คงไม่มีอะไรใจร้ายเท่ากับการให้เริ่มต้นวันใหม่โดยปราศจากกาแฟที่ให้คาเฟอีนอีกแล้ว อย่างน้อยก็ต้องได้ดื่มแก้วหรือสองแก้วเพื่อให้ร่างกายอันอ่อนล้านั้นกระปรี้กระเปร่าขึ้นบ้าง แต่บางคนที่มีอาการไม่ถูกจริตกับกาแฟ จะดื่มอะไรให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นได้
รู้หรือไม่ว่า ในมัทฉะก็มีคาเฟอีน ที่กระตุ้นให้เราหายง่วง เติมพลังให้ตื่นได้ดีไม่แพ้กาแฟเลย
สำหรับคนที่ดื่มกาแฟไม่ได้ หรือเบื่อหน่ายที่จะดื่มเมนูซ้ำเดิมนี้ สิ่งที่ให้พลังงานทดแทนในเวลาเช้า เติมคาเฟอีนเข้าเส้นเลือดได้ คงต้องแนะนำ “มัทฉะ” หรือผงชาเขียวชนิดเข้มข้น ได้กลายเป็นเครื่องดื่มทางเลือกใหม่สำหรับสายเสพติดคาเฟอีน หนึ่งเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมต่อเนื่องเพราะมีคุณสมบัติดีต่อสุขภาพ
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า
“มัทฉะ” คืออะไร ต่างจาก “ชาเขียว” อย่างไร

มัทฉะ คือ ผงที่ได้มาจากพืชตระกูลใบชา มัทฉะทำมาจากใบอ่อนของต้นชาชื่อ Camellia sinensis ซึ่งเป็นพืชชนิดเดียวกับที่ใช้ผลิตใบชาทั้งชาเขียวและชาดำ แต่มัทฉะแตกต่างจากชาชนิดอื่นตรงที่ต้องผ่านกระบวนการทำให้แห้งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเก็บเกี่ยว แล้วจึงนำไปบดทั้งใบจนเป็นผง กระบวนการบดจะทำลายผนังเซลล์ของใบชาจนหมด สารอาหารที่มีประโยชน์ทั้งหมดจะถูกรวมอยู่ในใบชา ทำให้มัทฉะเข้มข้นมากกว่าชาเขียวทั่วไป อีกทั้งรสชาติก็แบ่งออกได้หลากหลาย ทั้งหวาน คล้ายรสถั่ว รสดอกไม้ หรือรสเผ็ด ทั้งนี้ ความเข้มข้นก็ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของมัทฉะและวิธีการชงในเครื่องดื่มนั้น ๆ ด้วย ชาเขียวจะต้องแช่ใบชาก่อนจึงค่อยนำออกจากน้ำ ส่วนมัทฉะจะต้องดื่มทั้งใบ
มัทฉะ ดื่มทดแทนกาแฟได้ เพราะมีคาเฟอีนเหมือนกัน
มัทฉะมีคาเฟอีนเช่นกัน แต่ในมัทฉะจะมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่าชาเขียวทั่วไป เนื่องจากมัทฉะจะผ่านกระบวนการพิเศษอันละเอียด ทำให้คงสารอาหารในตัวไว้ได้มากกว่าชาเขียวทั่วไป
กาแฟ VS มัทฉะ
กาแฟทำมาจากเมล็ดกาแฟคั่วบดและชงรสชาติเพิ่มตามความชอบของเรา เป็นเครื่องดื่มที่รู้จักมากที่สุดในฐานะเครื่องดื่มให้คาเฟอีน และเมล็ดกาแฟก็มีสารพัดประโยชน์เช่นเดียวกัน ทั้งต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนหยิบกาแฟร้อนๆ สักแก้วมาดื่มทุกเช้า

จุดเด่นที่ทำให้คนคลั่งไคล้กาแฟ คือ กลิ่นที่หอม รสชาติขมเป็นเอกลักษณษ์ และมีคาเฟอีนในปริมาณสูง แต่บางคนก็มีผลข้างเคียงเมื่อดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจมีอาการเสพติด ที่เมื่อขาดการดื่มไปอาจทำให้รู้สึกกระสับกระส่าย ร่างกายอ่อนแรงเหมือนแบตเตอรี่ใกล้หมดเต็มทน หากไม่ได้ดื่มก็จะเกิดอาการหงุดหงิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในทางกลับกันเมื่อเทียบกันแล้ว พลังงานที่ได้จากมัทฉะจะอยู่ได้นานถึง 4 ชั่วโมงโดยไม่มีผลข้างเคียงทางสมองดังข้างต้น
ผลวิจัยระหว่างกาแฟ VS มัทฉะ
การทำอะไรซ้ำเดิมทุกวันล้วนส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งนั้น การดื่มเมนูเดิม ๆ ทุกวัน ก็อาจส่งผลเสียบางประการต่อร่างกายได้ เป็นเรื่องดีที่หากเราจะลองเปลี่ยนพฤติกรรมการกินในชีวิตประจำวันให้มีความหลากหลายบ้าง ผู้ที่ต้องการคาเฟอีนก็อาจลองดื่มเครื่องดื่มที่หลากหลาย ที่สามารถทดแทนการตื่นตัวตลอดวันทำงาน
