ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกาหลีใต้ภาคภูมิใจกับความสำเร็จของนโยบาย Soft Power ที่มี K-pop เป็นหัวหอกสำคัญ ซึ่งยืนยันได้จากการรวมตัวแสดงพลังของเหล่าด้อมตามคอนเสิร์ตทั่วโลก
ทว่าท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์ แท่งไฟ และความสำเร็จระดับปรากฏการณ์จนกลายเป็นต้นแบบ กลับมีด้านมืดที่สร้างความลำบากใจให้กับเหล่าด้อมมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นคือ ราคาบัตรคอนเสิร์ตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ราคาที่เพิ่มขึ้นนี้ แม้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากกลไกตลาดและผลสืบเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ สูงขึ้น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขายบัตรพ่วงสิทธิพิเศษแบบมัดมือชกของค่ายเพลงและผู้จัด ก็มีส่วนสำคัญที่ดันราคาบัตรให้แพงขึ้น

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ราคาบัตรคอนเสิร์ตที่แพงที่สุดของศิลปิน K-pop ชื่อดังยังอยู่ที่ 100,000 วอน (ประมาณ 2,500 บาท) เท่านั้น แต่ในปัจจุบันราคาได้ดีดสูงขึ้นไปอยู่ในช่วง 150,000 ถึง 250,000 วอน (ประมาณ 3,250 ถึง 5,500 บาท) เรียบร้อยแล้ว
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ BTS โดยในปี 2017 บัตรที่แพงที่สุดของทัวร์ “THE WINGS TOUR” มีราคาเพียง 110,000 วอน (ประมาณ 2,390 บาท) แต่ในคอนเสิร์ตครั้งล่าสุดที่จะมีขึ้นในปีนี้ ราคาบัตรที่นั่งโซนดีสุดเฉพาะในเกาหลีใต้ราคาเริ่มต้นก็พุ่งไปถึง 264,000 วอน (ประมาณ 5,700 บาท) แล้ว
ขณะที่ราคาบัตรทัวร์คอนเสิร์ตคืนวงการของ BTS ในบางประเทศ เช่น เม็กซิโก มีรายงานว่า โซน VIO สูงถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว

ไม่เว้นแม้แต่วงที่กลายเป็นรุ่นใหญ่ไปแล้วอย่าง Super Junior ซึ่งในปี 2016 เคยขายบัตรราคาเดียวทั้งฮอลล์ที่ 110,000 วอน (ประมาณ 2,390 บาท) แต่ในคอนเสิร์ตครั้งล่าสุด แค่เพียงบัตรยืนหน้าเวทีก็ดีดขึ้นไปอยู่ที่ 198,000 วอน (ประมาณ 4,300 บาท) แล้ว
ด้านเกิร์ลกรุ๊ปอย่าง APINK ราคาบัตร VIP ที่เคยอยู่ที่ 90,000 วอน (ประมาณ 2,000 บาท) เมื่อปี 2016 ปัจจุบันพุ่งขึ้นมาเกือบแตะ 200,000 วอน (ประมาณ 4,300 บาท) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งนี้ได้กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ของอุตสาหกรรมคอนเสิร์ต K-pop ไปแล้ว
สาเหตุสำคัญที่ทำให้บัตรแพงขึ้นคือการใช้ระบบตั๋ว VIP พ่วงสิทธิพิเศษ เช่น การเข้าชมรอบซ้อม หรือกิจกรรม Meet & Greet หลังจบโชว์ ซึ่งดันเพดานราคาตั๋วในทุกโซนให้แพงขึ้นตามไปด้วย แม้กลุ่มที่มีกำลังซื้อพร้อมจ่ายแต่ก็มีกระแสวิจารณ์ว่าค่ายเพลงและผู้จัดใช้สิทธิพิเศษเหล่านี้มาเป็น ข้ออ้างเพื่อโกยกำไรจากด้อมแบบมัดมือชก

เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้แฟนคลับที่ต้องการที่นั่งในโซนดีๆ เพราะถูกบีบให้ต้องจ่ายเงินแพงขึ้นโดยไม่มีทางเลือก ไม่ว่าพวกเขาอยากดูรอบซ้อมหรือร่วมกิจกรรม Meet & Greet หรือไม่ก็ตาม
เสียงสะท้อนจากเหล่าด้อม K-pop ในโลกออนไลน์ต่อประเด็นนี้แตกออกเป็นสองฝั่ง ฝ่ายหนึ่งมองว่าการได้เห็นศิลปินในรอบซ้อมเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและประทับใจ แต่อีกฝั่งซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่เริ่มบ่นว่าราคาแพงเกินไป
เช่น ด้อมชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งที่ระบายความอัดอั้นว่า หากไปคอนเสิร์ตเดือนละ 2 ครั้ง จะต้องเสียเงินเกือบ 400,000 วอน (ประมาณ 8,700 บาท) ซึ่งเท่ากับค่าเช่าบ้านรายเดือนของใครหลายคนเลยทีเดียว
ความไม่พอใจที่สะสมมานานนำไปสู่ดราม่าหลายครั้ง เช่น กรณีของวง ENHYPEN ที่ถูกวิจารณ์หนักจากการตั้งราคาบัตรยืนทุกที่นั่งพ่วงสิทธิดูรอบซ้อมที่ 220,000 วอน (ประมาณ 4,800 บาท) หรือกรณีของวง ONEWE ที่สุดท้ายต้นสังกัดต้องยอมลดราคาบัตรลงเหลือ 143,000 วอน (ประมาณ 3,100 บาท) หลังโดนทัวร์ลงว่าราคาเดิมนั้นแพงเกินไป
จากทั้งหมดนี้กล่าวได้ว่า แม้คุณภาพของโชว์จะพัฒนาไปไกลและมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่การปรับราคาแบบมัดมือชกกำลังกลายเป็นกำแพงกั้นระหว่างศิลปินและด้อม หากค่ายเพลงยังเน้นเพียงกำไรสูงสุดโดยไม่เห็นใจผู้บริโภค อาจส่งผลเสียต่อทั้งรายได้และภาพลักษณ์ของศิลปินในระยะยาว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เสน่ห์ของ K-pop ไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราของแพ็กเกจราคาบัตรแสนแพง แต่อยู่ที่ความผูกพันและการเข้าถึงได้ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักและความฟินของเหล่าด้อมทั่วโลกนั่นเอง / koreatimes
