เอสซีจี ผลประกอบการ ครึ่งปีแรก 2567 มีกำไร แต่ยังต้อง Work Hard to Survive
ในวันแถลงข่าวผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2567 “พี่โป้ง” ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี คนล่าสุดที่เพิ่งรับตำแหน่งเมื่อต้นปี 2567 บอกว่า
“6 เดือนเหนื่อย แต่สู้ครับ ยังได้กำไรในช่วงเศรษฐกิจอย่างนี้ผมก็โอเค แต่เราคงต้องฟิตให้มากขึ้นอีก”
นาทีนี้พี่โป้งคงต้องอยูในโหมด Work Hard to Survive ไปอีกนาน เพราะแม้จะผ่านครึ่งปีแรกมาได้ แต่ครึ่งปีหลัง ปี 2567 ภาพรวมเศรษฐกิจยังมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง
ตามไปฟังวิธีคิดของผู้นำบริษัทยักษ์ใหญ่ เอสซีจี ในวันที่เศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เติบโตช้ากว่าที่คาด และสงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีนยังไม่จบง่าย ๆ

ครึ่งปีแรกยังมีกำไร 6,133 ล้านบาท
ทั้ง ๆ ที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา 2 ธุรกิจหลักของเอสซีจี เช่น ปิโตรเคมีโลกยังอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง ธุรกิจซีเมนต์ก็ได้รับผลกระทบจากงบประมาณของภาครัฐที่มาช้า กำลังซื้อที่อ่อนแอในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย ทำให้การก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่รองรับกลุ่มนี้มีน้อยลงเพราะการปล่อยสินเชื่อก็ลดลง
แต่ผลประกอบการเอสซีจีในไตรมาส 2 ปี 2567 ปรับตัวดีขึ้น มีรายได้ 128,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากไตรมาสก่อน กำไรสำหรับงวด 3,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 จากไตรมาสก่อน
ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้ 252,461 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนในขณะที่มีกำไร 6,133 ล้านบาท ปรับตัวลดลงถึง 75% สาเหตุจากการรวบรวมรายได้พิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนมูลค่า 14,822 ล้านบาท
โดยมีสัดส่วนยอดขายจากเอสซีจี เคมิคอลส์ ร้อยละ 39 เอสซีจีพี ร้อยละ 27 เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ร้อยละ 16 เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิงและเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล ร้อยละ 13 และเอสซีจี เดคคอร์ ร้อยละ 5
ในครึ่งปีแรกการพัฒนาสินค้าใหม่ (New Products Development – NPD) มียอดขาย 38,690 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดขายรวม ขณะที่นวัตกรรมสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High-Value Added Products & Services – HVA) มียอดขาย 77,037 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 39 ของยอดขายรวม และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SCG Green Choice มียอดขาย 136,124 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54 ของยอดขายรวม
การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ รวมส่งออกจากไทย ครึ่งปีแรกของปี 2567 มียอดขาย 111,367 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44 ของยอดขายรวม

ธรรมศักดิ์เล่าว่าที่เอสซีจีผ่านมาได้ เพราะเน้นในเรื่องความฟิตทางธุรกิจซึ่งมี 5 เรื่องหลักคือ
1. บริหารต้นทุนพลังงาน อาทิ ธุรกิจซีเมนต์ในไทยเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงทดแทนได้ร้อยละ 47
2. โฟกัสธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต เช่น มุ่งธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรสำหรับตลาดที่อยู่อาศัย โรงงานและนิคมอุตสาหกรรม
3. ปรับปรุงการจัดเก็บ ขนส่ง กระจายสินค้า เช่น ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลวางแผนการจัดส่ง ตรวจรับสินค้า ช่วยลดเวลาทำงาน ลดความเสียหาย ลดโอกาสผิดพลาดในการรับ-ส่ง
4. ประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งในส่วนของเคมิคอลล์จะเห็นได้ชัดเจนว่าเราไม่ได้ขายแต่เม็ดพลาสติกแต่ขายโซลูชั่น
5. มุ่งส่งมอบโซลูชั่นที่ฟังก์ชันและราคาตรงกับความต้องการของลูกค้า อาทิ CPAC รถโม่เล็ก ขนาดกะทัดรัด สำหรับงานก่อสร้างในเมืองที่มีซอยเล็ก
ครึ่งปีหลัง 5 เรื่องหลักที่ต้องก้าวผ่านให้ได้
“ครึ่งปีหลัง มองไปก็เห็นเมฆดำครึ้มมาเลยครับ เศรษฐกิจตรงนี้ยังต้องระวัง ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น คือเรื่องแรกเราต้องเจอเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนรุนแรงแน่นอน ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ พอช้างสารชนกันหญ้าแพรกอย่างเราก็ลำบาก เมื่อจีนส่งออกไปอเมริกาไม่ได้ ส่งไปที่อื่นไม่ได้ เขาก็ต้องมาทางแถบ ๆ นี้ ตอนนี้เราก็เห็นแล้วว่าสินค้าราคาถูกต่าง ๆ เริ่มเข้ามาในตลาดบ้านเรา”
