หลังพ้นยุคล็อกดาวน์เป็นต้นมา ทัวร์คอนเสิร์ต Eras ของ Taylor Swift ทำเงินมหาศาลจนทำให้เธอขึ้นเป็นศิลปินที่ทำเงินจากทัวร์คอนเสิร์ตมากสุดในโลก จนเกิดเป็น Swiftnomics ที่เงินสะพัดครั้งใหญ่ช่วยปลุกเศรษฐกิจของทุกประเทศที่ไปจัดคอนเสิร์ต 

มาปี 2026 ปรากฏการณ์แบบเดียวกันกำลังจะเกิดขึ้น แต่ด้วยจำนวนเงินสะพัดและความสามารถในการปลุกเศรษฐษกิจที่มากกว่าของ Taylor Swift อันมีศูนย์กลางอยู่ที่ BTS บอยแบนด์เบอร์ต้นๆ ของวงการ K-pop

BTS กลับมารวมวงครบทั้ง 7 คน หลังทยอยไปเกณฑ์ทหารในเกาหลีใต้ โดยในครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมทัวร์คอนเสิร์ต มากถึง 79 โชว์ ใน 5 ทวีปรอบโลก ซึ่งจากจำนวนโชว์ที่มากมาย ด้อมของวงซึ่งทุกคนก็พร้อมทุ่มไม่อั้น เพื่อคว้าบัตรคอนเสิร์ต ต่อเนื่องไปจองที่พักและการใช้จ่ายต่างๆ 

บรรดานักเศรษฐศาสตร์จึงคาดกันว่า นี่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจครั้งมหาศาลที่อาจสร้างเงินหมุนเวียนได้สูงถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 312,000 ล้านบาทขึ้นไป) แซงหน้าทุกสถิติที่เคยมีมา

สิ่งที่ทำให้ทัวร์คอนเสิร์ตของ BTS พิเศษกว่าศิลปินนักร้องวงอื่นๆ คือกลุ่มแฟนคลับที่ชื่อว่า “ARMY” ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความทุ่มเทและพลังการจับจ่ายที่สูงมาก โดยแฟนๆ หลายคนไม่ได้มองว่านี่คือการซื้อตั๋วดูคอนเสิร์ตทั่วไป แต่เป็นการเดินทางเพื่อเติมเต็มพลังใจ 

Leslie Huynh แฟนคลับวัย 28 ปี ที่วางแผนจะตามไปดูคอนเสิร์ตถึง 11 เมือง รวม 22 รอบ และเตรียมงบไว้มากถึง 6,400 ดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนบาท) โดยเธอเล่าว่า ไม่ว่าตั๋วจะหายากแค่ไหน แต่จะจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักไว้ก่อน เพราะมั่นใจว่า จะซื้อตั๋วได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และ BTS คือเหตุผลที่ทำให้เธออยากตื่นมาใช้ชีวิตในวันที่เหนื่อยล้า ซึ่งพลังความรักแบบนี้เองที่เป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเม็ดเงินในทุกเมืองที่ BTS  ไปเยือน

หากดูจากสถิติในอดีต ทัวร์สั้นๆ ของ BTS เมื่อปี 2021 ที่จัดเพียง 12 รอบใน 3 เมืองของสหรัฐฯ ยังสร้างรายได้ให้เมืองอย่างลอสแอนเจลิสและลาสเวกัสรวมกันกว่า 260 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 8,100 ล้านบาท) ดังนั้นทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่นี้ที่มีถึง 79 โชว์ จึงเป็นตัวเลขที่ต้องจับตามอง 

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นในสหรัฐฯ ชี้ว่า ทุกที่ที่เป็นจุดหมายของทัวร์คอนเสิร์ตจะได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวแบบเต็มๆ ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง ซึ่งแฟนคลับ K-pop มักจะมีกิจกรรมตามรอย ไปยังสถานที่ต่างๆ ที่สมาชิกในวงเคยไป ทำให้รายได้กระจายตัวไปสู่ธุรกิจรายย่อยในท้องถิ่นได้ดีกว่าคอนเสิร์ตของศิลปินซีกโลกตะวันตกทั่วไป

นอกจากรายได้จากการท่องเที่ยวแล้ว ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังจะเป็นปัจจัยสำคัญทีทำให้สินค้าต่างๆ เกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง (K-Beauty) ขายดียิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าดีต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ อันเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จของนโนบาย Soft Power ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเมื่อปลายยุค 90  

จากทั้งหมดจึงสรุปได้ว่า การกลับมาของ BTS ในครั้งนี้คือเครื่องพิสูจน์ถึงพลังด้อมที่สามารถเปลี่ยนความรักและความคิดถึงของแฟนคลับให้กลายเป็นเม็ดเงินมหาศาลช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลก ดังนั้นการที่ ARMY พร้อมใจกันออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อพบกับศิลปินที่พวกเขารัก (Concert Tour Tourism) จึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมและเศรษฐกิจ 

สำหรับ BTS พักวงไปเกณฑ์ทหารในปี 2022 โดยท้วร์คอนเสิร์ตรอบโลกครั้งนี้ที่มาพร้อมอัลบั้มใหม่ที่ประกาศความเป็นเกาหลีแบบสุดๆ อย่าง Arirang จะมีจำนวน 79 โชว์ เริ่มจากเกาหลีใต้ 9 เมษายนนี้ และอีกหลายเดือนจากนั้นจะสลับไปมาหลายทวีป ทั้งเอเชีย อเมริกา และยุโรป 

พอถึงธันวาคม จะข้ามมาทัวร์ในกลุ่มประเทศอาเซียน เริ่มจากไทยในวันที่ 3 และ 5 กับ 6 ธันวาคม ตามด้วย มาเลเซีย สิงคโปร์และอินโดนีเซีย ซึ่งประเด็นน่าสนใจอยู่ที่สิงคโปร์ ซึ่งจัดคอนเสิร์ตมากถึง 4 รอบ ถือว่าสูงสุดของประเทศแถบนี้ 

จากนั้น BTS จะได้พักราว 1 เดือน โดยจะกลับมาโชว์อีก 9 โชว์ เริ่มจากออสเตรเลีย 12 กุมภาพันธ์ 2027 แล้วจะไปปิดทัวร์คอนเสิร์ตที่ฟิลิปปินส์ใน 14 มีนาคม ปีเดียวกัน / theguardian 


อ่าน MarketeerMoney : “วินนิ่งกันไหม” รู้จักหุ้น Konami จากเกมคอนโซลสู่ดิจิทัล พุ่งแรง 3 ปี 3 เด้ง