ในยุคนี้ กระแสใหม่ๆ เกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด ทั้งร้านอาหารที่เพิ่งเปิดตัว กิจกรรมที่ดูแปลกใหม่ แฟชั่นไอเทมที่ใครๆ ก็ต้องมี หรือย่านยอดนิยมที่วัยรุ่นแห่ไปเช็กอิน
ทั้งหมดมาเร็วและไปไวแบบที่ไม่มีใครตั้งตัวทัน

ร้านอาหารที่ในอดีตต้องใช้รสชาติและการบริการมัดใจลูกค้า
วันนี้กลับโดนแทนที่ด้วยร้านที่เน้นมุมถ่ายรูปเก๋ๆ และเมนูที่ดีต่อกล้องมากกว่าดีต่อรสชาติ
ผู้บริโภคยุคใหม่แค่ได้ไปเช็กอินครั้งเดียว ถ่ายรูปลงโซเชียลก็ถือว่าจบ ไม่จำเป็นต้องกลับไปอีก

บางครั้งผู้บริโภคเองก็เป็นคนเร่งให้วงจรนี้หมุนเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นอะไรที่ดูน่าสนใจบนโซเชียลมีเดีย ก็มักอยากลองทำตามเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกระแสนั้น
ตัวอย่างเช่น ช่วงที่กิจกรรมออกกำลังกายบางประเภทกลายเป็นไวรัลจนคนต้องหาซื้ออุปกรณ์และมีคอร์สเฉพาะทางผุดขึ้นมาเต็มเมือง

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ความตื่นเต้นก็จางลง
กลุ่มผู้ใช้งานจริงที่ยังเหลืออยู่ก็อาจมีจำนวนน้อยเกินกว่าจะรองรับธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองกระแส
สุดท้ายหลายธุรกิจก็ต้องเผชิญความจริงว่า สิ่งที่ดูฮิตตอนแรกเป็นเพียงกระแสชั่วคราวที่พัดผ่านมาแล้วผ่านไป

วัฏจักรของกระแสถูกเร่งให้หมุนเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อะไรที่เป็นไวรัลในวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจจะเงียบหายไปแล้ว ความรวดเร็วของเทรนด์ชี้ชัดว่า การเรียกความสนใจอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาความนิยมเอาไว้ต่างหากคือโจทย์ที่ท้าทายกว่า

.

หนึ่งในตัวเร่งสำคัญของปรากฏการณ์นี้ก็คือ “โซเชียลมีเดีย”

แพลตฟอร์มออนไลน์เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากแค่เสพสื่อแบบเงียบๆ มาเป็นผู้มีส่วนร่วมกับกระแสต่างๆ โดยตรง
ในอดีต กระแสบางอย่างอาจต้องรอเวลานานกว่าจะได้รับความสนใจ
ผ่านสื่อหลักแล้วค่อยๆ ขยายไปถึงคนทั่วไป
แต่ในปัจจุบัน เพียงแค่หนึ่งโพสต์ ภาพถ่ายร้านอาหารใหม่ หรือรีวิวสินค้าที่ดูดี ก็สามารถทำให้เกิดการแชร์ต่อจนเป็นกระแสได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่เผยแพร่ข้อมูล แต่เป็นตัวเร่งให้คอนเทนต์กลายเป็นไวรัลได้ในพริบตาเดียว
คนในยุคนี้พร้อมจะเลื่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว และเมื่อเจออะไรที่ถูกใจ ก็มักจะแชร์ ส่งต่อ หรือทำตามโดยแทบไม่ต้องคิด
ผู้บริโภคจึงไม่ได้เป็นแค่ผู้รับสารอีกต่อไป แต่เป็นผู้ร่วมสร้างกระแสอย่างเต็มตัว ใครก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของเทรนด์ใหม่ได้ แม้ไม่ใช่แบรนด์ดังหรือเซเลบริตี้

อย่างไรก็ตาม ความเร็วของโซเชียลมีเดียทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “กระแสที่ยั่งยืน” กับ “กระแสชั่วคราว” เริ่มพร่ามัว
ทำให้ธุรกิจจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่าจะวิ่งตามกระแสอย่างไรให้ไม่หลงทาง และไม่เหนื่อยจนเกินไปกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทุกสัปดาห์

.

แล้วธุรกิจควรรับมืออย่างไรในยุคที่กระแสมาไวไปไว?

เมื่อทุกอย่างสามารถกลายเป็นไวรัลและดับลงได้ในพริบตาเดียว การเป็นไวรัลจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป
ร้านค้าและคาเฟ่หลายแห่งวางแผนธุรกิจโดยคำนึงถึงความพร้อมสำหรับการถูกแชร์บนโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน
ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านให้มีจุดถ่ายรูปที่ดึงดูดสายตา โลโก้และเมนูที่ดูโดดเด่น หรือการตั้งชื่อสินค้าที่เรียกความสนใจบนโลกออนไลน์

นักการตลาดเองก็เผชิญความกดดันที่สูงขึ้น เพราะการปล่อยแคมเปญในปัจจุบันไม่สามารถรอเวลาได้เหมือนในอดีต
ทุกแคมเปญต้องถูกออกแบบมาเพื่อให้ทันต่อกระแสได้อย่างรวดเร็วที่สุด Time-to-market ที่เคยยาวนานเป็นสัปดาห์หรือเดือน ตอนนี้ต้องลดลงเหลือเพียงไม่กี่วันหรือชั่วโมง

ธุรกิจหลายรายเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะธุรกิจที่อิงกับกระแสไวรัล
บางร้านลดงบตกแต่งร้านให้น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนธีมได้ง่าย
เพราะรู้ดีว่าถ้าเกิดกระแสขึ้นจริง ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะรักษาให้ยั่งยืนได้นานแค่ไหน

การเป็นไวรัลอาจช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากในช่วงแรก แต่ในระยะยาว คุณภาพของสินค้าหรือบริการคือปัจจัยที่สำคัญกว่า
ธุรกิจที่เน้นคุณภาพอาจเติบโตช้ากว่า แต่จะยืนหยัดอยู่ได้นานกว่า เพราะสามารถเปลี่ยน “ความตื่นเต้น” เป็น “ความเชื่อมั่น” จากลูกค้า

ตัวอย่างที่ทำได้ดีคือร้านอาหารญี่ปุ่นบางแห่งที่ฮิตมากในช่วงแรกและยังคงได้รับความนิยมยาวนาน
เพราะให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ บริการที่สม่ำเสมอ และราคาที่สมเหตุสมผลมากกว่าแค่การตกแต่งหรือการเนื้อหาบนโซเชียล

ท้ายที่สุด ธุรกิจควรเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเอง
บางแบรนด์อาจเน้นใช้กระแสไวรัลเป็นเครื่องมือเร่งยอดขาย
ขณะที่บางแบรนด์มุ่งสร้างฐานลูกค้าประจำอย่างยั่งยืน
สิ่งสำคัญคือธุรกิจต้องรู้ชัดว่าเกมที่เล่นคืออะไร และเป้าหมายที่แท้จริงอยู่ตรงไหน เพราะในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ความยั่งยืนคือหัวใจของความสำเร็จในระยะยาว