ผลการศึกษา ระบุว่า คาเฟอีนในมัทฉะเมื่อเทียบกับกาแฟ พลังงานจากมัทฉะจะอยู่ได้นานถึง 4 ชั่วโมงโดยไม่มีผลข้างเคียง แต่พลังงานจากกาแฟไม่ยาวนานนัก จะกระตุ้นแค่เพียงตอนที่เราดื่มเข้าไป
มัทฉะ 1/2 ช้อนชา จะมีปริมาณคาเฟอีนประมาณ 20 ถึง 39 มิลลิกรัม ขณะที่กาแฟ 8 ออนซ์จะมีปริมาณคาเฟอีนที่ 95 มิลลิกรัม
อย่างไรก็ตามไม่ควรดื่มเกิน 3 แก้วต่อวัน ควรบริโภคคาเฟอีนน้อยกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน หากบริโภคคาเฟอีนมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการ เช่น อาการปวดหัว ท้องเสียความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้น เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
L-THEANINE มีประโยชน์อย่างไร
แอลธีอะนีนเป็นกรดอะมิโนที่พบได้ในเครื่องดื่มชาเขียวและชาดำต่าง ๆ เมื่อเราดื่มมัทฉะจะได้รับปริมาณ L-theanine จำนวนมาก กรดชนิดนี้มีเฉพาะในมัทฉะเท่านั้น เนื่องจาก L-theanine เกิดขึ้นตอนต้นชาไม่ได้รับแสงแดด ซึ่งเป็นช่วงไม่กี่สัปดาห์สุดท้ายก่อนการเก็บเกี่ยว เมื่อต้นชาได้รับการดูแลรักษาใต้ร่มเงาชายคา ส่งผลให้ความเข้มข้นของ L-theanine สูงขึ้น ซึ่งกรดอะมิโนนี้จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย เสริมสร้างสมาธิ นอกจากนี้ L-theanine ยังช่วยควบคุมการดูดซึมคาเฟอีนในกระแสเลือด แม้ว่ามัทฉะจะไม่มีคาเฟอีนมากเท่ากาแฟ แต่คาเฟอีนจะคงอยู่ได้นานกว่า แทนที่จะดื่มแล้วมีคาเฟอีนพุ่งสูงในร่างกาย แต่มัทฉะจะทำให้ร่างกายค่อยๆ ดึงคาเฟอีนมาใช้ จะช่วยป้องกันอาการกระสับกระส่ายเหมือนตอนดื่มกาแฟได้ และยังอ่อนโยนต่อกระเพาะอาหารมากกว่ากาแฟอีกด้วย
ปริมาณคาเฟอีนในกาแฟจะขึ้นอยู่กับประเภทของกาแฟที่เราดื่มเข้าไป แต่มัทฉะทำมาจากใบชาบดทั้งใบ ดังนั้น เราจะได้รับคาเฟอีนจากใบชาทั้งหมด ปริมาณผงมัทฉะที่ใส่ลงไปในเครื่องดื่มจึงกำหนดปริมาณคาเฟอีนในมัทฉะทั้งแก้ว
การดื่มมัทฉะอันมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่ากาแฟ จะช่วยเติมคลอโรฟิลล์ซึ่งมีคุณสมบัติในการล้างพิษ คลายความวิตกกังวล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ มีหลักฐานบางอย่างที่บ่งชี้ว่า L-theanine มีประโยชน์ต่อความสามารถของสมองในการโฟกัสและจดจำข้อมูล การศึกษาวิจัยครั้งหนึ่งได้ศึกษาผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่น 69 คน อายุระหว่าง 50-69 ปี ที่รับประทาน L-theanine 100.6 มิลลิกรัม การให้ L-theanine ครั้งเดียวสามารถปรับปรุงเวลาตอบสนองและความจำในการทำงานในการทดสอบทางปัญญาได้
ยังมีข้อมูลวิจัยออกมาว่า ผู้ที่ได้ทดลองดื่มมัทฉะแทนกาแฟเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ก็ตอบตรงกันว่าช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ยาวกว่าตอนดื่มกาแฟ
อย่างไรก็ตาม มัทฉะมีราคาแพงกว่ากาแฟเล็กน้อย (เมื่อเปรียบเทียบต้นทุนต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตและการจัดเก็บที่สูง มัทฉะราคาถูกมักจะมีรสขมหรือฝาด มัทชะที่ดีส่วนใหญ่จะผลิตในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก
