หลังจากใช้เวลากว่า 10 ปีสร้างฐานจาก SME ขนมอบ สู่แบรนด์แมสพรีเมียมที่คนไทยคุ้นเคย ปีที่ผ่านมา April’s Bakery กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เบเกอรี่ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาด ด้วยอัตราการเติบโตถึง 200% และปิดรายได้ปี 2568 ที่กว่า 1,300 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
คุณกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า การเติบโตดังกล่าวเกิดจากการยึดแนวทางทำตลาดที่เน้นของดี มีคุณภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่กับการกระจายสินค้าในวงกว้าง
โดยเฉพาะช่องทางร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็นกว่า 80% ของยอดขายรวม ขณะที่ช่องทางหน้าร้าน ออนไลน์ และการจำหน่ายผ่านคู่ค้าทางธุรกิจยังคงทำหน้าที่เสริมการเติบโต
ในเชิงพอร์ตสินค้า “ขนมเปี๊ยะ” ยังคงเป็นกลุ่มที่สร้างยอดขายหลักมากกว่า 50% รองลงมาคือช็อกโกแลต 30% และเค้กอีก 20% โดยจุดแข็งของแบรนด์ยังอยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ ทั้งจากแหล่งในประเทศและนำเข้า แม้ต้นทุนโดยเฉพาะโกโก้ จะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทยังคงรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์และระดับราคาขายเฉลี่ยราว 39 บาท ไว้ เพื่อไม่ให้กระทบการเข้าถึงของผู้บริโภค
ปี 2569 เอพริล เบเกอรี่ กำลังเดินเกมสำคัญ ด้วยการลงทุนกว่า 200 ล้านบาท เพื่อรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปรับภาพลักษณ์จากแบรนด์ขนมฝากผู้ใหญ่ ไปสู่เบเกอรี่ร่วมสมัยที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการปรับมุมมองต่อ “ขนมเปี๊ยะ” ให้หลุดจากกรอบของขนมโบราณหรือขนมตามเทศกาล
หัวใจของการรีแบรนด์อยู่ที่การยกระดับสาขาหน้าร้าน จากคีออสก์แบบเดิม สู่ร้านคาเฟ่เบเกอรี่ที่มีการอบสดภายในร้าน (Live Baking) เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้ทานขนมที่อบจากเตาร้อน ๆ แทนการอุ่นจากโรงงานเพียงอย่างเดียว โดยยังคงวางตำแหน่งราคาให้เข้าถึงง่าย เครื่องดื่มภายในร้านเริ่มต้นที่ 69 บาท และพายเริ่มต้นที่ 35 บาท
สาขานำร่องถูกปักหมุดที่ย่าน “บรรทัดทอง” ซึ่งเป็นสาขาหน้าร้านที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ขนาดราว 80 ตารางเมตร เลือกทำเลที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหมุนเวียนจำนวนมาก เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พร้อมตั้งเป้ายอดขายเฉพาะสาขานี้ที่ 2 ล้านบาทต่อเดือน และเตรียมต่อยอดโมเดลเดียวกันไปยังสาขาอื่นในกรุงเทพฯ ภายในปีนี้
ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่และหัวเมืองหลัก ยังถูกมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในระยะถัดไป แม้ปัจจุบันจะยังเป็นการขนส่งจากกรุงเทพฯ เป็นหลัก
ในช่วงตรุษจีนปีนี้ เอพริล เบเกอรี่ เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เปี๊ยะหมูแดง” วางจำหน่ายผ่าน 7-Eleven ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยจุดขายความแปลกใหม่ ขนาดชิ้นใหญ่ ราคา 35 บาท หวังช่วยกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลสำคัญ
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเร่งขยายตลาดต่างประเทศ โดยในปีนี้เตรียมรุกตลาดเอเชีย อาทิ ไต้หวัน และเกาหลี ตั้งเป้ายอดขายจากสองตลาดรวมกันราว 100 ล้านบาทต่อปี พร้อมยกระดับศักยภาพการผลิตและมาตรฐานให้รองรับการเติบโตในสเกลที่กว้างขึ้น
สำหรับทิศทางการเติบโต คุณกนกกัญจน์ ระบุว่า การขยายธุรกิจในช่วงที่เติบโตเร็วจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านกำลังการผลิต บุคลากร และการบริหารจัดการวัตถุดิบ โดยเลือกโฟกัสในสิ่งที่องค์กรมีความถนัด หลังจากเคยทดลองขยายไปสู่ธุรกิจที่ไม่ใช่จุดแข็งและไม่ประสบความสำเร็จมาก่อน
จากเดิมที่เคยเติบโตเฉลี่ยปีละ 10–20% การขยับขึ้นเป็น 100% และ 200% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กลายเป็นฐานสำคัญให้เอพริล เบเกอรี่ ตั้งเป้าปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง 30% เพิ่มส่วนแบ่งตลาดอีก 3% ควบคู่กับการยกระดับการรับรู้แบรนด์ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมปูทางสู่การเป็นแบรนด์เบเกอรี่ไทยที่แข่งขันได้ในระดับภูมิภาค



