ท่ามกลางภาพเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ฐานลูกค้ามั่งคั่งของ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) กลับเติบโตสวนทางอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในแรงขับสำคัญของธุรกิจลูกค้าบุคคล โดยธนาคารเลือกใช้ “ttb reserve” เป็นแกนหลักในการดูแลลูกค้าWealth แบบครบวงจร ซึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่ผลิตภัณฑ์การเงิน แต่ขยายไปถึงการลงทุน การวางแผนระยะยาว และไลฟ์สไตล์
คุณณัฐวรรณ อภิรัตนพิมลชัย ประธานกลุ่ม กลยุทธ์และธุรกิจการขายลูกค้าบุคคล ทีทีบี เปิดเผยว่า ณ สิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารมีผู้ถือบัตร ttb reserve กว่า 50,000 ราย เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน โดยลูกค้ากลุ่มนี้ถือผลิตภัณฑ์ของธนาคารเฉลี่ย 4–5 รายการต่อคน สะท้อนพฤติกรรมที่ไม่ได้ใช้ธนาคารเพียงเพื่อฝากเงิน แต่เข้ามาใช้บริการในหลายมิติ
ในด้านการลงทุน กลุ่มลูกค้า Wealth ของ ttb มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเติบโต 11% โดยแรงขับสำคัญมาจากกองทุนรวม หลังลูกค้าเริ่มปรับพอร์ตจากเงินฝากไปสู่การลงทุนมากขึ้น ขณะเดียวกัน รายได้ค่าธรรมเนียมจากกลุ่มนี้เติบโตถึง 22% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ AUM อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนบทบาทของ ttb reserve ที่ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมให้ลูกค้าใช้บริการได้ต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งผลิตภัณฑ์
ttb มองว่าการเติบโตระยะถัดไปของ Wealth Banking ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจชีวิตจริงของลูกค้า ธนาคารจึงวางเป้าขยายฐานไปยังกลุ่มที่มีความรู้ทางการเงิน แต่มีเวลาจำกัดในการดูแลพอร์ต เช่น เจ้าของธุรกิจด้าน Healthcare รวมถึงกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางอย่างแพทย์ วิศวกร และนักกฎหมาย โดยเน้นโซลูชันที่ช่วยลดภาระการติดตามการลงทุน และดูแลได้แบบครบในที่เดียว
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการเชื่อมบริการทางการเงินเข้ากับไลฟ์สไตล์ ผ่านโปรแกรม ttb privilege ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับระดับสินทรัพย์และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ไม่ใช่เพียงการเสนอสิทธิประโยชน์ แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
คุณณัฐวรรณมองว่า การแข่งขันในตลาด Wealth Banking วันนี้ไม่ได้วัดกันแค่ผลตอบแทน แต่ต้องผสานทั้งประสบการณ์การใช้งาน ความเข้าใจลูกค้า และบทบาทของ Relationship Manager ที่ต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่เข้าถึงได้จริง ขณะที่ปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์โลกและนโยบายเศรษฐกิจยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนของลูกค้า
สำหรับปี 2569 ttb ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้า Wealth เพิ่มอีกประมาณ 10% และเพิ่มมูลค่า AUM ราว 6% โดยยังคงใช้ ttb reserve และ ttb privilege เป็นแกนหลักในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว สะท้อนมุมมองของธนาคารว่า ธุรกิจ Wealth ไม่ใช่เกมระยะสั้น แต่คือการเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในทุกช่วงชีวิตทางการเงิน
