ปี 2556 เป็นปีที่ร้าน Healthy & Salad ที่นำเสนอจุดเด่นด้านสลัด ได้ถือกำเนิดขึ้น 3 ร้าน ได้แก่ โอ้กะจู๋, สลัดแฟคทอรี่ และโจนส์สลัด ที่มีจุดเริ่มต้นของธุรกิจและโลเคชั่น แตกต่างกันไป
อย่างโอ้กับจู๋ ร้านที่เกิดจากความฝันวัยมัธยมของ อู๋ จิรายุทธ ภูวพูนผล และโจ้ ชลากร เอกชัยพัฒนกุล สองเพื่อนรักที่อยากทำเกษตรสมัยใหม่ หลังจากที่ไปทัศนศึกษา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
และเมื่อพวกเขาจบมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ได้ทดลองปลูกผักออแกนิกในแปลงเล็ก ๆ พร้อมชวน ต้อง วรเดช สุชัยบุญศิริ เพื่อสมัยมัธยมเข้ามาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนอีกคนเพื่อปลุกผักออแกนิกส่งขายร้านอาหารต่าง ๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนักจากร้านอาหารมองว่าราคาผักออแกนิกมีราคาสูง
จนพวกเขาหาทางออกด้วยการเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ขายผักออแกนิกจากสวนตัวเอง เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดโฮมเมด และเครื่องดื่มชา กาแฟ ในชื่อร้านโอ้กะจู๋ บนคอนเซ็ปต์ From Farm to Table ในปี 2556 พร้อมกับขยายธุรกิจผ่านเมนูอาหาร สาขา และธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
เมื่อมองไปที่ 3 ปีที่ผ่านมา โอ้กะจู๋ในชื่อบริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ มีผลประกอบการแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าดังนี้
2564 รายได้รวม 803.02 ล้านบาท ขาดทุน 83.38 ล้านบาท
2565 รายได้รวม 1,214.91 ล้านบาท กำไร 38.32 ล้านบาท
2566 รายได้รวม 1,716.85 ล้านบาท กำไร 140.65 ล้านบาท
ในปัจจุบัน โอ้กะจู๋ กำลังเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 4 ตุลาคม 2567 เพื่อนำเงินระดมทุนขยายธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ
เป็นการเข้าตลาดหลักทรัพย์หลัง OR หรือบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) เข้าซื้อหุ้นโอ้กะจู๋สัดส่วน 20% ในปี 2564
ซึ่งการเข้าถือหุ้นโอ้กะจู๋ของ OR ทำให้แบรนด์โอ้กะจู๋มีเครือข่ายการขยายไปยังร้าน Café Amazon ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกำลังในการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น และการสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ ที่เข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภครักสุขภาพในแง่มุมต่าง ๆ จนพาตัวเองเดินหน้าติดนามสกุลมหาชนในวันนี้

นอกจากโอ้กะจู๋ ในธุรกิจร้านอาหาร กลุ่ม Healthy & Salad ที่เกิดปีเดียวกันอย่าง สลัด แฟคทอรี่ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ต้องตาผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารอย่าง CRG จนเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 51% ในปี 2563
และสามารถสร้างการเติบโต 3 ปีที่ผ่านมา
2564 รายได้รวม 256.30 ล้านบาท ขาดทุน 18.68 ล้านบาท
2565 รายได้รวม 439.13 ล้านบาท กำไร 7.96 ล้านบาท
2566 รายได้รวม 593.48 ล้านบาท กำไร 20.09 ล้านบาท
โดยสลัด แฟคทอรี่ เป็นแบรนด์ที่เกิดจาก ปิยะ ดั่นคุ้ม และเพื่อนอีก 2 คน เปิดสาขาแรกในรูปแบบ Stand Alone ด้วยการเช่าอาคารพาณิชย์ในเมืองทองธานี จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในชื่อบริษัท กรีน ฟู้ด แฟคทอรี่ จำกัด
ช่วงเริ่มต้นธุรกิจสลัด แฟคทอรี่ถือเป็นแบรนด์ที่ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาแล้วถึงสองครั้ง นับตั้งแต่การถอนหุ้นจากธุรกิจของหุ้นส่วน 2 คนหลังเริ่มเปิดธุรกิจเพียง 2 เดือน และใน 2 ปีให้หลังเจ้าของที่ไม่ต่อสัญญาเพราะต้องการขายอาคารที่เช่าอยู่จนต้องหาโลเคชั่นเปิดร้านใหม่ เป็นอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์ BEE HIVE ในเมืองทองธานี
แต่ถือว่าเป็นผลดี เพราะหลังจากที่ สลัด แฟคทอรี่ พาตัวเองไปยัง BEE HIVE ได้สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ จนสามารถขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และมีหุ้นส่วนอย่าง CRG เข้ามาถือหุ้นจนถึงปัจจุบัน
สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 สลัด แฟคทอรี่มีสาขา 41 สาขา และเพิ่มเป็น 43 สาขาในเดือนสิงหาคม 2567 พร้อมกับแนวทางขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 5 สาขา ทั้งในรูปแบบ Full Service และ Concept Store จนถึงสิ้นปี 2567 การขยายสาขาของ สลัด แฟคทอรี่ เป็นการขยายตามแพลนที่วางไว้เฉลี่ยปีละ 9 สาขา
และในปี 2567 สลัด แฟคทอรี่ มีการพัฒนาเมนูเข้าถึงลูกค้า เช่น การจับมือกับ เอสเพียว แบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารจากเครือเบทาโกรพัฒนาเมนูจากอกไก่ เป็นต้น
ส่วนโจนส์ สลัด เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เกิดปีเดียวกับโอ้กะจู๋ และสลัดแฟคทอรี่ ที่มีต้นกำเนิดจาก อาริยะ คำภิโล เรียนรู้วิธีทำน้ำสลัดจาก ลุงโจนส์ พี่เขยของแฟนที่เป็นชาวออสเตรเลียนำมาปรับสูตรให้เข้ากับคนไทย
ก่อนเริ่มต้นเปิดสาขาแรกในรูปแบบเคาน์เตอร์เล็ก ๆ ขนาด 14 ตร.ม. ที่จามจุรีสแควร์ บนจุดขายผักสดจากฟาร์มอินทรีและน้ำสลัดโฮมเมดที่มีให้เลือกกว่า 20 แบบ
ในยุคเริ่มต้น อริยะ ได้สร้างการจดจำ และโปรโมตแบรนด์ด้วยการสร้างคาแรกเตอร์ลุงโจนส์ขึ้นมาให้ความรู้ด้านสุขภาพในรูปแบบการ์ตูนผ่านเพจโจนส์สลัดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ จนเพจและร้านโจนส์สลัดเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
และเพจโจนส์สลัดยังสามารถต่อยอดไปยังรายได้ในรูปแบบ Content Creator ให้กับอาริยะ อีกทางหนึ่ง
ถ้ามองเพียงรายได้จากร้านโจนส์สลัด ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า มีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้
2564 รายได้รวม 355.91 ล้านบาท ขาดทุน 1.85 ล้านบาท
2565 รายได้รวม 254.79 ล้านบาท ขาดทุน 10.56 ล้านบาท
2566 รายได้รวม 113.05 ล้านบาท กำไร 11.16 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ข้อมูลจาก สลัด แฟคทอรี่พบว่า
ในปี 2565 มูลค่าอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท
ปี 2566 มูลค่า 4,500 ล้านบาท
และยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2567 เพราะใคร ๆ ก็อยากมีสุขภาพดีผ่านอาหารการกินที่แสนถูกปาก
–
