Trend / หนึ่งในเครื่องยืนยันถึงความนิยมจนกลายเป็นเทรนด์ขึ้นมา คือ แบรนด์ใหญ่ ๆ หรือคนดังพากันผุดไอเดียผลิตสินค้าเพื่อทำเงินจากเทรนด์นั้น เช่น เทรนด์ทำแบรนด์ซอสจากรสชาติที่กำลังบูมในสหรัฐฯ และอังกฤษ
คนล่าสุดที่เห็นช่องทางทำเงินจากเทรนด์นี้ด้วย ลูกชายคนโตของอดีตนักฟุตบอลอังกฤษคนดัง ต้นแบบผู้ชายแบบ Metrosexual

บรู๊กลิน เบ็คแฮม ลูกชายคนโตวัย 25 ปีของ เดวิด เบ็คแฮม และนิโคลล์ ผู้เป็นภรรยา ได้ร่วมกันคิดค้นและผลิตซอสพริกแบรนด์ Cloud 23 ขึ้นมา โดยวางจำหน่ายผ่านซูเปอร์มาร์เก็ต Wholefood ทั่วอังกฤษและสหราชอาณาจักร เมื่อต้นตุลาคมที่ผ่านมา
บรู๊กลิน เบ็คแฮม เผยว่าตนและภรรยาได้ไอเดียทำซอสพริก ซึ่งมีราคาขวดละ 15 ปอนด์ (ราว 653 บาท) ขึ้นมา หลังนำซอสพริกหลาย ๆ แบรนด์ มาผสมกันเพิ่มรสชาติให้อาหารแก้เมาค้างที่ทำกินกันเองช่วงล็อกดาวน์

ผลปรากฏว่านอกจากตาสว่างจนหายเมาค้างเป็นปลิดทิ้งแล้ว ยังทำให้อาหารง่าย ๆ ที่ทำกินเองนั้นอร่อยขึ้นอีกด้วย
หากมองอย่างผิวเผินนี่อาจเป็นแค่การหาช่องทางทำธุรกิจของลูกคนดัง ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากพ่อแม่ ต่างก็เป็นคนดังฐานะดี และต่อยอดจากการหลงใหลด้านทำอาหาร ที่ทั้ง บรู๊กลิน เบ็คแฮม และแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างก็เชื่อว่าน่าจะขายได้
เพราะ บรู๊กลิน เบ็คแฮม คือคนดังขวัญใจ Gen Z ด้วยยอดผู้ติดตามบน Instagram มากถึงกว่า 16 ล้านคน
ทว่าหากมองให้ลึก นี่คือการย้ำว่า ซอสพริก กำลังเป็นเทรนด์ทำธุรกิจยอดฮิตในหมู่คนดังโลกตะวันตก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และอังกฤษ เพราะก่อนหน้านี้คนดังอีกหลายคน เช่น อลิซ คูเปอร์ นักร้องเพลงแนวช็อกร็อกรุ่นใหญ่
เอ็ด ชีรัน นักร้องหนุ่มชาวอังกฤษขวัญใจ Gen Z และ Gen Y รวมไปถึง คิม คาเดเชียน เศรษฐีหญิงชาวอเมริกัน ต่างก็ปั้นแบรนด์ซอสพริกออกมาขายแล้วเช่นกัน ในชื่อ Poison Reaper, Tingley Ted’s และ Truff แล้วตามลำดับ

