ไทยซัมซุง เปิดแผนงานปี 2026 มุ่งเจาะตลาดทีวีและตู้เย็นกลุ่มพรีเมียมด้วยการยกระดับ AI สู่เพื่อนคู่คิด พร้อมรุกขยายพอร์ต B2B เต็มสูบ ส่งเครื่องซักผ้าเจาะตลาดร้านสะดวกซักครั้งแรก ควบคู่กับการงัดกลยุทธ์การเงินและซัพพลายเชนรับมือต้นทุนชิปพุ่ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไทย ที่อยู่ในภาวะทรงตัว สอดคล้องไปตามสภาพเศรษฐกิจที่กดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนสงครามราคาในตลาดกลุ่มแมสจนถึง Mid to High ที่รุนแรงมากขึ้น จากการที่แบรนด์ข้ามชาติเข้ามาขยายการลงทุนตั้งโรงงานในไทยต่อเนื่อง ส่งผลให้ศักยภาพกำลังการผลิต และบริหารจัดการซัปพลายเชนทำได้ดีขึ้น ต่อเนื่องถึงการทำราคาขายได้ดีกว่าเดิม
ตลาดจึงได้เห็นการที่แบรนด์ข้ามชาติกลุ่มดั้งเดิม เดินหน้าปรับตัวด้วยการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มพรีเมียมมากขึ้น เนื่องจากสามารถสร้างเม็ดเงินต่อหน่วยได้สูง การแข่งขันยังไม่รุนแรงเท่าตลาดแมสและ Mid to High โดยเฉพาะในตลาด Major appliance อย่าง แอร์, ทีวี, เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น ซึ่งเป็นกลุ่มขับเคลื่อนหลักของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
ตลอดจนการกระจายความเสี่ยงจากตลาดลูกค้าบุคคลที่พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงเร็ว กำลังซื้ออ่อนไหวตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ด้วยการขยายพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้า B2B มากขึ้นชัดเจน
อย่างล่าสุด ในงานแถลงทิศทางธุรกิจประจำปี 2026 ของบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ได้ประกาศชัดเจนในการโฟกัสพอร์ตพรีเมียมในกลุ่มมือถือ ทีวี และตู้เย็น เพื่อรักษาความแข็งแรงในส่วนแบ่งตลาด ผ่านการมุ่งเน้นกลยุทธ์ยกระดับ AI จากเทคโนโลยีสู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเจาะตลาด B2B ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่เข้าใจบริบทธุรกิจไทย

สารัช อักษราลิขิตสันติ / ชวพจน์ เทียนทอง / เซยุน คิม ประธานบริษัท / อภิรดี พหลเวชช์ / อภิรดา พัวพรพงษ์
คุณชวพจน์ เทียนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจภาพและเสียง กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดทีวีจะทรงตัวด้วยอัตราการเติบโตเพียง 0-1% ในปีที่ผ่านมา แต่โครงสร้างภายในกลับมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยทีวีขนาดเล็กกว่า 50 นิ้วมียอดขายลดลงในระดับตัวเลขสองหลัก
สวนทางกับตลาดทีวีไซส์ใหญ่และกลุ่มพรีเมียมที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะหน้าจอขนาด 98 นิ้วขึ้นไปที่โตถึง 55% และ OLED TV ที่พุ่งสูงถึง 115% สะท้อนให้เห็นการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนขึ้น คือกลุ่มพรีเมียมที่มองหาเทคโนโลยีและจอขนาดใหญ่ และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีงบจำกัดแต่พร้อมจ่ายเพื่อสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตน
เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว ซัมซุงเตรียมเปิดตัวไลน์อัพผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ ทีวี Micro RGB (Micro LED) เทคโนโลยีระดับซูเปอร์พรีเมียมขนาด 114-115 นิ้ว ที่เน้นความคมชัดสูงสุดพร้อมเทคโนโลยี Glare Free ลดแสงสะท้อน ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม และผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม The Moving Style เจาะตลาดคนรุ่นใหม่และชาวคอนโดมิเนียม ด้วยทีวีขนาด 27 นิ้วที่มาพร้อมขาตั้งและล้อเลื่อน มอบความยืดหยุ่นในการเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้ทุกห้อง
ซัมซุงยังยกระดับทีวีสู่เพื่อนคู่คิดอัจฉริยะด้วยแพลตฟอร์ม Vision AI Companion บน Tizen OS สำหรับสมาร์ททีวีของซัมซุงในรุ่นที่รองรับ โดยชูจุดเด่น Interactive AI ที่ให้ผู้ชมโต้ตอบและถามข้อมูลได้ทันที และระบบปรับภาพเสียงอัตโนมัติ ทั้งยังมั่นใจได้กับความปลอดภัยระดับสูงจาก Knox Security และการันตีอัปเกรดระบบปฏิบัติการฟรีนาน 7 ปี
