ในยุคสมัยที่ความเร่งรีบและความเครียดจากการใช้ชีวิตแต่ละวันยังเป็นปัญหาใหญ่ สังคมเกาหลีใต้ต่างเข้าหาการบำบัดสายพุทธที่ปรับให้เข้าถึงง่ายและร่วมสมัย จนความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลของนิกายโจเก ซึ่งเป็นนิกายพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ระบุว่าในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมโปรแกรม Temple Stay หรือการพักค้างคืนที่วัด จากวัดในสังกัด 158 แห่งทั่วประเทศ อยู่ที่กว่า 349,000 คน โดยแบ่งเป็นชาวเกาหลีประมาณ 294,000 คน และชาวต่างชาติอีกกว่า 55,000 คน เพิ่ม 5.1% จากปี 2024 ถือว่าเพิ่มขึ้นมากสุดถือเป็นสถิติใหม่

โครงการนี้มีพัฒนาการน่าสนใจ โดยแม้เริ่มขึ้นในปี 2002 เพื่อแก้ปัญหาชาวต่าวชาติขาดแคลนที่พักช่วงฟุตบอลโลก ซึ่งเกาหลีใต้เป็นเจ้าร่วมกับญี่ปุ่น แต่ต่อมาก็ได้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
นี่เปิดโอกาสให้คนในและนอกประเทศได้มาบำบัดผ่านวิถีพุทธ จนที่สุดกลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ของประเทศ และดันจำนวนผู้เข้าร่วมรวมตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 4.18 ล้านคนแล้ว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนากลายเป็นศาสนาทวีความนิยมจนในเกาหลีใต้ คือการปรับตัวเข้าหาโลกยุคใหม่ โดยได้สลัดภาพลักษณ์ความเคร่งครัดและลำดับชั้นที่ซับซ้อนทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยความผ่อนคลายและสร้างสรรค์
ทำให้หลายปีมานี้ได้เห็นกิจกรรมที่แปลกใหม่ เช่น การจัดนัดบอดหาคู่ในวัดสำหรับคนโสด (Matching Singles) ที่ได้รับความนิยมจนยอดจองเต็มภายในไม่กี่นาที
นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมเชิงรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น การเชิญดีเจมาเปิดเพลง EDM ในงานเทศกาลวัดเพื่อดึงดูดวัยรุ่น กิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แก่นธรรมลดน้อยลง แต่กลับเป็นสะพานที่ดึงให้คนรุ่นใหม่กล้าเดินเข้าวัดมากขึ้นเพื่อค้นหาความสงบในจิตใจผ่านการทำสมาธิและการดื่มชาท่ามกลางธรรมชาติ
พุทธนิกายโจเกเผยว่ามีแผนที่จะยกระดับโครงการ Temple Stay ให้เข้มข้นขึ้น โดยจะเน้นการเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์และแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละท้องถิ่น เพื่อกระจายรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “Meditation Retreat” หรือคอร์สสมาธิบำบัดที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหาความเครียดสะสมและภาวะหมดไฟของคนวัยทำงานโดยเฉพาะอีกด้วย
โครงการดังกล่าวถือเป็นการนำหลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้เป็น “ยาฮีลใจ” เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพจิตที่เป็นวิกฤตการณ์สำคัญในสังคมเกาหลีปัจจุบัน และมุ่งหวังให้วัดเป็นสถานที่ที่ใครก็สามารถเข้าถึงได้ทุกเมื่อที่ต้องการคำปรึกษา
ความสำเร็จของ Temple Stay และความนิยมที่เพิ่มขึ้นของพุทธศาสนาในเกาหลีใต้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความศรัทธาทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่สถาบันทางศาสนาสามารถ “อ่านใจ” และตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุคปัจจุบัน
สำหรับเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่ความเครียดและความเหงาเป็นปัญหาใหญ่ เพราะมีการแข่งขันกันสูงและเต็มไปด้วยความกดดัน ทำให้ผู้คนหาทางคลายเครียดด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งจากของหน่วยงานรัฐ และฝ่ายปกครองเมืองของต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อคลายเหงาในกรุงโซล ที่แม้เพิ่งเปิดมาไม่นาน แต่กระแสตอบรับดีมาก

ขณะที่พุทธนิกายต่างๆ ในเกาหลีใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลัทธิเซน ที่เน้นด้านคำสอนมากกว่ากฏระเบียบ ก็ได้เข้ามาส่วนร่วมเช่นกัน โดยด้านหนึ่ง เป็นการใช้คำสอนต่างๆ เช่นการลดการยึดติด ปล่อยวาง และทำสมาธิ เพื่อช่วยให้ผู้คนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดได้คลายเครียด
แต่อีกด้านก็เป็นการจูงใจให้ผู้คนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z หันมาศึกษาคำสอนของศาสนาพุทธให้ลึกขึ้น ทำให้เกิดความศรัทธาและมานับถือศาสนา หลังไม่กี่มีมานี้ แนวทางร่วมสมัยต่างๆ ทั้งหนังสือ ดีเจพระ รายการจับทางคู่โทรทัศน์ในวัดอิงคำสอนพุทธ มิวสิควิดีโอแทรกสัญลักษณ์และคำสอนพุทธสายเซน ในเพลง Zen ของ Jennie
ต่อเนื่องไปถึงการจัดนิทรรศการขนาดใหญ่ในรูปแบบ Seoul International Buddhism Expo ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยท้ายที่สุดจะทำให้ศาสนาเข้าถึงง่ายและเปิดทางให้คนหันมานับถือศาสนาพุทธกันมากขึ้น หลังจากเรื่องการจูงใจให้คนหันมานับถือศาสนาเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกศาสนาในเกาหลีใต้มาตลอด
เพราะนี่คือประเทศ ที่คนไม่นับถือศาสนาใดๆ เลยเป็นประชากรกลุ่มใหญ่สุดของประเทศ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2025 ระบุว่า ช่วงวัยที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ เลย มากสุด คือคนรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z
โดยแม้แม้คริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ เป็นศาสนาที่ผู้นับถือมากสุด แต่ก็มีผู้นับถืออยู่ราว 20% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ
ขณะที่ศาสนาพุทธแม้จูงใจให้คนทั้งประเทศหันมาสนใจได้มากสุด ผ่านการปรับให้ร่วมสมัย และโครงการ Temple Stay ตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นจนผู้นับถือเพิ่มขึ้นมาอยู่ในอันดับ 2 แต่ผู้นับถือก็ยังที่เพียงราว 15% ของสัดส่วนประชากรทั้งประเทศเท่านั้น / koreatime
