ดอลลาร์สหรัฐครอบงำระบบการชำระเงินของโลกมาอย่างยาวนาน: The low contries
เงินดอลลาร์สหรัฐได้ครองความเป็นสกุลเงินหลักของโลกมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยปัจจุบันเงินสำรองระหว่างประเทศทั่วโลกประมาณ 58% อยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ความสำคัญนี้สะท้อนถึงอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหารของสหรัฐฯ รวมถึงความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากการยึดทรัพย์และภาวะเงินเฟ้อ
22 ตุลาคม 2024 วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย สี จิ้นผิง ของจีน และ นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย รวมไปถึงผู้นำอีก 24 ชาติ ตบเท้าเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นการประชุมครั้งที่ 16 แล้ว และเป็นการรวมตัวกันครั้งแรกหลังจากที่ BRIC ได้สมาชิกใหม่มาเข้าร่วม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในแต่ละปีผู้นำจากชาติสมาชิกจะมารวมตัวกันเพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ ทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจรวมถึงแนวทางของการเมืองในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่
สำหรับการประชุมครั้งที่ผ่านมาในปี 2023 จัดขึ้นที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ในตอนนั้นประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียไม่สามารถออกนอกประเทศได้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมตามหมายศาลอาญาระหว่างประเทศ ดังนั้น ในการประชุมที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพปูตินหวังว่าจะได้แสดงบทบาทนำกลุ่มประเทศมหาอำนาจใหม่ที่กำลังขึ้นมาท้าทายอำนาจเหนือของกลุ่มชาติตะวันตก
ปัจจุบันประเทศสมาชิกที่อยุ่ในกลุ่ม BRICS ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เป็นกลุ่มประเทศที่รวมตัวกันมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอันจากการรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มมหาอำนาจใหม่ที่จะไประแคะระคายกลุ่มอำนาจเก่าอย่าง G7 ได้เลย
BRICS Summit 2024 จัดขึ้นที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย: Newsx
ไฮไลท์หนึ่งของการประชุมสุดยอดผู้นำในครั้งนี้ ปูติน ในฐานะพี่ใหญ่หวังที่จะให้กลุ่ม BRICS มีอำนาจมากขึ้น โดยให้กลุ่มประเทศภายใต้ BRICS สร้างระบบนิเวศทางการเงินระดับโลกแบบใหม่ขึ้นมาเพื่อต่อต้าน (หรือจะเรียกว่าโจมตีก็ได้) การครอบงำระบบการเงินโลกของอเมริกา รวมไปถึงปกป้องรัสเซียและชาติพันธมิตรจากการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรของอเมริกาในยามที่มีเรื่องขัดแย้งกัน
ระบบการชำระเงินของกลุ่ม BRICS จะช่วยให้ “ชาติสมาชิกสามารถดำเนินการทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาชาติที่ใช้ดอลลาร์และยูโรเป็นอาวุธในการคว่ำบาตรทางการค้า” ซึ่งรัสเซียเรียกระบบนี้ว่า “BRICS Bridge” โดยมีกำหนดจะทำให้สำเร็จภายใน 1 ปีหลังจากการประชุมนี้
BRICS Bridge จะช่วยให้ประเทศสมาชิกสามารถดำเนินการชำระเงินข้ามพรมแดนได้โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ดำเนินการโดยธนาคารกลางของประเทศของตนเอง ระบบนี้อาจยืมแนวคิดมาจากโครงการอื่นที่เรียกว่า mBridge ซึ่งดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ The Bank for International Settlements
