.9 ล้านบาท

เป็นต้น

 

แต่ล่าสุด ผมเริ่มเห็นความหวังแล้ว หลังจากที่มีการนำ กล้องเลนเชนจ์ (Lane Change Camera) มาติดทั่วกรุงเทพฯ 15 จุด และสามารถลดการทำผิดจราจรได้จริงๆ

โดย กล้องเลนเชนจ์ เริ่มใช้งาน ตั้งแต่ 9 พฤษภาคม ภายใน 1 อาทิตย์ สามารถจับคนทำผิดจราจรทั้งรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ ได้ถึง 150,000 ราย ที่น่าสนใจ คือ พอมีการประชาสัมพันธ์ ออกข่าวอย่างต่อเนื่อง อัตราการทำผิดก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วลดลง 10% ต่อวันเลยทีเดียว

 

กล้องเลนเชนจ์ กลยุทธ์ เขียนเสือให้วัวกลัว

ทางแก้ปัญหาในอุดมคติ คือ ปลูกฝังให้คนไทยเคารพกฎหมาย เคารพสิทธิของผู้อื่น โดยการสอนตั้งแต่ในโรงเรียน

แต่ต้องยอมรับว่าวิธีนั้น ใช้ไม่ได้ในสังคมที่อรุ่มอร่วยแบบไทย จนต้องใช้กลยุทธ์เขียนเสือให้วัวกลัว

ถ้ายังจำกันได้ ตำรวจจราจรไทยเคยใช้กลยุทธ์นี้มาแล้วในปี 2550 โดยการนำ จ่าเฉย ไปตั้งในที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ถนนเกรงกลัว แต่ประเด็น คือ เสือตัวนี้น่ากลัวเพียงแค่ครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนั้นวัวทั้งหลายก็กลับไปทำพฤติกรรมเดิมต่อ

ถึงแม้ว่า จ่าเฉย จะเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาที่ตลก และไม่มีประสิทธิภาพเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการพัฒนาเรื่อยๆ เช่น กล้อง cctv, กล้อง dummy หรือ เอากล้องไปติดที่จ่าเฉย เป็นต้น

 

 

สถิติผู้ทำผิดกฎจราจร กล้องเลนเชนจ์ 7 วันแรก

ความคุ้มค่าของ กล้องเลนเชนจ์

กล้องเลนเชนจ์ น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของตำรวจจราจรไทยก็ว่าได้ หลังจากที่ลงทุนไป 14.3 ล้านบาท ในพื้นที่ 15 จุด และ กล้อง 4 ตัว/จุด สามารถจับผู้กระทำความผิดได้เกือบ 150,000 ราย

โดยการฝ่าฝืนเครื่องหมายบนพื้นที่ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 21 ประกอบมาตรา 152 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในเบื้องต้น บก.จร. จะทำการเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 500 บาท

ฉะนั้นถ้าสามารถตามจับได้ทุกเคส และปรับเคสละ 500 ก็จะได้เงินทั้งหมด 150,000*500 บาท = 75 ล้านบาท !!!

หรือต่อให้จับได้ 10% ของผู้กระทำผิด ก็ยังได้ค่าปรับทั้งหมด 7.5 ล้านบาท แค่สองอาทิตย์ก็คุ้มค่าแล้ว..

 

ภาพจาก Thai PBS

ไม่ได้ช่วยลดแค่อุบัติเหตุ แต่ลด Corruption ไปในตัว

เพราะเดิมเวลาทำผิดกฎจราจร แล้วเจอตำรวจโบก คนไทยบางกลุ่มก็เลือกที่จะจ่ายค่าปรับตรงนั้นเลย โดยการเหน็บแบงก์แดงตามบัตรบ้าง จับไม้จับมือบ้าง

แต่ตอนนี้ไม่ต้องเหนื่อยคิดมุกอีกต่อไป เพราะเมื่อกล้องเลนเชนจ์จับภาพได้ ก็จะส่งเข้าระบบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ส่งใบสั่งตามไปทีหลัง และผู้ทำผิดสามารถจ่ายค่าปรับผ่านธนาคารกรุงไทยได้อีกด้วย

คนผิดไม่มีสิทธิ์ต่อรอง ตำรวจไม่เจอสิ่งล่อใจ!!

ต้องตามดูกันต่อไปว่า ตำรวจจราจรไทย จะนำเทคโนโลยีมาใช้กับเรื่องอื่น เช่น เมาแล้วขับ หรือ การล็อคล้อ ได้มากน้อยขนาดไหน?

