เหตุไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของสเปน และบางส่วนของโปรตุเกสและฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จาก Ballinger Group ได้คาดการณ์ว่าอาจทำให้เศรษฐกิจของสเปนเสียหายหนักมากถึง 1 พันล้านยูโร
เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่กินเวลานานเกือบ 18 ชั่วโมง ทำให้ไฟฟ้าและระบบสื่อสารในเมืองใหญ่ ๆ หยุดชะงัก สนามบิน ระบบการจราจร สายโทรศัพท์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และธุรกิจจำนวนมากต้องระงับการดำเนินงาน เมืองสำคัญเช่น มาดริด บาร์เซโลนา บาเลนเซีย ลาโกรุญญา และเซบียา เป็นเมืองที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
เศรษฐกิจสเปนในหลายภาคส่วนหยุดชะงักลงชั่วคราว ผู้ผลิตยานยนต์และรถบรรทุกหลายราย อาทิ VW, Ford, Stellantis, Seat และ Iveco ต่างปิดโรงงานของตน ซึ่งทั่วไปแล้วในอุตสาหกรรมยานยนต์ การหยุดทำงาน 1 ชั่วโมงจะก่อให้เกิดต้นทุนสูงถึง 2.3 ล้านดอลลาร์ ที่สำคัญการทำธุรกรรมอินเทอร์เน็ตชะงัก ทำให้ธุรกิจไม่สามารถทำการขายได้
คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสเปนในวันนั้นสูงกว่า 4,000 ล้านยูโร ซึ่งภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วนประมาณ 14% (575 ล้านยูโร) และภาคบริการประมาณ 12% (500 ล้านยูโร) โดยรวมความเสียหายจากไฟฟ้าดับอาจสูงถึง 1 พันล้านยูโร

ด้านตลาดยุโรปได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.6% โดย EUROSTOXX 600 ซึ่งเป็นดัชนีวัดตลาดหุ้นยุโรปแบบกว้างเพิ่มขึ้น 0.3% อยู่ที่ 524.85 จุด ดัชนี CAC 40 ลดลง 0.2% ในขณะที่ FTSE 100 เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนี IBEX 35 ของสเปน ลดลง 0.7% แตะที่ 13,359.61 จุด
เหตุการณ์ไฟฟ้าดับในสเปนสะท้อนความสำคัญของโครงข่ายไฟฟ้า ถึงการหาแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองที่เพียงพอและนำมาใช้ได้รวดเร็ว ลดการพึ่งพาแหล่งจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งเดียว หรือสร้างนวัตกรรมกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงในภาคส่วนนี้
อย่างไรก็ตาม ระบบไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้เป็นปกติเกินกว่า 90% ในเช้าวันอังคารที่ผ่านมา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงสเปนที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ไฟฟ้าดับยังกินวงกว้างไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างโปรตุเกสด้วย
ทั้งนี้ การฟื้นตัวของระบบไฟฟ้าโปรตุเกสจะค่อนข้างช้ากว่า เนื่องจากต้องพึ่งพาการผลิตพลังงานภายในประเทศ ต่างจากสเปนที่เชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้าของฝรั่งเศสและโมร็อกโก การสืบสวนสาเหตุยังคงดำเนินต่อไป แต่ตัดการโจมตีทางไซเบอร์ออกไปแล้ว
–