การประชุมครั้งนี้ทำให้เกิดความกระจ่างชัดเกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อสร้างระบบท่อส่งเงินของโลกขึ้นมาใหม่ โดยก่อนหน้านี้ จีนก็ได้มีแผนในการผลักดันเงินหยวนให้เป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักของโลกมาแล้ว โดยการให้ประเทศที่กู้ยืมเงินจากจีน หรือ ค้าขายกับจีน ต้องชำระเงินเป็นสกุลเงินหยวนเท่านั้น โดยเหตุผลที่จีนทำแบบนี้ก็เพื่อหวังลดการผูกขาดและลดความสำคัญของเงินดอลลาร์ลง อันเป็นการลดความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางการค้าจากชาติผู้นำชาติตะวันตกอย่างอเมริกา สำหรับแผนที่รัสเซียคิดและจะนำมาใช้กับกลุ่ม BRICS ก่อนก็อาจมีผลทำให้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมมีราคาถูกและรวดเร็วขึ้น ซึ่งประโยชน์เหล่านี้ก็อาจจะเพียงพอที่จะดึงดูดให้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เข้ามาร่วมวงใช้ระบบนิเวศทางการเงินนี้ได้เช่นกัน
การที่อเมริกามีอำนาจเหนือระบบการเงินโลกและทำตัวเป็นเสาหลักทางการเงินในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร รวมถึงความจริงที่ว่าสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นดอลลาร์ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยจากการยึดทรัพย์ของรัฐบาลและภาวะเงินเฟ้อและซื้อและขายได้ง่าย
อำนาจล้นเหลือของเงินดอลลาร์
แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จะกระจายการถือครองพันธบัตรออกไปอยู่ในทองคำด้วย แต่เงินสำรองสกุลเงินต่างประเทศประมาณ 58% อยู่ในรูปดอลลาร์ และผลกระทบจากเครือข่ายของดอลลาร์ทำให้ธนาคารของอเมริกาเป็นศูนย์กลางของระบบการชำระเงินของโลก เปรียบเทียบให้เห็นภาพคล้ายกับการขึ้นเครื่องบินระยะไกล หากสนามบินสองแห่งไม่เชื่อมต่อกันโดยตรง ผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินตัวกลางที่มีผู้โดยสารพลุกพล่านซึ่งมีเครื่องบินลำอื่น ๆ เชื่อมต่อกันมากมาย อย่างเช่นที่ดูไบ หรือ เกาหลี หากคุณต้องการเดินทางจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา
ในโลกการชำระเงินระหว่างประเทศก็เช่นกัน ศูนย์กลางการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ อเมริกา ซึ่งธนาคารหลายแห่งทั่วโลกแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศจากผู้ที่ทำการชำระเงินเป็นดอลลาร์แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสกุลเงินที่ใช้รับการชำระเงิน (สกุลเงินของประเทศตัวเอง)
ธนาคารเกือบทั้งหมดในโลกที่ทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดอลลาร์ต้องดำเนินการผ่านธนาคารตัวแทนในอเมริกา การทำเช่นนี้ทำให้อเมริกาสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อหาสัญญาณการสนับสนุนการก่อการร้าย และการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และนั่นทำให้อเมริกานั้นมีอำนาจมหาศาล ซึ่งเป็นสิ่งที่อเมริกาตั้งใจจะใช้เป็นทางเลือกแทนการทำสงครามตรง ๆ