 

การนำ Technology ไปใช้กำจัด Corruption ในด้านอื่นๆ

ตบมือข้างเดียวไม่ดังฉันใด.. Corruption ไม่เกิดจากฝ่ายเดียวฉันนั้น

หากนำเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพไปใช้ในระบบราชการจริงๆ ก็จะช่วยลด Corruption ได้มาก อย่างเช่น

-การลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว ที่ปัจจุบันมีการลงทะเบียนออนไลน์ และทำการนัดหมายล่วงหน้า ก็ช่วยลดการรับสินบนเจ้าหน้าที่ได้ส่วนหนึ่ง

-การสอบใบขับขี่ ที่วัดผลโดยคอมพิวเตอร์ ก็ลดการซื้อใบขับขี่ได้ เพราะผิดแล้วผิดเลย ต้องสอบใหม่

 

เคสในต่างประเทศ

หากใครเคยสิงคโปร์ ไม่ว่าคุณเหลือบไปทางไหน คุณก็เจอกล้องวงจรปิด คือแบบเยอะมาก!! และมันไม่ได้มีไว้สอดส่องความปลอดภัย หรืออุบัตเหตุเท่านั้น หากคุณข้ามถนนผิดที่ ข้ามตอนไฟคนข้ามเป็นสีแดง ทิ้งขยะไม่ถูกที่ แล้วกล้องวงจรปิดจับได้ คุณจะต้องเสียค่าปรับ ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวก็จะโดนตอน Check Out ออกนอกประเทศนั่นเอง

 

หรือในจีน ก็มีการติด cctv เยอะมากขึ้นในเมืองใหญ่ๆ มีการนำ AI มาใช้วิเคราะห์สิ่งแวดล้อม และถึงขั้นเตรียมใช้กล้องที่ตรวจจับเสียงของรถที่บีบแตรซี้ซั้วได้อีกด้วย

 

เกี่ยวอะไรกับ การตลาด ?

หากมองให้ลึกลงไป.. Corruption ไม่ได้เกิดเฉพาะบนท้องถนน องค์กรราชการหรือ การทำงานเท่านั้น

การละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้บริโภค ก็เป็น Corruption อย่างหนึ่งที่คนไทยทำมาช้านานจนชินชา แต่ก็มี 3 อุตสาหกรรมที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาลด Corruption ได้

 

1.เพลง

เดิมคนไทยฟังเพลงผ่านวิทยุ ต่อมาก็ซื้อเทป ซีดี แต่ในยุคที่คอมพิวเตอร์เฟื่องฟู แผ่นซีดีเพลงเถื่อนขายดีเทน้ำเทท่า โหลดจากเน็ตได้เป็นพันเพลง ซึ่งก็เช่นเคย คนไทยทำจนเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถึงแม้จะมีศิลปินจะมีแชนแนลบน YouTube บางครั้งก็ยังโดนก๊อปเพลงไปลงใหม่ด้วยซ้ำ

แต่จากการเข้ามาของ Music Streaming เช่น Joox และ Spotify ทำให้ Corruption ค่อยๆ ลดลง เพราะต้นทุนในการฟังเพลงนั้นถูกมาก ถ้าหารกับเพื่อนก็ไม่ถึง 100 บาท/เดือน ได้ฟังเพลงเป็นล้านเพลง ไม้ต้องเอาเพลงมาลงสมาร์ทโฟน ไม่ต้องเปิด YouTube ให้เปลืองเน็ต

 

2.หนัง/ทีวี

คนไทยเสิร์จคำว่า ดูหนังออนไลน์ ดูซีรีส์ออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ เยอะมาก ซึ่งเว็บที่ปรากฏเป็นเว็บเถื่อนทั้งหมด ทำให้คนไทยเข้าถึงของปลอมได้ง่ายมาก

แต่การมาของ TV Streaming ทั้งหลายช่วยลดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Movie Streaming เช่น Netflix , Hooq, Hollywood หรือ Iflix รวมถึงทีวีออนไลน์อย่าง LINE TV, Mello หรือ Bugaboo TV ก็ช่วยให้คนเข้าถึงคอนเทนต์ดีๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

3.แท็กซี่

คนขับรถแท็กซี่ที่ปฏิเสธผู้โดยสาร ก็เป็น Corruption อย่างหนึ่งของสังคมไทย

เมื่อมีแอปฯ อย่าง Grab, Uber จนถึง LINE Taxi ขึ้นมา ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ต้องง้อรถแท็กซี่เพียงอย่างเดียว ส่วนรถแท็กซี่ที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงก็จะค่อยๆ หายไปจากระบบในที่สุด เพราะแม้แต่ชาวต่างชาติมาเที่ยวไทย ก็ใช้แอปฯเหล่านี้เป็น

 

 

ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน Technology Driven

จะเห็นได้ว่า Pain Points ที่แก้ได้ยากๆ สามารถใช้เทคโนโลยีช่วยได้ทั้งสิ้น ในระยะยาวการปลูกฝังจิตสำนึกให้คนเป็นคนดี คือเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว

แต่ในระยะสั้น การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน

 

เช่นเดียวกับการทำธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจของคุณอยู่ในรูปแบบไหน แบรนด์ของคุณจะทำอะไร

ก็สามารถนำเทคโนโลยีมาช่วย Disrupt ความยากลำบากของผู้บริโภคได้ทั้งนั้น

 

เดี๋ยวนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนนก็รับ QR Code

ส่วนแท็กซี่บางคันก็เสนอตัวเลยว่าใช้ QR Code ได้นะ คันนี้รองรับ


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer