ASUS ขยับเกมตลาดพีซีอีกขั้น ด้วยการจับมือกับ AMD เปิดตัวโน้ตบุ๊ก AI PC รุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป AMD Ryzen AI 400 Series ครอบคลุมทั้ง Zenbook, Vivobook และ ProArt สะท้อนภาพชัดว่าพีซีไม่ได้ถูกวางบทบาทเป็นเพียงเครื่องทำงานอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับเป็น “ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคล” ที่ประมวลผลได้บนเครื่องจริง โดยทั้งหมดถูกถ่ายทอดภายใต้แนวคิด “Design You Can Feel” ที่ ASUS ต้องการสื่อว่าเทคโนโลยี AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ต้องเป็นสิ่งที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวัน

คุณวิจิตรา หิรัญญการ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจคอนซูเมอร์ บริษัท ASUS ประเทศไทย ระบุว่า ความร่วมมือระหว่าง ASUS และ AMD ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาโน้ตบุ๊กที่ผสานทั้งประสิทธิภาพ AI การออกแบบ และประสบการณ์ใช้งาน โดย ASUS ไม่ได้โฟกัสแค่พลังประมวลผล แต่ยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ ความบาง และความคล่องตัว เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้งานของคนรุ่นใหม่ พร้อมเดินหน้าขยาย ASUS Exclusive Store ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสเทคโนโลยีจริงก่อนตัดสินใจ

ด้าน คุณศศิประภา สุธีรภัทร์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์และคอมเมอร์เชียล AMD ประเทศไทย กล่าวว่าRyzen AI 400 Series เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถรัน Generative AI และเวิร์กโฟลว์ขั้นสูงบนเครื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์ เพิ่มทั้งความเร็ว ความปลอดภัย และการควบคุมต้นทุนข้อมูล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน

ความใหม่ของไลน์อัปนี้อยู่ที่การผสานพลัง AI เข้ากับดีไซน์บางเบาได้อย่างเข้าคู่เข้าขา โดยเฉพาะ Zenbook S16 รุ่นเรือธงที่มีความบางเพียง 1.1 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม แต่ยังใส่หน่วยประมวลผล AI หรือ NPU ที่แรงสูงสุด 50 TOPS และใช้วัสดุใหม่ Ceraluminum วางตำแหน่งพรีเมียมในราคา 62,990 บาท สะท้อนว่า AI PC ไม่จำเป็นต้องแลกกับขนาดหรือความคล่องตัวอีกต่อไป

ในระดับกลางอย่าง Zenbook 14 ที่บางและน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัม ราคา 44,990 บาท และ Vivobook S ที่เริ่มต้น 34,990 บาทASUS เลือกดึงฟีเจอร์ AI เดียวกันลงสู่ตลาดแมส ตอกย้ำว่า AI PC กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโน้ตบุ๊ก ไม่ใช่แค่รุ่นท็อปเท่านั้น ขณะที่ฝั่งครีเอเตอร์ ProArt PX13 ราคา 74,990 บาท ก็ถูกวางให้เป็นเครื่องมือทำงาน AI ที่พกพาสะดวก ไม่ใช่เครื่องมือทำงานที่มีขนาดใหญ่แบบเดิม

ทั้งหมดสะท้อนว่าการแข่งขันในตลาดพีซีเริ่มขยับจากการวัดสเปก ไปสู่การวัดว่าใครสามารถผสาน AI + ความบางเบา + การใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ได้ลงตัวที่สุด และในจังหวะนี้ ASUS กำลังเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เดินเกมนำอย่างชัดเจน