ในปี 2021 ที่อเมริกาเรียกร้องให้ธนาคารต่างประเทศบางแห่งตัดการเชื่อมต่อจาก SWIFT ซึ่ง SWIFT (Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication) เป็นระบบเครือข่ายระดับโลกที่เชื่อมโยงธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลก เพื่อให้การส่งข้อมูลทางการเงินระหว่างธนาคารเป็นไปอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว SWIFT ใช้รหัสที่เรียกว่า SWIFT Code หรือ BIC (Bank Identifier Code) ซึ่งเป็นรหัสเฉพาะของแต่ละธนาคาร ทำให้ธนาคารสามารถระบุและยืนยันตัวตนของคู่ค้าทางการเงินได้อย่างแม่นยำ
ระบบนี้มีบทบาทสำคัญในธุรกรรมระหว่างประเทศ เช่น การโอนเงินระหว่างประเทศและการชำระเงิน โดยข้อมูลทั้งหมดที่ส่งผ่านระบบ SWIFT จะถูกเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย โดยล่าสุดในปี 2018 SWIFT ได้ตัดการเชื่อมต่ออิหร่านเป็นที่เรียบร้อย
ทั้งหมดนี้ดูไม่ต่างจากการโจมตีทางการเงินอย่างรุนแรงต่อรัสเซียหลังจากการรุกรานยูเครนในปี 2022 ที่ชาติตะวันตกอายัดทรัพย์สินของรัสเซียมูลค่ากว่า 282,000 ล้านดอลลาร์ ที่รัสเซียถือครองในต่างประเทศ ตัดการเชื่อมต่อธนาคารของรัสเซียกับ SWIFT และป้องกันไม่ให้ธนาคารเหล่านี้ดำเนินการชำระเงินผ่านธนาคารของอเมริกา
นอกจากนี้ อเมริกายังขู่ว่าจะ “คว่ำบาตรทางอ้อม” กับธนาคารในประเทศอื่น ๆ ที่ให้การสนับสนุนความพยายามในการทำสงครามของรัสเซียอีกด้วย แม้แต่ผู้กำหนดนโยบายในยุโรปที่สนับสนุนการคว่ำบาตรก็ยังตกใจที่ Visa และ MasterCard ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ตัดสินใจปิดกิจการในรัสเซียอย่างรวดเร็ว สึนามิที่ซัดถล่มรัสเซียทำให้ศัตรูของอเมริกา (อย่างรัสเซียและจีน) อยากเลิกใช้ดอลลาร์ให้เร็วที่สุด เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม และยังผลักดันให้รัฐบาลของประเทศอื่น ๆ จำนวนมากหันมาพิจารณาเรื่องการที่ต้องพึ่งพาการเงินของอเมริกา
ปูตินหวังที่จะใช้ประโยชน์จากความไม่พอใจค่าเงินดอลลาร์เป็นเครื่องมือโน้มน้าวให้ชาติสมาชิกและชาติอื่น ๆ เลิกใช้ดอลลาร์เป็นสกุลเงินกลางในการชำระ ในการประชุมสุดยอด BRICS สำหรับปูติน การสร้างโปรเจกต์ใหม่ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วนในแง่กลยุทธ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
ปัจจุบันตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของรัสเซียซื้อขายด้วยเงินหยวนเกือบทั้งหมด แต่เนื่องจากรัสเซียไม่สามารถหาเงินสกุลหยวนมาใช้ชำระค่าใช้จ่ายสำหรับการนำเข้าทั้งหมดได้ จึงจำเป็นต้องลดการใช้เงินสกุลหยวนลงเหลือเพียงการใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ประธานาธิบดีของรัสเซียหวังว่าการดำรงอยู่ของชาติสมาชิกนอกระบบของอเมริกาจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าเดิมด้วยการวางระบบการเงินของตนเอง ที่จริงแล้วบรรดาประเทศสมาชิกของ BRICS ได้มีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาหารือหลายครั้งก่อนการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุดนี้ที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพ
โดยหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดตั้งหน่วยงานจัดอันดับเครดิต (Credit Rating Agency) เพื่อแข่งขันกับหน่วยงานหลัก ๆ ของตะวันตก อย่าง Moody’s , Standard & Poor’s (S&P) และ Fit Rating ซึ่งรัสเซียมองว่าหน่วยงานพวกนี้ อ่อนไหวต่อเรื่องการเมืองมากเกินไป
