‘ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ’ 2023-2026 ซัปพลายใหม่ทะลัก 8.3 แสน ตร.ม. โอกาสผู้เช่าถือแต้มต่อรองหาเงื่อนไขที่ดี CBRE ประเมินอาคารเกิน 25 ปี ต้องเร่งรีโนเวต หากไม่อยากตกขบวน เทรนด์ผู้เช่าทั้งไทยและข้ามชาติยึดหลัก ESG มากขึ้น

คุณรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBRE กล่าวว่า สถานการณ์ ‘ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ’ ปี 2023 ตลอดจนอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีพื้นที่สำนักงานให้เช่าในตลาดเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 830,836 ตารางเมตร ถือเป็นโอกาสของผู้เช่าในการเลือกสำนักงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ อีกทั้งจะทำให้ผู้เช่าได้เปรียบเป็นอย่างมากในการต่อรองหาเงื่อนไขที่ดี

อย่างไรก็ตาม อาคารสำนักงานยุคใหม่ที่ได้มาตรฐานระดับสากล คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 94% ของอาคารสำนักงานใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยจะเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นไปยังอาคารสำนักงานที่มีอายุมากกว่า 25 ปี ซึ่งมีอยู่มากกว่า 60% หากอาคารเดิมที่ได้รับการดูแลอย่างดี ผ่านการซ่อมแซม ปรับปรุงใหม่ให้รองรับมาตรฐานสากล ก็จะสามารถรักษาจำนวนผู้เช่าบางส่วนไว้ได้

ทั้งนี้ บริษัทยังเห็นว่าในช่วงปลายปี 2023 มีความต้องการเช่าพื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2024 ส่วนของเทรนด์ที่ต้องจับตามองของตลาดอาคารสำนักงานยุคใหม่ คือการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน และใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาใช้

ผู้เช่าจะเห็นได้ว่า บริษัททั้งไทยและต่างชาติจะยึดหลัก ESG และข้อกำหนดของสำนักงานเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น ทั้งให้ความสำคัญและมีแนวโน้มผลักดันแนวคิดการดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน หรือ ESG (Environmental, Social, and Governance)

อย่าง ‘66 Tower’ อาคารสำนักงานให้เช่าในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเมืองไทยประกันชีวิต ซึ่งมี CBRE เป็นตัวแทนในการปล่อยเช่าพื้นที่หลักของโครงการที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2024

คุณสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL กล่าวว่า ‘66 Tower’ อาคารสำนักงานให้เช่าเกรดเอที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มูลค่าโครงการประมาณ 3,800 ล้านบาท ออกแบบพื้นที่โดยเน้นผู้ใช้งานอาคารเป็นศูนย์กลาง บนเนื้อที่ 4-2-32 ไร่ สูง 28 ชั้น พื้นที่เช่าทั้งหมดประมาณ 30,000 ตารางเมตร โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน ต.ค. 2021 ปัจจุบันมีอัตราการปล่อยเช่า (Occupancy rate) อยู่ที่ระดับ 60%

โครงการตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 66 ทำเลศักยภาพต่อการเชื่อมต่อย่านธุรกิจเศรษฐกิจชั้นใน (CBD: Central Business District) โซนธุรกิจอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor)

อีกทั้งสะดวกต่อการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าที่มีการสร้างสะพานเชื่อมโดยตรงกับรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีอุดมสุข เข้ามายังตัวตึก รถโดยสารประจำทาง รวมถึงยังใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วน ทั้ง 3 สาย (ทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี) และสามารถเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างรวดเร็ว

คุณสาระ ล่ำซำ กล่าวปิดท้าย เนื่องจากบริษัทเข้าใจพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ใช้พื้นที่สำนักงาน ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในแง่ของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานแบบ Hybrid-workplace และการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยในการทำงาน  และหาแนวทางในการประยุกต์ใช้ระบบบริหารอาคารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

รวมทั้งยังปรับเงื่อนไขบริการต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่นเพื่อสอดคล้องกับความต้องการของผู้เช่ามากขึ้น ดังนั้น 66 Tower ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เหมาะกับทุกขนาดธุรกิจ ตั้งแต่สตาร์ตอัปไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ต้องการพื้นที่อาคารสำนักงานคุณภาพและใส่ใจในการออกแบบ เพราะบริษัทคำนึงถึงผู้ใช้งานอาคารเป็นหลัก


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer