ปัจจุบัน Creator Economy กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ในประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งอีกต่อไป แต่สามารถขยายอิทธิพลและมูลค่าทางเศรษฐกิจไปสู่เวทีโลกในฐานะ Global Citizen ได้มากขึ้น รูปแบบการเติบโตของครีเอเตอร์จึงแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมผู้ชมและบริบททางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้บทบาทของ Content Creator ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็น “ผู้ผลิตคอนเทนต์” อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง ทั้งในรูปของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และโมเดลธุรกิจ
เมื่อครีเอเตอร์คิดแบบเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ผู้รับงานรีวิว
วันนี้ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ไม่ได้ทำเพียงแค่สร้างผลงาน รับงานรีวิวจากแบรนด์ หรือเกาะกระแสเทรนด์เท่านั้น แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างธุรกิจ และการทำให้ผลงานของตัวเองมีลิขสิทธิ์อย่างเป็นระบบมากขึ้น สอดคล้องกับผลสำรวจของ Visa ปี 2025 ที่ระบุว่า 68% ของครีเอเตอร์ทั่วโลกมองว่าตัวเองคือ “เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก” และมีเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางการเงินผ่านการถือครองลิขสิทธิ์คอนเทนต์ของตนเอง
รายงาน IP Market Outlook 2025 ยังชี้ว่า การเติบโตของ Creator Economy ส่งผลให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทโลโก้ในนามบุคคลธรรมดาเพิ่มขึ้นถึง 13.4% ทั่วโลก สอดคล้องกับข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในช่วงปี 2025–2026 ที่ระบุว่าคนไทยยื่นคำขอจดทะเบียนธุรกิจกว่า 75,381 ราย เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 9.11% โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มธุรกิจบริการด้านการตลาด ความงาม และ Art Toy

“Creator-First Culture” จากการจ้างงาน สู่การปั้นอาชีพอย่างยั่งยืน
แนวคิด “Creator-First Culture” จึงไม่ใช่แค่การจ้างงานครีเอเตอร์มาทำคอนเทนต์ แต่คือการพัฒนาให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาของตัวเองได้อย่างแท้จริง คุณอัลเธีย ลิม ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Gushcloud International มองว่ากุญแจสำคัญคือการวางระบบที่ครอบคลุมทั้งเส้นทางอาชีพและกระบวนการผลิตคอนเทนต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ Gushcloud เข้าไปลงทุนใน UAE ประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เทคโนโลยีก้าวหน้า และมีนโยบายรองรับอาชีพครีเอเตอร์อย่างจริงจัง ตั้งแต่การออกกฎจดทะเบียน ไปจนถึงโครงการดึงดูดครีเอเตอร์ต่างชาติภายใต้ Creators HQ จากกว่า 147 ประเทศ ผ่านกองทุน Content Creators Fund โดยข้อมูลปี 2025 ระบุว่ากลุ่มครีเอเตอร์ที่พำนักอยู่ใน UAE มีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 2.45 พันล้านคน
MENA สมรภูมิใหม่ของ Creator Economy โลก
ภูมิภาค MENA (Middle East and North Africa) จึงกำลังถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นจุดหมายใหม่ของทั้งแบรนด์และครีเอเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม Digital Advertising และ Gaming ข้อมูลจาก PwC (Strategy&) ระบุว่าตลาดในภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 7.4% ต่อปี และที่น่าสนใจคือ งบโฆษณาดิจิทัลใน MENA มีสัดส่วนถึง 46% ของงบสื่อทั้งหมด สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์เป็นหลัก ขณะที่ภาครัฐเองก็มีการออกกฎหมายและใบอนุญาตโฆษณาเพื่อสร้างมาตรฐานและความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ที่ต้องการเข้ามาลงทุน
ในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ใน MENA ผู้ชมมักเลือกติดตามคอนเทนต์ตาม “ความสนใจเฉพาะด้าน” มากขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างฐานแฟนแบบ Niche Community ได้อย่างชัดเจน คุณไมเคิล ชาฮ์ดา ประธานบริหาร Gushcloud TalentPlus ระบุว่า เทรนด์นี้ช่วยให้แบรนด์สามารถทำการตลาดแบบ Targeted Marketing ได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
โอกาสของแบรนด์และครีเอเตอร์ไทย ในตลาดกำลังซื้อสูง
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังซื้อสูงอย่าง UAE และซาอุดีอาระเบีย ยังมองว่าสินค้าไทยเป็น “พรีเมียมที่จับต้องได้” ไม่ว่าจะเป็นสินค้าสปา สกินแคร์ออแกนิก สมุนไพรไทย น้ำมะพร้าว อาหารฮาลาล เครื่องประดับดีไซน์ไทย ไปจนถึงผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือ โดยพฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 35% ในสองประเทศนี้ ตัดสินใจซื้อสินค้าจากคำแนะนำของชาวเน็ตและอินฟลูเอนเซอร์

ด้วยเหตุนี้ ตลาด MENA จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสใหม่ของแบรนด์ไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม Food & Beverage, Beauty, Lifestyle, Travel และ Gaming คุณนิโรธ ฉวีวรรณากร Country Director ของ Gushcloud (ประเทศไทย) มองว่าจุดแข็งของครีเอเตอร์ไทยคือความเชี่ยวชาญในการทำ content-led business สามารถเปลี่ยนคุณค่าของคอนเทนต์ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้บริโภคได้อย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับตัวเลขอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในปี 2024 ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.9% ของ GDP ประเทศไทย