นอกจากนี้ รัสเซียยังได้พิจารณาจัดตั้งบริษัทรับประกันภัยต่อเพื่อหลีกเลี่ยงหน่วยงานของตะวันตกที่ถูกห้ามไม่ให้รับประกันภัยต่อเรือบรรทุกน้ำมันบางลำที่ขนส่งน้ำมันของรัสเซีย รวมไปถึงระบบการชำระเงินสำหรับประชาชนทั่วไปอื่น ๆ เพื่อเอาไว้มาแทนที่ Visa และ MasterCard อีกทั้งปูตินยังได้ผลักดันให้มีการจัดตั้งสกุลเงินสำหรับใช้กับกลุ่มประเทศที่อยู่ใน BRICS ร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับกำหนดราคาในทางการค้าโดยอิงจากตะกร้าทองคำและสกุลเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ดอลลาร์ แต่อินเดียคัดค้านโดยให้เหตุผลในด้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในกลุ่ม BRICS และมองว่าสกุลเงินร่วมที่นำเสนอมานี้อาจเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่าของประเทศสมาชิกอื่น ๆ
อินเดียยังมีความกังวลว่าจีนอาจครอบงำข้อตกลงการค้าและนโยบายเศรษฐกิจภายในกลุ่ม โดยใช้กลุ่ม BRICS เป็นฐานในการผลักดันวาระทางภูมิรัฐศาสตร์ของตัวเอง
นอกจากนี้ อินเดียมีความสัมพันธ์ทางการค้าและการทหารที่สำคัญกับชาติตะวันตก โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป ดังนั้น การใช้สกุลเงิน BRICS ใหม่ จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์กับประเทศฟากฝั่งตะวันตกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นของสกุลเงินที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่จัดตั้งขึ้น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอินเดียต้องการส่งเสริมการค้าในสกุลเงินท้องถิ่นมากกว่าที่จะผูกมัดระบบการเงินของตัวเองเข้ากับสกุลเงิน BRICS ที่เป็นหนึ่งเดียว
แผนการใช้เงินดิจิทัลที่ได้รับการหนุนหลังด้วยสกุลเงินเฟียตเป็นแผนการที่สำคัญที่สุด แผนการนี้จะทำให้ธนาคารกลาง ไม่ใช่ธนาคารตัวแทนที่มีสิทธิ์เข้าถึงระบบการหักบัญชีเงินดอลลาร์ในอเมริกา เข้ามาเป็นศูนย์กลางของธุรกรรมข้ามพรมแดน ในการกระจายอำนาจของระบบการเงิน ข้อเสนอนี้จะหมายความว่าประเทศใดประเทศหนึ่งจะไม่สามารถตัดขาดจากอีกประเทศหนึ่งได้ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์จะทำธุรกรรมผ่านธนาคารกลางของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคีกับธนาคารต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเครือข่ายของระบบธนาคารตัวแทนในปัจจุบัน
สำหรับเรื่อง BRICS Bridge ได้มีการรับร่างไว้ในรายงานของกระทรวงการคลังและธนาคารกลางของรัสเซียเมื่อเดือนช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีความยาวถึง 48 หน้า เนื้อหาบางส่วนมุ่งเป้าไปที่วิจารณ์การเงินของประเทศตะวันตก และมีการระบุว่า “ชาติสมาชิกจำเป็นต้องมีการตรวจสอบแพลตฟอร์มข้ามชาติใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความแปลกใหม่ มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป”
ในช่วงเริ่มต้นแผน BRICS Bridge จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่ดำเนินการโดยธนาคารกลางก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากแพลตฟอร์มการชำระเงินทดลองที่เรียกว่า mBridge ซึ่งพัฒนาโดย BIS ร่วมกับธนาคารกลางของจีน ฮ่องกง ไทย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
การทดลองระบบ mBridge ของ BIS* นั้นได้รับการออกแบบขึ้นมาในปี 2019 ก่อนที่รัสเซียจะบุกโจมตีเต็มรูปแบบ การทดลองดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม การทดลองดังกล่าวสามารถลดเวลาในการทำธุรกรรมจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที และลดต้นทุนในการทำธุรกรรมได้เกือบเป็นศูนย์
