ราคา (Price) เป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของส่วนผสมทางการตลาด (Marketing Mix) ซึ่งประกอบด้วย 4P ได้แก่ Product (สินค้า), Price (ราคา), Place (ช่องทางการจัดจำหน่าย), และ Promotion (การส่งเสริมการขาย) ราคาหมายถึงมูลค่าที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพื่อแลกกับสินค้า หรือบริการหนึ่ง ๆ การกำหนดราคาถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อยอดขาย กำไร และภาพลักษณ์ของแบรนด์

ประเภทของราคาในทางการตลาด

1. ราคาตามต้นทุน (Cost-Based Pricing)
– วิธีนี้คือการกำหนดราคาตามต้นทุนในการผลิตสินค้า รวมถึงต้นทุนในการจัดจำหน่ายและการตลาด จากนั้นบวกกำไรที่ต้องการลงไป ทำให้ได้ราคาขาย

2. ราคาตามคุณค่า (Value-Based Pricing)
– วิธีนี้คือการกำหนดราคาตามคุณค่าที่ลูกค้ารับรู้จากสินค้า หรือบริการ โดยไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กับต้นทุนการผลิต ราคานี้มักจะสูงขึ้นถ้าลูกค้ารับรู้ว่าสินค้าหรือบริการมีคุณค่ามาก

3. ราคาตามการแข่งขัน (Competition-Based Pricing)
– การกำหนดราคาด้วยวิธีนี้จะพิจารณาราคาของคู่แข่งในตลาดเป็นหลัก โดยอาจจะกำหนดราคาต่ำกว่า เท่ากัน หรือสูงกว่าคู่แข่ง ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของบริษัท

4. ราคาตามการแบ่งส่วนตลาด (Segmented Pricing)
– เป็นการกำหนดราคาตามกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยสินค้าหรือบริการเดียวกันอาจมีราคาต่างกันตามกลุ่มลูกค้า เช่น การกำหนดราคาต่างกันสำหรับลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่

5. ราคาตามสถานการณ์ (Dynamic Pricing)
– เป็นการกำหนดราคาที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ เช่น การเพิ่มหรือลดราคาตามช่วงเวลา ความต้องการของตลาด หรือภาวะเศรษฐกิจ วิธีนี้มักใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือการขายสินค้าออนไลน์

6. ราคาส่วนลด (Discount Pricing)
– การกำหนดราคาที่ให้ส่วนลดจากราคาปกติ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ หรือเพื่อกำจัดสต๊อกสินค้าที่เหลืออยู่

7. ราคาตามการตลาดแบบต้นทุนผันแปร (Penetration Pricing)
– การกำหนดราคาเริ่มต้นที่ต่ำมากเพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างส่วนแบ่งตลาด จากนั้นอาจค่อย ๆ ปรับราคาขึ้นเมื่อสินค้าหรือบริการนั้นได้รับความนิยม

การกำหนดราคาที่เหมาะสมเป็นการตัดสินใจที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะราคามีผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัท และยังส่งผลต่อการรับรู้ของลูกค้าต่อแบรนด์อีกด้วย ♦


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer