รายงานข่าวจาก บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 บริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd.
ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือหุ้นทางอ้อม 100% ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd.
โดยการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการซื้อจากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ Foodshop Capstone Sdn Bhd และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย (ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ) โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1,660 ล้านริงกิตมาเลเซีย
หรือคิดเป็นเงินไทยเทียบเท่าประมาณ 13,483 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและแหล่งเงินทุนภายนอก
ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนดังกล่าวเกิดจากการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยอ้างอิงวิธีการประเมินมูลค่าตามหลักสากลด้วยอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (EV/Adjusted EBITDA multiples)
สำหรับ The Food Purveyor Sdn. Bhd. เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในประเทศมาเลเซีย ประกอบธุรกิจลงทุนในบริษัท (Investment Holding) และดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีกแบบซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม
ปัจจุบันมีสาขาให้บริการรวมทั้งสิ้น 50 สาขา บริหารงานภายใต้แบรนด์ชื่อดัง ได้แก่ Village Grocer, B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant
ซึ่งภายหลังการทำรายการแล้วเสร็จ The Food Purveyor จะมีสถานะเปลี่ยนเป็นบริษัทย่อยของซีพี แอ็กซ์ตร้า ทันที
ทำไม The Food Purveyor ถึงเป็น “จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ” ของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า
การควักกระเป๋าเฉียด 1.34 หมื่นล้านบาทในครั้งนี้ ถือเป็นมูฟเมนต์ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะ The Food Purveyor (TFP) ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดา
แต่เป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกระดับพรีเมียมของมาเลเซีย ซึ่งมีความน่าสนใจและจะเข้ามาสร้าง Synergy ให้กับกลุ่มโลตัสในหลายมิติ ดังนี้
1. Premium Segment : ที่ผ่านมา “โลตัส มาเลเซีย” มีความแข็งแกร่งในตลาดระดับกลางถึงแมส (Mass) การได้ TFP เข้ามาพร้อมแบรนด์หรูในเครือ จะช่วยให้ซีพี แอ็กซ์ตร้า สามารถจับกลุ่มลูกค้าผู้มีรายได้สูงและชาวต่างชาติ (Expat) ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
2. ครอบครองทำเลทอง 50 แห่ง : ปัจจุบัน TFP มีสาขารวม 50 แห่ง ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพ ย่านชุมชนเมือง ศูนย์การค้าชั้นนำ และย่านกำลังซื้อสูง ทั้งในหุบเขากลาง (Klang Valley) กัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และยะโฮร์บาห์รู
3. จุดเด่นสินค้านำเข้า & ผู้นำด้าน ESG : แบรนด์ภายใต้ TFP ขึ้นชื่อเรื่องการคัดสรรสินค้าคุณภาพสูงและวัตถุดิบพรีเมียมจากกว่า 10 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นหัวหอกด้านความยั่งยืน (ESG) ในวงการค้าปลีกมาเลเซีย โดยเฉพาะแคมเปญลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic) อย่างจริงจัง
4. ต่อยอด Data จากลอยัลตี้โปรแกรม : TFP มีระบบสมาชิกที่เหนียวแน่นภายใต้ชื่อ “Bites” ซึ่งการได้ฐานข้อมูลลูกค้ากลุ่มพรีเมียมนี้มา จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการทำโปรโมชั่นและการตลาดแบบเจาะจงในอนาคต
เดินหน้าสู่ผู้นำค้าปลีกภูมิภาคเต็มตัว
ดังนั้น เมื่อนำสาขาของ The Food Purveyor ทั้ง 50 แห่ง มารวมกับสาขาเดิมของโลตัสในประเทศมาเลเซียที่มีอยู่ราว 70 แห่ง จะส่งผลให้ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีเครือข่ายร้านค้ารวมกว่า 120 สาขาทั่วมาเลเซีย กลายเป็นผู้เล่นที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ครบทุกกลุ่ม ทุกระดับกำลังซื้ออย่างแท้จริง
ซึ่งบริษัทระบุอย่างชัดเจนถึงประโยชน์ของการลงทุนครั้งนี้ว่า จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศมาเลเซีย และสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทในการเดินหน้าขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืนต่อไป
ซีพี แอ็กซ์ตร้า คาดการณ์ว่าธุรกรรมดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 ซึ่งยังคงต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขบังคับก่อนที่กำหนดไว้ในสัญญา และการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