จากแถลงการณ์ล่าสุดของ BIS ระบุว่า mBridge ได้เข้าสู่ช่วงการเปิดทดลองให้ใช้งานแล้ว โดยที่มีธนาคารกลางของซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมเป็นพันธมิตรรายที่ 5 ในโครงการนี้ ส่วนสมาชิกอีกประมาณ 31 รายยังอยู่ในสถานะผู้สังเกตการณ์ ถ้า mBridge ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบปัจจุบัน จะทำให้อำนาจของดอลลาร์อ่อนแอลง นั่นเท่ากับว่า BIS ได้ก้าวเข้าสู่สนามรบทางภูมิรัฐศาสตร์โดยไม่รู้ตัว
Jay Shambaugh เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ: Perfil
Jay Shambaugh เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ บอกว่า “หากใครก็ตามที่ทำธุรกรรมนอกระบบดอลลาร์ด้วยเหตุผลทางการเมือง คุณคงอยากให้ระบบนั้นมีราคาแพงกว่าระบบดอลลาร์สำหรับพวกเขา” ถ้าตีความแถลงการณ์นี้จะเห็นว่า อเมริกามีการส่งสัญญาณขู่เล็กน้อยว่า อย่าพยายามคิดที่จะโค่นล้มดอลลาร์ หรือถ้าหากจะทำจริง ๆ ก็มีราคาที่ต้องจ่าย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า อเมริกาเองก็มีความกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวการถูกลดทอนอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์ เพราะ Fed เองก็ได้พูดถึงประเด็นนี้เช่นกันว่า การเพิ่มประสิทธิภาพของเงินดิจิทัลประเภทใหม่นี้อาจกัดกร่อนการใช้ดอลลาร์ในเรื่องการค้าระหว่างประเทศ
ถ้าไม่นับว่าอเมริกากำลังจะเสียประโยชน์จาก mBridge สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้อาจช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายสกุลเงินหยวนของจีนได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ mBridge ในฝั่งของจีนกล่าวว่า mBridge เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่จะทำให้การใช้เงินหยวนในการชำระเงินข้ามพรมแดนทำได้ง่ายขึ้น และฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินนอกชายฝั่งก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย
mBridge เวอร์ชั่น BRICS
เป็นไปได้หรือไม่ที่แนวคิดและโค้ดของ mBridge อาจถูกจำลองโดยกลุ่ม BRICS จีน หรือรัสเซีย?
BIS มองว่า mBridge เป็นโครงการร่วมและเชื่อว่ามีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าใครจะเข้าร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันตกกล่าวว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ mBridge ในช่วงทดลองอาจสามารถถ่ายทอดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องให้กับผู้อื่นได้ รวมถึงผู้เข้าร่วมใน BRICS Bridge ด้วย
ตามแหล่งข้อมูลหลายแห่ง จีนเป็นชาติผู้นำในด้านซอฟต์แวร์และโค้ดเบื้องหลังโครงการ mBridge ธนาคารประชาชนจีนเป็นผู้นำคณะอนุกรรมการด้านเทคโนโลยีของโครงการ และตามความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ BIS ในปี 2023 บัญชีแยกประเภทดิจิทัลของ mBridge “ถูกสร้างขึ้นโดย” PBOC อาจเป็นไปได้ว่าเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญนี้สามารถใช้สร้างระบบคู่ขนานที่อยู่เหนือขอบเขตของ BIS หรือสมาชิกตะวันตก BIS ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความคล้ายคลึงกันระหว่างการทดลองกับแผนของรัสเซีย