คุณสารัช อักษราลิขิตสันติ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกลุ่มพรีเมียมมีการเติบโตอย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยตู้เย็นกลุ่ม Multi-door และเครื่องซักผ้ากลุ่มพรีเมียม ขยายตัวในระดับเลขสองหลักทั้งคู่ สะท้อนว่าผู้บริโภคมองหาความสะดวกสบายและประสิทธิภาพที่มากขึ้น
ปีนี้ ซัมซุงยังคงชูไฮไลท์เทคโนโลยี AI Inverter และ AI Energy Mode ในตู้เย็นและเครื่องซักผ้าเพื่อตอบโจทย์ความประหยัดพลังงาน พร้อมนำเสนอสินค้าเรือธงอย่าง Bespoke AI Laundry Combo เครื่องซัก-อบผ้าในตัวเดียว และตู้เย็น Bespoke AI Family Hub ที่มีหน้าจอ AI Vision ช่วยจัดการวัตถุดิบ
ในงาน ซัมซุงยังประกาศรุกตลาด Commercial Laundry หรือเครื่องซัก-อบผ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายฐานจากกลุ่มผู้ใช้ตามบ้านสู่ธุรกิจ B2B เต็มตัว
โดยประเดิมตลาดด้วยผลิตภัณฑ์มาตรฐานจากเกาหลี 2 รุ่นหลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้าขนาด 18 กิโลกรัม และเครื่องอบผ้าขนาด 14 กิโลกรัม ที่ชูจุดเด่นเรื่องความรวดเร็วในการทำรอบซักเพียง 35 นาที และอบ 45 นาที เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มค่าของผู้ประกอบการ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วยการรับประกันสินค้านานถึง 3 ปี
ทั้งนี้ ซัมซุงวางกลยุทธ์ธุรกิจในรูปแบบซัพพลายเออร์ที่มุ่งเน้นการจับมือกับพาร์ตเนอร์ร้านสะดวกซักแทนการเปิดร้านแข่งเอง โดยในปีแรกจะเน้นการเรียนรู้ผลตอบรับจากตลาด เพื่อนำไปปรับปรุงและวางแผนสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำอันดับ 1 ในระยะยาวต่อไป
คุณอภิรดี พหลเวชช์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจเครื่องปรับอากาศและกลุ่มลูกค้าองค์กร กล่าวว่า จากคาดการณ์ว่าปีนี้ อากาศจะร้อนเร็วกว่าปีก่อน ส่งผลให้ดีมานด์เครื่องปรับอากาศกลุ่มที่อยู่อาศัยเติบโตสูง ในขณะที่กลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ก็มีศักยภาพ
กลยุทธ์หลักจะเน้นจุดเด่น เย็นเร็ว ทนทาน บริการทันใจ ด้วยการเปิดตัว Bespoke AI WindFree PRO ดีไซน์ใหม่ พร้อมนวัตกรรมที่ใช้คอยล์ร้อน 1 ตัว ต่อคอยล์เย็นได้สูงสุด 5 ตัว ช่วยประหยัดพื้นที่ระเบียงคอนโดมิเนียม
ในส่วนของตลาด B2B จะขยายบทบาทสู่ Technology Partner ด้วย SmartThings Pro สำหรับบริหารจัดการพลังงานในอาคาร ซึ่งมีกรณีศึกษาความสำเร็จมาแล้วจากลูกค้าธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง
พร้อมเตรียมรุกตลาด Data Center Cooling และโรงพยาบาล ผ่านความร่วมมือกับ Lennox Group เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเฉพาะทาง
คุณอภิรดา พัวพรพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จอภาพ กล่าวว่า การยกระดับธุรกิจจอภาพเพื่อองค์กร จากเพียงจอแสดงผล สู่การสร้างประสบการณ์ด้วยการผสานพลัง AI และซอฟต์แวร์อัจฉริยะ VXT ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Global Digital Signage ต่อเนื่อง 17 ปี
โดยชูนวัตกรรมไฮไลต์อย่าง Spatial Signage จอ 3 มิติสมจริงโดยไม่ต้องสวมแว่น และ E-Paper ที่เน้นความยั่งยืนประหยัดพลังงาน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ในทุกอุตสาหกรรม ทั้ง Retail, Education, Healthcare ให้สามารถสื่อสารแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและล้ำสมัย
ด้านผลกระทบจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำในตลาดโลกที่ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น ซัมซุงเปิดเผยว่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือธุรกิจจอภาพและทีวีที่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับราคาขึ้นในช่วงต้นถึงกลางปีนี้ ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ยังได้รับผลกระทบไม่รุนแรงเท่า
อย่างไรก็ตาม ซัมซุงยืนยันความมั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการซัพพลายสินค้าให้เพียงพอต่อการจำหน่ายได้ ด้วยความได้เปรียบในฐานะผู้ผลิตชิปรายใหญ่
พร้อมเตรียมรับมือกับราคาสินค้าที่อาจสูงขึ้น ด้วยการใช้กลยุทธ์ทางการเงินอย่าง Samsung Finance+ และการจับมือกับสถาบันการเงินจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและรักษากำลังซื้อของผู้บริโภค
