แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เน้นกลยุทธ์ระบายสต็อกเดิมและเลือกเปิดโครงการบ้านลักชัวรีเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มบน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน พร้อมโฟกัสพอร์ตอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า หรือ Recurring Income เดินหน้าลงทุนในธุรกิจโรงแรมอีก 2,500 ล้านบาท

คุณโชคชัย วลิตวรางค์กูร กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ปี 2568 ภาพรวมตลาดโดยรวมยังคงชะลอตัว โดยในช่วง 11 เดือนแรก (ม.ค. – พ.ย.) ยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยโดยรวมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ลดลงถึง 18% สะท้อนให้เห็นว่าดีมานด์ยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่อง หากมองเฉพาะคอนโดมิเนียม ลดลง 21% และแนวราบลดลง 13% 

สาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน หากเปรียบเปรยสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในขณะนี้คือ ‘ไม่ได้เป็นมะเร็ง แต่เป็นเหมือนเบาหวาน’ เป็นโรคเรื้อรังที่รุมเร้า ต้องอาศัยการดูแลรักษาแบบประคองตัวและมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจดังกล่าว ทำให้ในปี 2569 บริษัทยังจะเน้นการลดระดับสินค้าคงเหลือ ทั้งพอร์ตคอนโดมิเนียมและแนวราบ ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์เหล่านี้กลับมาเป็นกระแสเงินสด และนำเงินไปลดหนี้ หรือหมุนไปลงทุนในสินทรัพย์กลุ่ม Recurring Income ส่วนแผนการเปิดตัวโครงการใหม่จะเน้นการเลือกเปิดเฉพาะโครงการที่มั่นใจและมองว่ามีศักยภาพจริง ๆ  

โดยปี 2569 มีแผนเปิดโครงการใหม่เพียง 2 โครงการ รวมมูลค่า 3,660 ล้านบาท ดังนี้

1. Nantawan Prestige ราชพฤกษ์-พรานนก: บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี ราคา 60-100 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 2,220 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนการเปิดตัวมาจากปี 2568 เนื่องจากรอความพร้อมของระบบสาธารณูปโภคหน้าโครงการ

2. Chaiyapruek 3 รามอินทรา-วงแหวน: บ้านเดี่ยวระดับราคา 10-13 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,440 ล้านบาท

นอกจากนั้น ณ สิ้นปี 2569 บริษัทจะมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยดำเนินการอยู่ทั้งหมด 69 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 80,000 ล้านบาท

คุณอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการสายปฏิบัติการ กล่าวว่า ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า ปี 2569 ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือ การเปิดตัวโรงแรมแห่งที่ 3 ในพัทยา ภายใต้ชื่อ ‘Grande Centre Point Voyage’ ในช่วงไตรมาส 4/2569 เป็นโรงแรมขนาด 494 ห้อง มูลค่าโครงการกว่า 4,300 ล้านบาท มาพร้อมจุดขายสวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร

บริษัทยังวางแผนระยะยาว เตรียมเปิดตัว ‘Grande Centre Point Chinatown’ ในปี 2571

คุณวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการสายสนับสนุนและผู้บริหารสูงสุดทางด้านการเงิน กล่าวว่า ในแง่การบริหารการเงิน บริษัทยังคงใช้โมเดลการหมุนเวียนสินทรัพย์ โดยในปี 2569 มีแผนจะขายโรงแรมในประเทศไทย 1 แห่งเข้ากองทรัสต์ฯ และขายอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาอีก 2 แห่ง เป็นอพาร์ตเมนต์และโรงแรม เพื่อนำเงินกลับมาลงทุนพัฒนาโครงการใหม่

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการดำเนินงาน ปี 2569 ยอดขาย (Bookings) ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 17,000 ล้านบาท พร้อมโฟกัสธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่า ซึ่งตั้งเป้ารายได้ส่วนนี้ไว้สูงถึง 9,900 ล้านบาท 

ส่วนงบลงทุนรวม ปี 2569 วางไว้ 4,500 ล้านบาท แบ่งเป็น ซื้อที่ดิน 2,000 ล้านบาท และลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่า 2,500 ล้านบาท