น้ำยาปรับผ้านุ่มแทนน้ำหอมได้มั้ย?
จากผลสำรวจระบุ คนไทยไม่น้อยใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นกลิ่นประจำตัว

91% ของคนไทยใช้ “น้ำยาปรับผ้านุ่ม” ในครัวเรือนถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในโลก*
(ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 70-80%)

ผลสำรวจล่าสุดจากทาง Mintel ระบุว่า

23% เชื่อว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มให้กลิ่นหอมเพียงพอสำหรับใช้ทุกวัน
40% ใช้กลิ่นเสื้อผ้าซักใหม่เสมือนน้ำหอมประจำตัว
30% คนไทยชอบเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมตามชุดที่สวมใส่

ในขณะที่ มูลค่าตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มในไทย

ปี 2566 – 14,398 ล้านบาท เติบโต 7%
ปี 2567 (คาดการณ์)  –  15,550 ล้านบาท เติบโต 8%

ตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มในไทยแบ่งเป็น 2 ตลาด คือ
น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น 76% และ น้ำยาปรับผ้านุ่มธรรมดา 24%

ปัจจุบัน Gen Z หันมาฮิตใช้น้ำหอมไม่แพงเกินเบอร์

67% ของ Gen Z มองว่าน้ำหอมแบรนด์หรูเป็นการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง

33% หันมาใช้น้ำหอมราคาไม่แพง 160 บาท ถึง 300 บาท

29% หาน้ำหอมที่เข้ากับบุคลิกตนเองได้ยาก

31% สนใจนวัตกรรมเทคโนโลยีในน้ำหอม

เทรนด์น้ำหอมเพื่อสุขภาพกายและใจมาแรง

55% ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อ น้ำหอมที่ช่วยลดความเครียดได้

โอกาสทางการตลาดหอมๆ

กลับกันตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มที่อ้างอิงถึงน้ำหอมกลับมีการเปิดตัวลดลง จาก 18% เหลือ 9% ในช่วงเดือนตุลาคม 2566 ถึงกันยายน 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2563-2564

คุณชยภัทร รัชตวิภาสนันท์
รองผู้อำนวยการฝ่ายความงามและการดูแลส่วนบุคคลของ Mintel ประเทศไทย มองว่า

“นี่เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เสริมกลิ่นน้ำหอมประจำวัน อย่างเช่นโลชั่นทาผิวหรือสเปรย์ฉีดผ้า แบรนด์สามารถพัฒนานวัตกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าได้ โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้าที่ให้กลิ่นหอมในรูปแบบใหม่ที่สามารถใช้ได้ระหว่างการซักผ้าหรือรูปแบบที่สามารถพกพาไปได้ทุกที่”

อ้างอิงข้อมูล
ผลสำรวจ Mintel
ดาวน์นี่ :
https://marketeeronline.co/archives/363575
Marketeer รวบรวม

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer