ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีแรงประคองจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศ โดยเฉพาะ เสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและการลงทุน ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน
คุณไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่ประเทศมีเสถียรภาพทางการเมืองจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนการลงทุนได้ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจไทยยังมีแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
ในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ลลิลมองว่าตลาดปีนี้ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและหนี้ครัวเรือน อย่างไรก็ตาม โครงสร้างตลาดเริ่มปรับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการหลายรายชะลอการเปิดโครงการใหม่ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ ซัพพลายใหม่ในตลาดลดลง และการแข่งขันหันมาเน้นคุณภาพสินค้า ความเหมาะสมของราคา และเสถียรภาพทางการเงินมากกว่าการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
สำหรับผลการดำเนินงาน ปีที่ผ่านมา ลลิลเปิดโครงการใหม่จำนวน 5 โครงการ ทั้งหมดเป็นโครงการแนวราบ มูลค่ารวมประมาณ 3,500–5,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ราว 3–5% โดยยังคงโฟกัสกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และการพัฒนาโครงการที่มีความแม่นยำด้านทำเลและข้อมูลเป็นหลัก
คุณชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในระยะยาว คุณภาพการก่อสร้าง และระดับราคาที่สอดคล้องกับกำลังซื้อ ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารต้นทุน ควบคุมความเสี่ยง และรักษาสภาพคล่องอย่างรอบคอบมากขึ้น
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 4–6 โครงการ มูลค่ารวม 3,500–4,500 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบการเติบโตอย่างมีวินัย ควบคู่กับแนวทาง ESG เพื่อสร้างความแข็งแรงให้ธุรกิจในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ผู้บริหารลลิลยังสะท้อนว่า นอกจากการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนแล้ว ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังแนวคิดการวางแผนการเงินที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ เพื่อเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว และสร้างฐานกำลังซื้อที่มีคุณภาพให้กับประเทศในอนาคต


