เคยไหมที่วันแสนธรรมดาของเรากลับกลายเป็นรู้สึกอบอุ่นหัวใจเพียงแค่เพราะได้ทานเมนูโปรดสักจาน หรือเคยไหมที่จะอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อได้กลิ่นอาหารหอมๆ อย่างกาแฟหรือขนมปังอบใหม่ในตอนเช้า
ซึ่งรู้หรือไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ว่า อาหารสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของคนเราได้จริง
เพราะอันดับแรกรสชาติสามารถกระตุ้นความสุขในสมองได้ โดยอาหารบางชนิดมีผลต่อระบบประสาทโดยตรง โดยเฉพาะอาหารที่กระตุ้นการหลั่งสารเคมีแห่งความสุข อย่างเช่น serotonin (เซโรโทนิน) dopamine (โดพามีน) และ endorphins (เอ็นดอร์ฟิน)
ซึ่งอาหารที่มี tryptophan (กรดอะมิโนชนิดหนึ่ง) อย่างช็อกโกแลต กล้วย หรือข้าวโอ๊ต สามารถกระตุ้นการหลั่ง serotonin ที่มีผลต่อความรู้สึกสงบและอารมณ์ดีได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะดาร์กช็อกโกแลตที่ยังช่วยเพิ่ม dopamine ทำให้เรารู้สึกฟินและผ่อนคลายได้อีกด้วย
นอกจากนี้ รู้หรือไม่ว่าความทรงจำยังซ่อนอยู่ในรสและกลิ่นของอาหารอีกด้วย โดยสมองของเรามีระบบที่เรียกว่า limbic system (สมองส่วนกลาง) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์และความทรงจำ จึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับประสาทรับกลิ่นและรส
ส่งผลให้กลิ่นของอาหาร เช่น กลิ่นแกงที่คุณแม่เคยทำ หรือกลิ่นขนมไทยในวัยเด็ก สามารถพาเราย้อนกลับไปสู่ความทรงจำที่มีความหมายได้ทันที ซึ่งรสชาติที่เราคุ้นเคยยังช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยและการเป็นเจ้าของช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
ยิ่งไปกว่านั้น การรับประทานร่วมกันคือเครื่องมือสร้างความสุขอย่างหนึ่ง เนื่องจากอาหารไม่ได้มีไว้แค่ทานเพื่อความอิ่มอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมทางสังคมอย่างหนึ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์อีกด้วย ดังนั้น การรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ก็จะช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและอบอุ่นใจได้อีก
ซึ่งถ้าอิงจากงานวิจัยของ Robin Dunbar (โรบิน ดันบาร์) จะพบว่าการรับประทานอาหารร่วมกันมีผลต่อการหลั่งสาร oxytocin (อ๊อกซิโตซิน) ซึ่งเชื่อมโยงกับความรู้สึกผูกพัน
แล้วรู้หรือไม่อาหารบางประเภทช่วยเยียวยาหัวใจได้ เมื่อเรารู้สึกเหนื่อย เครียด หรือไม่สบายใจ หลายคนเลือกทานอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ อย่างเช่น ซุปไก่ ข้าวต้ม หรือของทอด ซึ่งอาหารเหล่านั้นถูกเรียกว่า Comfort Food
โดย Comfort Food เหล่านี้จะช่วยให้เรารู้สึกเหมือนมีใครสักคนคอยปลอบ รวมไปถึงสามารถลดความรู้สึกเหงาได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความผูกพันทางอารมณ์กับเมนูนั้นๆ
รสชาติสามารถมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราได้หรือไม่?
จากงานวิจัยต่างๆ นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาหารที่เรารับประทาน โดยเฉพาะรสชาติที่เราลิ้มรส จะส่งผลต่อความรู้สึกของเรา และรสชาติบางอย่างสามารถเปลี่ยนสภาวะทางอารมณ์ของเราได้
อย่างเช่นรสหวานที่เป็นรสชาติแห่งความสุข ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ขนมหวานมักเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลอง ไม่ว่าจะเป็นเค้กวันเกิดไปจนถึงของหวานในงานแต่งงาน เพราะของหวานมีส่วนกระตุ้นให้ร่างกายปลดปล่อย dopamine ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองของเราที่ช่วยให้รู้สึกมีความสุข
รสเปรี้ยวช่วยเติมพลังและทำให้เรามีความสดใส อย่างเช่น ผลไม้รสเปรี้ยวที่ช่วยกระตุ้นทั้งจิตใจและร่างกายให้มีความรีเฟรช เพิ่มความตื่นตัวและสมาธิ
ซึ่งรสเผ็ดก็ช่วยให้เติมพลังให้เราเช่นกัน เพราะเมื่อเราทานอาหารรสเผ็ด ร่างกายของเราก็จะตอบสนองด้วยการปล่อย endorphins ซึ่งเป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ โดยปฏิกิริยานี้อาจสร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้เรา
นอกจากนี้ อาหารที่ปรุงเสร็จมาร้อนๆ หรืออาหารที่มีฤทธิ์อุ่น อย่างอบเชย ลูกจันทน์เทศ หรือกานพลู ก็ช่วยปลอบประโลม และมอบความรู้สึกสบายให้กับร่างกาย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากงานวิจัยได้ชี้ให้เห็นอาหารประเภทนี้ยังสามารถช่วยลดระดับความเครียดและช่วยให้เราผ่อนคลายได้
แล้วรู้หรือไม่ ไม่ใช่แค่สิ่งที่เราทานที่ส่งผลต่อความรู้สึกของเราเท่านั้น แต่ความรู้สึกของเรายังสามารถเปลี่ยนวิธีที่เราสัมผัสรสชาติได้ อย่างเช่น ความเครียดสามารถทำให้อาหารมีรสขมมากขึ้น หรือในขณะที่เราเศร้าจะทำให้เราสัมผัสรสชาติต่างๆ ได้ช้าขึ้น
บทสรุป
รสชาติไม่ใช่แค่เรื่องลิ้น แต่คือเรื่องของใจ เพราะอาหารที่ดีไม่เพียงแต่เติมเต็มกระเพาะ แต่ยังเติมเต็มความรู้สึกในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวเช้าที่คุ้นเคย กลิ่นกาแฟที่ปลุกใจ หรือมื้อเย็นที่ทำให้ครอบครัวกลับมานั่งหัวเราะร่วมกัน ทุกคำที่ทานอาจเป็นคำที่ทำให้เราหายเหนื่อยจากวันหนักๆ และนั่นคือเหตุผลที่รสชาติสามารถเปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันพิเศษได้จริงๆ
เรื่อง : ภริดา มุทิตาภรณ์
ที่มา:
https://www.nature.com/news/2006/061204/full/news061204-5.html
https://www.latimes.com/health/la-xpm-2012-sep-06-la-he-food-morals-20120818-story.html
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/26122754/
https://www.thatthinkingfeeling.co.uk/blog/why-plane-food-tastes-bad