การก้าวเข้าสู่การแข่งขันด้านการชำระเงินของกลุ่ม BRICS เผยให้เห็นความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์รูปแบบใหม่ที่โลกตะวันตกต้องเผชิญ ซึ่งในการประชุมกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (G20) ในปี 2020 BIS ได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงระบบที่มีอยู่และทดลองใช้สกุลเงินดิจิทัลตามการร้องขอของจีน
และในช่วงต้นปี 2024 Agustín Carstens กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ BIS ได้เรียกร้องให้มีการออกแบบ สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ของโครงการ mBridge และพิจารณาทบทวนระบบการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเงินพื้นฐานใหม่ทั้งหมด
Agustín Carstens MD ของ BIS เรียกร้องให้มีการทบทวนการออกแบบ mBridge ใหม่อีกครั้งเพื่อความโปร่งใส: Financial Times
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมาชิกแต่ละรายของ BIS มีเป้าหมายที่ขัดแย้งกัน การอยู่เหนือความขัดแย้งจึงทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ Cecilia Skingsley หัวหน้า BIS Innovation Hub ยอมรับว่าโลกนี้ยากต่อการนำทางมากขึ้น แต่เธอกล่าวว่า BIS ยังคงมีบทบาทในการแก้ปัญหาสำหรับทุกประเทศ โดยแทบไม่ขึ้นอยู่กับวาระทางการเมืองหรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ใด ๆ
ดอลลาร์ไม่ยอมศิโรราบ
ทางเลือกหนึ่งสำหรับอเมริกาและประเทศพันธมิตรคือการพยายามขัดขวางระบบการชำระเงินแบบใหม่ที่แข่งขันกับเงินดอลลาร์ โดยประเทศฝั่งที่อาจเสียเปรียบได้ในอนาคต อย่างชาติตะวันตก ได้ออกมาเตือน BIS ว่า โครงการนี้อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดโดยประเทศที่มีเจตนาไม่ดี
นั่นทำให้ BIS ชะลอการพัฒนาโครงการ mBridge ลงแล้ว ตามคำกล่าวของอดีตเจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาบางคน และไม่น่าจะรับสมาชิกใหม่เข้าร่วมโครงการนี้ ทางเลือกอีกทางหนึ่งคือการปรับปรุงระบบที่ใช้เงินดอลลาร์เพื่อให้มีประสิทธิภาพเท่ากับคู่แข่งรายใหม่
อเมริกากำลังเตรียมพร้อมที่จะต้องเจอกับความท้าทายนี้อยู่แล้ว โดยธนาคารกลางนิวยอร์กได้เข้าร่วมกับธนาคารกลางอีก 6 แห่ง ในโครงการภายใต้การกำกับของ BIS ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อที่จะทำให้ระบบที่มีอยู่เดิมนั้นเร็วขึ้นและถูกกว่า นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจเชื่อมโยงระบบการชำระเงินแบบทันทีในประเทศของตนกับระบบในประเทศอื่น ๆ ด้วย
ความท้าทายที่ BRICS จะต้องเจอ
สิ่งที่ยากสำหรับระบบการชำระเงินของ BRICS ที่เป็นคู่แข่งทางตรงของดอลลาร์สหรัฐ คือ การรับประกันสภาพคล่อง เพราะต้องได้รับการอุดหนุนเงินจำนวนมากจากรัฐบาล ในกรณีที่หากกระแสเงินทุนและการค้าพื้นฐานระหว่างสองประเทศไม่สมดุล ซึ่งโดยปกติเหตุการณ์เช่นนี้ก็จะเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้น ถ้าประเทศในกลุ่ม BRICS อยากจะทำระบบรับชำระเงินเอง พวกเขาจะต้องสะสมสินทรัพย์หรือหนี้สินในสกุลเงินของกันและกัน คำถามคือ อะไรจะดึงดูดในประเทศอื่น ๆ นอกจากจีนและรัสเซียทำแบบนั้น เพราะปัจจุบันอินเดียเองก็ไม่ได้ไว้ใจจีน ซึ่งถ้านับระดับความสำคัญได้ว่า 2 ประเทศนี้เป็นสมาชิกที่มีระดับสำคัญมากของกลุ่ม BRICS และหากประเทศพี่ใหญ่ในกลุ่ม BRICS ต้องการเอาระบบสกุลเงินดิจิทัลมาใช้จริง ๆ ประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่ม BRICS ก็จะต้องมาตกลงกันในกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนเพื่อควบคุมการชำระเงินและอาชญากรรมทางการเงิน ความเป็นเอกฉันท์เช่นนี้ไม่น่าจะชนะในคาซาน
