รับมือตลาดอสังหาฯ ปี 2025 หดตัวหนัก พฤกษา โฮลดิ้ง พลิกเกมปรับพอร์ตรุกตลาดบ้านพรีเมียม-ลักชัวรี ควบเร่งปั้นรายได้ประจำจากคลังสินค้าและ รพ.วิมุต ให้แตะ 10% ใน 3 ปี ดันเป้ารายได้รวมปี 2026 สู่ 18,800 ล้านบาท

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2025 เผชิญความท้าทายอย่างหนักจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและมาตรการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลดิ่งลงถึง 33% หรือหายไปกว่า 1 ใน 3 เหลือเพียง 295,400 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดหดตัว

คุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าการดำเนินงานเพื่อรับมือความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีที่ผ่านมาผ่านกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ด้วยการปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน และลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก

ในปี 2568 บริษัทมีการปรับพอร์ตโฟลิโอใน 2 ธุรกิจหลักอย่างมีประสิทธิภาพ 

ส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายใต้พฤกษา เรียลเอสเตท ได้มีการเปิดตัวโครงการใหม่รวม 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวม 13,300 ล้านบาท ทำยอดพรีเซลล์ได้ 11,050 ล้านบาท และมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 11,500 ล้านบาท 

ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าพร้อมขายมูลค่ารวม 66,400 ล้านบาท พร้อมทั้งมียอดขายรอรับรู้รายได้หรือ Backlog อีกกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งเตรียมจะรับรู้รายได้ในปี 2026 จำนวน 2,000 ล้านบาท และในปี 2027 อีก 1,000 ล้านบาท

ด้านการจัดการสินค้าคงคลัง บริษัทสามารถลดสัดส่วนสินค้าคงเหลือกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท จากเดิม 35% ลงมาอยู่ที่ 30% พร้อมปรับพอร์ตโครงการเปิดใหม่ให้มุ่งเน้นกลุ่มพรีเมียมที่มีราคามากกว่า 7 ล้านบาท ในสัดส่วนถึง 45% และกลุ่มระดับกลางราคา 3-5 ล้านบาท อีก 42%

ขณะที่ธุรกิจเฮลท์แคร์ในเครือโรงพยาบาลวิมุต ทำรายได้รวมได้ 2,243 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3% โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ที่เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้กว่า 12 ล้านบาท จากการขยายฐานคนไข้กลุ่ม OPD ที่เติบโตขึ้น 7%

ในปี 2026 พฤกษา เรียลเอสเตท วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการขยับสู่ตลาดพรีเมียมและลักชัวรีที่มีกำลังซื้อสูง

– The Reserve Villas Sukhumvit 89/1 : ลักชัวรีวิลล่าใจกลางสุขุมวิท ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท

– The Palm Courtyard Bangna km.8 : บ้านดีไซน์ใหม่พร้อมคอร์ทยาร์ดส่วนตัว ราคา 20-30 ล้านบาท

– Chapter One Ratchada 19 : คอนโดมิเนียม ‘Pet Parent’ แห่งแรกของพฤกษาเพื่อคนรักสัตว์

บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Asset-Optimized, Recurring-Built ในปี 2026 มุ่งบริหารพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ให้ถึง 10% ภายใน 3 ปี 

มีหัวใจสำคัญคือโครงการ ‘โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส’ คลังสินค้าอัจฉริยะพื้นที่ 217,000 ตร.ม. ที่เตรียมรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2026 และคาดว่าจะมียอดเช่าพื้นที่สูงถึง 60% ควบคู่ไปกับการเร่งปิดโครงการเก่า 22 แห่งเพื่อลดภาระสินค้าคงคลัง และเน้นพัฒนาที่ดินในพอร์ตสู่โครงการระดับกลางถึงบนเพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนที่มีคุณภาพ 

ในด้านการตลาดและการสนับสนุนการขาย พฤกษายังคงแคมเปญ ‘พฤกษา พาส’ โปรแกรมผ่อนตรงกับโครงการสูงสุด 1 ปี เพื่อช่วยลูกค้าที่ติดปัญหาการขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จไปแล้วเกือบ 100 ยูนิต มูลค่าประมาณ 300-400 ล้านบาท รวมถึงการขยายช่องทางตัวแทนจำหน่าย เพิ่มขึ้น 10% เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ เช่น จีน, เมียนมา และไต้หวัน เพื่อผลักดันเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ปีนี้ให้ไปถึง 15,000 ล้านบาท ตามที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ภายใต้เครือโรงพยาบาลวิมุต กลายเป็นจิกซอว์สำคัญในการสร้างรายได้ประจำ โดยในปี 2025 สร้างรายได้ 2,243 ล้านบาท เติบโต 3% โดยเฉพาะโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน ที่เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้แล้ว

เครือโรงพยาบาลวิมุต ในปี 2026 ตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 2,600 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 16% โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เริ่มจากการเปิดตัวบริการ ‘Family Doctor’ หรือแพทย์ประจำครอบครัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยด้วยการดูแลสุขภาพเชิงรุกถึงโครงการ 

โดยจะนำร่องในกลุ่มโครงการระดับกลางถึงบน ควบคู่ไปกับการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทาง (COE) เพื่อขยายบริการดูแลรักษาในสาขาที่ซับซ้อนมากขึ้น เช่น ระบบทางเดินอาหารและตับ รวมถึงระบบประสาทและสมอง 

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ (International Expansion) โดยเจาะกลุ่มผู้ป่วยจากตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่างเมียนมาซึ่งมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาถึง 10 เท่า รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับที่เติบโตต่อเนื่องถึง 2 เท่า เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับสากล

การประกาศเดินหน้าสร้างการเติบโตเชิงคุณภาพผ่านการปรับทัพธุรกิจและการผสานจุดแข็งของทุกกลุ่มในเครือเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ 

ทำให้ในปี 2026 บริษัทได้วางเป้าหมายรายได้รวม 18,800 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท ที่มาพร้อมเป้าหมายยอดพรีเซลล์ 16,500 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์อีก 2,600 ล้านบาท 

นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมงบลงทุนรวมกว่า 4,400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดซื้อที่ดินใหม่ 1,500 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องอีก 2,900 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวและสร้างรายได้ประจำอย่างยั่งยืนในอนาคต