Trend/หนึ่งในเรื่องใหญ่ของโลกทำงานช่วง 2 ถึง 3 ปีมานี้ คือ เอไอ เพราะเริ่มมีการใช้อย่างกว้างขวาง บีบให้คนต้องปรับตัว และทำให้เกิดความกังวลว่าจะถูกเทคโนโลยีแย่งงาน

นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องมากมายจากการทำงานร่วมกับเอไอ เช่น ความเครียดกังวล (AI Anxiety) และอาการล้าหมดไฟจากการทำงานกับเอเอ (AI Burnout)
ทว่าเอไอก็มีข้อดีอยู่มาก และอาจเป็นการปลดแอกเราจากงานน่าเบื่อ จนสมดุลชีวิต (Work-Life Balance) ดีขึ้นอีกด้วย

อีริค หยวน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Zoom กล่าวในงานเสวนาทางเทคโนโลยี เมื่อต้นมิถุนายนว่า อีก 5-6 ปีจากนี้ ร่างเสมือนจากเอไอ (AI Avatar) จะถูกนำมาใช้ในการประชุมออนไลน์กันมากขึ้น
![]()
ซึ่งก็พัฒนาจากที่เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันนั่นเอง โดยผลดีที่ตามมาคือ จะช่วยให้บรรดาคนวัยทำงาน สามารถประชุมแบบเจอหน้าค่าหน้าตามากขึ้น

Work-Life Balance ดีขึ้น และได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น หลังวันทำงานอาจลดลงมาอยู่ที่ 4 วันต่อสัปดาห์

หัวเรือใหญ่ของ Zoom ยังคาดการณ์ด้วยว่า อีก 5-6 ปีจากนี้ AI Avatar จะทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการประชุมอีกต่อไป
เพราะนอกจากใช้ AI Avatar เข้าประชุมแทนแล้ว ยังสามารถตอบคำถามแทน สรุปเนื้อหาการประชุม และแนะนำสิ่งที่ต้องทำ หลังการประชุมได้อีกด้วย
เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้คือ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ซึ่งผู้ใช้สามารถฝึกระบบให้ตอบคำถามและสนทนาโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ดังนั้น จึงสามารถนำไปใช้กับงานประจำอื่น ๆ ของชาวออฟฟิศ เช่น ตอบอีเมลแทนคนได้เลย

ด้านผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอไอออกมาแสดงความกังวลต่อความก้าวหน้าดังกล่าว เพราะหวั่นว่าจะทำให้ความสามารถในการตัดสินใจของคนลดลง เส้นแบ่งระหว่างความจริงกับโลกเสมือนบางลงเรื่อย ๆ
และในอนาคตอันใกล้จะทำให้คนวัยทำงานมีงานงอก เพราะต้องตรวจสอบตัวตนที่แท้จริงในโลกออนไลน์ และป้องกันมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาอีก
สำหรับ Zoom เป็นแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ ที่ตัวบริษัทก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดยพัฒนาจากแพลตฟอร์มที่แทบไม่เป็นที่รู้จัก เป็นแพลตฟอร์มยอดฮิตในชีวิตการทำงานคนทั่วโลกช่วงล็อกดาวน์

และยังบีบให้บริษัทเทคโนโลยีอื่น ๆ อย่าง Google, Microsoft และ Zoom พัฒนาฟีเจอร์ประชุมออนไลน์ออกมาบ้าง อีกด้วย
โดยช่วงที่รุ่ง ๆ ผู้ใช้ Zoom ทั่วโลกเพิ่มจากเพียง 10 ล้านคนต่อวันเป็น 300 ล้านคนต่อวัน และทำเงินเพิ่มเป็น 328 ล้านดอลลาร์ (ราว 12,100 ล้านบาท) ในเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น
ทว่าการใช้ Zoom และแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์หลายชั่วโมงต่อวันติดกันหลาย ๆ วัน ก็มีผลเสีย โดยมีผลการศึกษาว่า กิจกรรมดังกล่าวฉุดให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลงไป 20% เมื่อเทียบกับการประชุมแบบเห็นหน้าค่าตา/theguardain
–