ดังนั้น จึงเป็นการสะท้อนว่าผู้บริโภคทั้งในสหรัฐฯ และกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรอยากกินอาหารที่มีรสเผ็ด หรือเติมรสเผ็ดในอาหารกันมากขึ้น จนทำให้ตลาดซอสพริกขยายตัว
ท่ามกลางการรายงานของ Ocado แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใหญ่ของอังกฤษที่ว่า ปี 2024 ยอดขายซอสพริกโตขึ้นจากปี 2023 10% โดยซอสพริก 2 แบบที่ได้รับความนิยมมากสุดคือ พริกแบบซอสโคชูจังของเกาหลีใต้
และซอสที่รสชาติคล้ายชอสพริกของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ด Chipotle กับซอสซึ่งยอดค้นหาโตขึ้นถึง 292% และ 850% ตามลำดับ
สื่ออังกฤษรายงานอิงจากผลสำเร็จความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างคนในประเทศว่า เมื่อปี 2023 53% ของกลุ่มตัวอย่างยินดีจ่ายแพงขึ้นกับซอสต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร และเมื่อช่วงคริสต์มาสปีนั้นยอดขายซอสพริกโตขึ้นมาถึง 150%
ซึ่งจากการที่ Wholefood นำ Cloud 23 ของบรู๊คลิน เบ็คแฮม ออกวางจำหน่าย ก็สื่อว่าซอสพริกยังขายดี และคริสต์มาสปี 2024 จะขายดีกว่าปี 2023

ส่วนในสหรัฐฯ อาหารรสเผ็ดก็ได้รับความนิยมถึงขนาดที่เมื่อปี 2023 Coca-Cola ต้องมีน้ำอัดลมรสเผ็ดออกมา
มี 2 สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดซอสพริกในสหรัฐฯ และอังกฤษขยายตัว โดยสาเหตุแรกคือ เมื่อช่วงล็อกดาวน์ผู้บริโภคทั้ง 2 ประเทศ ต้องทำอาหารกินเอง หรือซื้อมากินที่บ้าน จึงต้องอยากกินรสชาติแปลกใหม่ เพื่อบรรเทาความน่าเบื่อและชดเชยการไม่ได้ออกไปกินอาหารนอกบ้าน
ซึ่งรสเผ็ดก็ตอบโจทย์นี้ได้มากสุด โดยรสเผ็ดที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค 2 ประเทศนี้ รวมไปถึงประเทศตะวันตกมากสุด คือรสเผ็ดหวาน หรือ Swicy (มาจากการนำคำว่า Spice กับ Sweet มารวมกัน) ที่ปรากฏอยู่ในซอสโคชูจังของเกาหลีใต้

เทรนด์ Swicy ยังถือเป็นความสำเร็จตามแผน Soft power ของเกาหลีใต้ หลังผู้คนในโลกตะวันตกได้เห็นอาหารเกาหลีใต้ผ่านหนังกับซีรีส์ช่วงล็อกดาวน์ ซึ่งส่งผลให้ซอสพริกสูตรของประเทศอื่น ๆ อย่างจีนและไทยขายดีไปด้วย
สาเหตุที่ 2 ที่ทำให้ซอสพริกในสหรัฐฯ กับอังกฤษ ขายดี คือ คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับซอสพริกในสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะคอนเทนต์ลองชิมซอสพริกซึ่งที่โด่งดังสุดคือ ช่อง Hot Ones ใน YouTube ที่ให้คนดังหลายวงการมาพูดคุยพร้อมท้าทายให้การกินปีกไก่คลุกหรือจิ้มซอสพริกที่ระดับความเผ็ดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
คนที่ทำสถิติสูงสุดคือ ไอดริส อัลบ้า นักแสดงผิวสีชาวอังกฤษ ซึ่งกินไปคุยไปตอบคำถามไปได้มากถึง 10 และสามารถกินไก่คลุกซอสพริกที่มีความเผ็ดได้สูงถึง 2 ล้านสคอลวิลล์
ช่อง Hot Ones ยังเชื่อมโยงซอสพริกของ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ด้วย โดยเมื่อช่วงกันยายนที่ผ่านมา เดวิด เบ็คแฮม ไปร่วมพูดคุยในช่องนี้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็ไม่ลืมโปรโมตซอสพริกของลูกชายที่จะเปิดตัวและวางจำหน่ายอีก 1 เดือนถัดมา/theguardian, bbc
–