อย่างไรก็ตาม แผนการของ BRICS อาจเวิร์กและมีหลายประเทศเอาด้วยก็ได้ เพราะมีความเห็นพ้องกันของหลายฝ่ายว่าระบบการชำระเงินระหว่างประเทศในปัจจุบันนั้นช้าและมีค่าธรรมเนียมที่แพงเกินไป ในขณะที่ประเทศร่ำรวยมักมุ่งเน้นที่การทำให้รวดเร็วขึ้น แต่ประเทศอื่น ๆ จำนวนมากต้องการที่จะล้มล้างระบบปัจจุบันทั้งหมด
การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ในปี 2025 จะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล โดยมีประธานาธิบดี Luiz Inácio Lula da Silva เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีความโกรธแค้นเกี่ยวกับอำนาจเงินดอลลาร์อยู่แล้ว “ทุกคืนผมถามตัวเองว่าทำไมทุกประเทศต้องใช้เงินดอลลาร์เป็นฐานในการค้า” “ใครเป็นคนตัดสินใจ?” จั่วหัวการประชุมในครั้งหน้ามาแบบนี้ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจริง ๆ ต้องมีประเด็นน่าสนใจให้ติดตามอย่างแน่นอน เมื่อถึงเวลานั้นเรามาดูกันว่า BRICS Bridge จะคืบหน้าไปถึงไหน แล้วจะมาโค่นดอลลาร์สหรัฐลงได้หรือไม่
*โครงการ mBridge ได้รับการพัฒนาโดยธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (หรือ Bank for International Settlements: BIS) ร่วมกับธนาคารกลางหลายแห่ง เพื่อให้เป็นแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางของหลายประเทศ (CBDC) ออกแบบมาเพื่อรองรับการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบเรียลไทม์แบบเพียร์ทูเพียร์และธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โครงการนี้เกิดมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิม เช่น ต้นทุนที่สูงและความเร็วของธุรกรรมที่ช้า
mBridge เปิดตัวในปี 2021 เป็นโครงการริเริ่มร่วมกันระหว่าง BIS Innovation Hub ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สถาบันสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารประชาชนจีน และสำนักงานการเงินฮ่องกง ล่าสุด ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมในฐานะผู้มีส่วนร่วมอย่างเต็มรูปแบบ
mBridge ทำงานบนบล็อกเชนแบบกำหนดเองได้ที่เรียกว่า mBridge Ledger ซึ่งรองรับการชำระเงินทันทีและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเฉพาะเขตอำนาจศาล นอกจากนี้ ยังเข้ากันได้กับ Ethereum Virtual Machine ช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้
อัปเดตล่าสุด ณ เดือนมิถุนายน 2024 mBridge ได้เข้าสู่ระยะ MVP แล้ว (ระยะที่ปล่อยให้ใช้ได้จริงโดยมีฟีเจอร์ที่จำเป็นออกไปก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น) ซึ่งช่วยให้สามารถทำธุรกรรมที่มีมูลค่าจริงระหว่างธนาคารที่เข้าร่วมได้ ระยะนี้จะช่วยให้สามารถทดสอบเพิ่มเติมและพัฒนาเคสการใช้งานเพิ่มเติมได้ พร้อมทั้งเชิญชวนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของแพลตฟอร์ม
เรื่อง: ณัฐศกรณ์ แสงลับ
อ้างอิง
https://www.economist.com/international/2024/10/20/putins-plan-to-dethrone-the-dollar
https://www.tralac.org/resources/by-region/brics.html
–