เรื่องที่ 2 หนี้ครัวเรือน เรื่องรายได้ของกลุ่มคนรายได้ปานกลางถึงล่างที่ลดน้อยลง ทำให้กำลังซื้อก็ลดลงตาม แต่คนกลุ่มนี้ยังมีความต้องการใช้กระเบื้อง ใช้ปูนซิเมนต์ แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ให้เขาได้อย่างไร เป็นเรื่องการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ให้ลูกค้าได้มากที่สุด
เรื่องที่ 3 ต้องโฟกัสในเรื่องธุรกิจ ธุรกิจไหนเรารู้ว่าสู้ไม่ได้ต้องหยุดเลย ต้องตัดสินใจให้เร็ว มูฟคน มูฟ รีซอร์สไปใส่ในธุรกิจที่มันโตดีกว่า ซึ่งยังมีอีกมายมาย เช่น ธุรกิจเพื่อสุขภาพ ธุรกิจเกี่ยวกับการประหยัดพลังงาน
“สำหรับธุรกิจที่เราดูแล้วไม่เวิร์กแล้วต้องหยุดไป เช่น แมวดำ SCG EXPRESS สู้เขาไม่ได้ ทำไปเผาเงินไป ไม่ใช่ทางเรา หรือเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างตึกที่เป็นตึกธรรมดา ไม่แข่งด้วยให้คนอื่นทำไปแต่ถ้าเป็น Green Industrial แบบนี้โอเค คือไม่ไหวต้องหยุด หยุดให้เร็วด้วย
ธุรกิจที่หยุดในส่วนของพนักงานเราก็เอามาอยู่ในส่วนของธุรกิจที่กำลังเติบโต ยกเว้นว่าเขาไม่ต้องการมาจริง ๆ
“แต่ในบางธุรกิจที่ช่วงนี้ไม่เวิร์ก ไม่มีกำไร แต่ในอนาคตมันสามารถไปต่อได้ดี เราก็อาจจะใส่เงินเพิ่ม ซึ่งผมก็พร้อมสู้ เราไม่ได้มองแค่ระยะสั้น มองผ่านไปในระยะยาวด้วย”
เรื่องที่ 4 เรื่องของ AI
“อย่าไปกลัว AI กลัวคนใช้ AI เป็นจะดีกว่าเพราะคนที่ใช้ AI มี efficiency สูงมาก”
เรื่องที่ 5 โซลูชั่น ที่โดนใจและตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง จะเป็นกุญแจในการสร้างศักยภาพของการแข่งขัน
ธรรมศักดิ์ยังกล่าวว่า องค์กรใหญ่อาจจะมีเงินทุน มีทางเลือกในการปรับตัว แต่สำหรับเอสเอ็มอีรายเล็ก เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก
เอสซีจี จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เตรียมจัดโครงการ Go Together ให้ความรู้ สร้างเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยเริ่มจากโรงงานสระบุรี พร้อมขยายผลไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่เอสซีจีมีโรงงานตั้งอยู่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับปรุงและนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดต้นทุน นำของเหลือใช้มาสร้างประโยชน์
ขณะที่มูลนิธิเอสซีจี ส่งเสริมแนวคิด LEARN to EARN เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เน้นการเรียนรู้เพื่อมีงานทำ โดยมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนทั้งในระบบและนอกระบบ ประมาณ 3,000 ทุนต่อปี ในสาขาที่ตอบโจทย์ตลาด เช่น ผู้ช่วยพยาบาล ผู้ช่วยทันตแพทย์ เป็นต้น
เอสซีจี ผลประกอบการ รายได้ลด กำไรเพิ่ม ยกเว้นเคมิคอลส์
เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 97,867 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนสำหรับงวด 3,107 ล้านบาท ลดลง 5,204 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากส่วนต่างราคาขายที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายของโครงการลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์
เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชัน ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 41,230 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 1,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการบริหารจัดการเรื่องต้นทุน
เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และเอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 73,668 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 1,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 62 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วน เอสซีจี เดคคอร์ (SCGD) ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 13,350 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 541 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 167 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เอสซีจีพี (SCGP) ครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 68,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวด 3,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ครึ่งปีแรกเอสซีจีจ่ายเงินลงทุนในโครงการต่าง ๆ ไปประมาณ 1.7-1.8 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท
วันนี้เอสซีจียังมีเงินสดอยู่ในมืออีก 78,907 ล้านบาท
สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีมูลค่า 949,478 ล้านบาท โดยร้อยละ 46 เป็นสินทรัพย์ในอาเซียน (นอกเหนือจากไทย)
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /

