การเปลี่ยนแปลงจาก Traditional Search ไปสู่ AI Search ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ Search Engine ในอดีตระบบค้นหาจะทำหน้าที่เป็นเพียงดัชนี (Index) ที่แสดงรายชื่อเว็บไซต์ตามความเกี่ยวข้องของ Keyword แต่สำหรับการทำ AI Search บทบาทได้เปลี่ยนเป็นผู้สรุปคำตอบ ดังนั้น เว็บไซต์ที่เคยติดอันดับดีจากการทำ SEO รูปแบบเดิม ไม่ได้การันตีว่าจะถูก AI เลือกเสมอไปครับ
คุณเกน รัชวิทย์ หวังพัฒนธน CEO & Managing Director ของ ANGA (แองก้า) ได้ให้สัมภาษณ์และแชร์ผ่านเวที Marketing Conference ว่า
“ปี 2026 จะกลายเป็นปีที่แบรนด์ต่างลงทุนใน AI Search มากขึ้น นอกจากผลกระทบของผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ลดลงด้วย Generative AI อย่าง AI Overviews แล้ว ยังเป็นเรื่องพฤติกรรมของเราเองที่เริ่มคุ้นชินกับการถามคำถามที่ตรงประเด็นมากขึ้นแบบละเอียด ไม่ใช่ยุคการนึกคำค้นหา (Keyword) แล้วเสิร์ซบน Google เพียงอย่างเดียว ดังนั้น AI Search กำลังจะกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ที่ทีมการตลาดต้องแย่งชิงพื้นที่ ในฐานะของการเป็นผู้นำด้าน SEO มาหลายปี ก็ช่วยให้มั่นใจว่า Insights จาก ANGA นี้เอง ค่อนข้างสอดคล้องเป็นทิศทางเดียวกันกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ด้วย”
อยากทำให้เว็บไซต์ติด AI Search เริ่มจาก SEO ที่แข็งแรงก่อน
รากฐานสำคัญที่สุดยังคงเป็นการทำ SEO ที่แข็งแกร่ง เพราะ AI ยังต้องพึ่งพา Crawler ของ Search Engine ในการเข้าถึงข้อมูล หากพื้นฐานเว็บไซต์ไม่ดี AI ก็ไม่สามารถเข้าถึงหรือทำความเข้าใจเนื้อหาของคุณได้ ซึ่งการทำ SEO ที่แข็งแรงผมขอเน้น 2 เรื่องหลักๆ คือ
1. Content SEO ที่ไม่ได้เขียนเพื่อ Keyword อย่างเดียว
การเขียนบทความในยุค AI Search สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือ Search Intent หรือเจตนาในการค้นหาของผู้ใช้งาน เนื้อหาต้องตอบโจทย์ความต้องการนั้นอย่างชัดเจนและตรงประเด็น ไม่ได้เน้นแค่ใส่ Keyword อย่างเดียว มีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและตอบคำถามที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วนภายในหน้าเดียว แนวทางสำคัญคือ หลีกเลี่ยงการสร้าง Thin Content ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่ให้ข้อมูลเพียงผิวเผิน มีความซ้ำซ้อน หรือเขียนเพื่อดัก Traffic โดยไม่สร้างคุณค่าให้ผู้อ่าน เพราะ AI ให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานจริงๆ เท่านั้น
2. Technical SEO เพื่อให้ AI เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
แม้เนื้อหาจะดีแค่ไหน แต่หาก AI ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์ในเชิง SEO โดย Technical SEO เป็นพื้นฐานสำคัญที่เว็บไซต์ธุรกิจต้องให้ความสำคัญ เพราะหากเว็บไซต์โหลดช้าหรือมีปัญหาด้านการใช้งาน ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ในสายตา AI จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ โดยสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่
- Crawl Budget & Indexing
จัดการให้ Bot เข้ามา Crawl และ Index หน้าสำคัญได้อย่างครบถ้วน - Site Structure ที่ชัดเจน
ออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ให้ AI เข้าใจความสัมพันธ์ของเนื้อหาภายในได้ง่าย - Core Web Vitals
ปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพของหน้าเว็บ เพื่อสร้าง Page Experience ที่ดี - UX & Mobile-first
เว็บไซต์ต้องใช้งานง่ายบนทุกอุปกรณ์ โดยเฉพาะมือถือ เพราะ AI ประเมินคุณภาพจากประสบการณ์ผู้ใช้งานโดยตรง
ดังนั้น ก่อนเริ่มใช้กลยุทธ์ขั้นสูงใดๆ ตรวจสอบให้มั่นใจว่า โครงสร้างเว็บไซต์ของเราแข็งแรง และมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานจริงๆ เนื่องจาก AI มักเลือกอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงง่ายและสามารถตีความเนื้อหาได้อย่างถูกต้องเท่านั้น
กลยุทธ์ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติด AI Search ต้องเริ่มจากอะไร

1. สร้าง E-E-A-T ให้ AI เชื่อถือเว็บไซต์
ปัจจัยสำคัญที่ AI จะเลือกหยิบข้อมูลจากเว็บไซต์ไปตอบคำถามคือ ความน่าเชื่อถือของเนื้อหา (Trustworthiness) ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ของ Google โดยเนื้อหาจะต้องสะท้อนเรื่องสำคัญ ดังนี้
- Experience & Expertise (ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ)
เนื้อหาต้องสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนมีความรู้จริง ไม่ใช่เรียบเรียงข้อมูลจากแหล่งอื่นเพียงอย่างเดียว ควรใส่ Insight จากประสบการณ์ตรง กรณีศึกษา (Case Study) หรือตัวอย่างจากหน้างานจริง การเขียนในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในสายงานนั้น จะช่วยสร้างความแตกต่างที่ AI รับรู้ได้
- Authority & Trust (อำนาจและความน่าเชื่อถือ)
เว็บไซต์ต้องระบุตัวตนผู้เขียนชัดเจน มีหน้า About Us ที่เล่า Brand Story อย่างจริงใจ รวมถึงข้อมูลบริษัทและช่องทางการติดต่อที่ตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การมี Social Proof เช่น รีวิวจากลูกค้าจริง หรือผลงานที่ผ่านมา จะช่วยยืนยันสถานะความน่าเชื่อถือในสายตา AI ได้เป็นอย่างดี
ผมมองว่า AI ให้ค่ากับความน่าเชื่อถือของข้อมูลมากกว่าความสั้นยาวของบทความ หากเนื้อหาของคุณสั้นแต่มาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีตัวตนจริง และเล่าผ่านประสบการณ์ตรง AI จะเลือกนำไปใช้อ้างอิงมากกว่าบทความยาวๆ ที่ขาดความน่าเชื่อถือ หรือเขียนโดยใครก็ไม่รู้
2. โครงสร้างเนื้อหาที่ช่วยให้ AI เข้าใจง่ายขึ้น
การเขียนบทความให้คนกับ AI อ่านนั้น มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือ ต้องเข้าใจง่าย ยิ่งเราจัดระเบียบข้อมูลได้ดีเท่าไหร่ AI ก็จะยิ่งแยกแยะและดึงข้อมูลไปใช้สรุปคำตอบได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
- การใช้ Heading (H1–H3) อย่างเป็นระบบ: ช่วยบอกลำดับความสำคัญและขอบเขตของเนื้อหา
- Bullet Points / Tables / Step-by-step: ข้อมูลที่ถูกย่อยเป็นข้อๆ หรือตาราง จะช่วยให้ AI สรุปเนื้อหาได้แม่นยำกว่าย่อหน้ายาวๆ
- Internal Linking แสดง Topic Cluster: การเชื่อมโยงลิงก์ไปยังบทความที่เกี่ยวข้องภายในเว็บไซต์ ช่วยให้ AI มองเห็นภาพรวมว่าเว็บไซต์คุณมีความเชี่ยวชาญครอบคลุมในหัวข้อนั้นๆ อย่างลึกซึ้ง
- เขียนเนื้อหาแบบ Prompt-ready: เป็นการเขียนประโยคใจความสำคัญให้ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา เช่น การนิยามความหมาย หรือการสรุปผลลัพธ์ เพื่อให้ AI ดึงประโยคนั้นไปเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียบเรียงใหม่
การจัด Format เนื้อหาที่ดีจะช่วยลดภาระในการประมวลผลของ AI ยิ่งทำข้อมูลให้เป็นระเบียบ เป็นสัดส่วน และใช้ภาษาที่ระบุใจความสำคัญชัดเจนแบบ Prompt-ready โอกาสที่ AI จะดึงข้อมูลส่วนนั้นไปแสดงผลเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
3. จัดโครงสร้างข้อมูลด้วย Schema Markup
Schema Markup คือรูปแบบข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบชุดโค้ด JSON-LD ใช้สื่อสารกับ Search Engine และ AI โดยตรง เพื่อระบุประเภทและบริบทของเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์อย่างชัดเจน ว่าเนื้อหานั้นคืออะไรและมีความหมายอย่างไร โดยไม่ต้องอาศัยการตีความจากข้อความเพียงอย่างเดียว
- เป้าหมายของการติด Schema Markup: เพื่อเปลี่ยนเนื้อหาที่เป็นข้อความธรรมดา ให้เป็นข้อมูลที่ AI สามารถอ่านและเข้าใจได้ทันที
- ประโยชน์ต่อ AI: ช่วยให้ AI ดึงข้อมูลสำคัญอย่างเช่น ราคา, คะแนนรีวิว, ขั้นตอนวิธีการทำ, หรือคำถาม-คำตอบ ไปแสดงผลได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ลดความผิดพลาดในการดึงข้อมูลผิดส่วน
Schema Markup ที่เว็บไซต์ธุรกิจควรมี
- Article: ระบุว่าเป็นบทความข่าวหรือบทความทั่วไป
- FAQ: สำหรับหน้าที่มีคำถาม-คำตอบ ช่วยให้ติดในส่วน FAQ ของ AI ได้ง่าย
- HowTo: สำหรับบทความสอนทำบางสิ่งเป็นขั้นตอน
- Organization / Product / Review: เพื่อระบุตัวตนองค์กร ข้อมูลสินค้า และคะแนนรีวิว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
เมื่อ AI มองหาแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ธุรกิจต้องทำให้เว็บติด AI Search
ธุรกิจจึงต้องปรับแนวคิดสู่การสร้างเว็บไซต์เพื่อเป็นแหล่งคำตอบที่ AI มั่นใจจะนำไปสรุปและแสดงผลให้ผู้ใช้งาน เหตุผลสำคัญคือ AI ต้องรับผิดชอบต่อคุณภาพของคำตอบที่นำเสนอไปด้วย ดังนั้น ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและโครงสร้างเนื้อหาจึงกลายเป็นปัจจัยแรกๆ ที่ AI ใช้พิจารณา
โดยในงาน MKTCON 2025 คุณเกน CEO & Managing Director ของ ANGA (แองก้า) ก็ได้ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ดูแลเว็บไซต์ให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท และสรุปออกมาเป็น ANGA SOURCE CODE สูตรลับในการทำให้ AI Search เลือกอ้างอิงเว็บไซต์ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถพาเว็บธุรกิจไปติดบน AI Search ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
