ทรูบิสิเนสประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ “Patient-Centric Care at Scale” วางเป้าปลดล็อกระบบดูแลสุขภาพที่เคยจำกัดอยู่แค่ในสถานพยาบาล ให้ขยายสู่ชีวิตประจำวันและบ้านของผู้ป่วยได้จริง พร้อมเชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ตลอดวงจรการดูแล (lifecycle) ตั้งแต่ระดับบุคคล–ครัวเรือน–โรงพยาบาล โดยอาศัยจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานสื่อสาร (Connectivity) ข้อมูล (Data) และ AI เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ “ทุกที่ ทุกเวลา” และขยับจากการรักษาเมื่อป่วย ไปสู่การดูแลเชิงรุกและเชิงป้องกันมากขึ้น

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทรานสฟอร์มการดูแลสุขภาพทั้งระบบ ทำให้ “สุขภาพ” ไม่ควรถูกจำกัดไว้ในโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่ต้องติดตามไปได้ในทุกจังหวะชีวิต จึงนำศักยภาพด้าน connectivity–data–AI มาพัฒนาโซลูชันภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ เพื่อผลักดันระบบสุขภาพเชิงรุก และต่อยอดสู่ Preventive Healthcare ที่ยั่งยืนต่อระบบสาธารณสุขไทย

2 กลุ่มโซลูชันหลัก: ดูแลต่อเนื่องจาก “บ้าน” ถึง “โรงพยาบาล”

ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ทรูบิสิเนสเปิดตัวโซลูชันอัจฉริยะด้านสุขภาพ 2 กลุ่มใหญ่ ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยและการบริหารจัดการของโรงพยาบาล เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยและประสิทธิภาพระบบสาธารณสุขโดยรวม

1) Connected Patient Care & Home Monitoring

กลุ่มแรกโฟกัส “ขยายขอบเขตการดูแลจากโรงพยาบาลสู่บ้าน” ทำให้การพักฟื้นและการติดตามอาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตัวอย่างที่ถูกหยิบมาพูดถึง ได้แก่

  • Patient Care IoT เช่น Smart Mirror หรือเครื่องวิเคราะห์ร่างกาย (body analyzer) เก็บข้อมูลสุขภาพเพื่อวิเคราะห์เชิงลึก
  • Patient Digital Twin สำหรับเฝ้าระวัง/ตรวจจับ/บันทึกข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ เช่น อัตราการเต้นหัวใจ หรือความเสี่ยงในการพลัดล้ม
  • Home Automation เชื่อมเซ็นเซอร์สุขภาพกับสภาพแวดล้อมในบ้าน ปรับอุณหภูมิ/ความชื้น/อากาศให้สัมพันธ์กับสภาพร่างกายโดยอัตโนมัติ
  • Telemedicine ปรึกษาแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลา และในกรณีฉุกเฉินมีการกล่าวถึง Smart EMS ที่ประสาน Smart Ambulance พร้อมส่งข้อมูลจากบ้านไปให้แพทย์ก่อนถึงโรงพยาบาล

2) Intelligent Hospital Operations & Analytics

อีกด้านเป็นการยกระดับสถานพยาบาลสู่ Smart Hospital ด้วย Data และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้ง “การรักษา” และ “การบริหาร” โดยมีตัวอย่างโซลูชัน เช่น

  • Digital Assistants อย่าง Avatar as Patient Assistant ที่ช่วยพูดคุย/ให้คำแนะนำด้านสุขภาพ หรือช่วยด้านการบำบัด
  • Doctor ASR ใช้ AI ช่วยบันทึกบทสนทนา/ข้อมูลการรักษา ลดภาระงานเอกสารของแพทย์
  • รวมถึงแนวทางบูรณาการข้อมูลของโรงพยาบาลร่วมกับ Telco Data ภายใต้กรอบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลและความปลอดภัย เพื่อช่วยงานตั้งแต่การบริการผู้ป่วยแบบ end-to-end ไปจนถึงการบริหารอาคารและพลังงานด้วย AI

“Health Scoring” และโจทย์ The Missing Middle: ดึงคนที่ยังไม่ป่วยเข้า “การป้องกัน”

อีกหมุดสำคัญคือแนวคิด Health Scoring ที่ทรูบิสิเนสต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านข้อมูลและ AI โดยนำข้อมูลทางการแพทย์มาผสานกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงล่วงหน้า โดยเน้นกลุ่มที่ “ยังไม่แสดงอาการ แต่มีแนวโน้มเจ็บป่วย” หรือ The Missing Middle เพื่อปูฐาน Preventive Healthcare ที่ขยายสู่คนจำนวนมากได้จริง

ดร.ธีรเดช ยังเล่าภาพ “ข้อมูลเชิงลึก” ที่จะถูกนำมาใช้ประกอบการพัฒนาโซลูชันในมิติที่ลึกกว่าเดิม ตั้งแต่การเชื่อมมุมมองสุขภาพกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น รูปแบบการนอน/การเคลื่อนไหว ไปจนถึงแนวทางสื่อสารและดูแลรายบุคคล (1:1) ผ่านช่องทางที่แต่ละคนถนัด เพื่อให้ระบบสุขภาพขยับจากการ “รอคนป่วยเดินเข้าโรงพยาบาล” ไปสู่การ “แจ้งเตือน-แนะนำ-ดูแลเชิงรุก” ได้มากขึ้น

คนไทย “ซื้อสุขภาพ” และ “เสิร์ชสุขภาพ” มากขึ้น

นอกเหนือจากภาพยุทธศาสตร์และโซลูชัน ฝั่งดร.ธีรเดช ยังหยิบ “ตัวเลขพฤติกรรมผู้บริโภค” มาเล่าประกอบ เพื่อชี้ว่าความต้องการด้านสุขภาพกำลังขยายตัวในวงกว้าง เช่น การซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมีการเติบโตต่อเนื่อง (ยกตัวอย่างการโต 8% ในช่วงหนึ่งของปี 2024 และเร่งขึ้นเป็น 12% ในช่วง 2025–2026) รวมถึงหมวดที่โตเด่นอย่างเครื่องมือ/อุปกรณ์สุขภาพ ธัญพืช-ทางเลือกโปรตีน อาหารลดหวานลดเค็ม และหมวดเกี่ยวกับการออกกำลังกาย

ขณะเดียวกัน ยังมีการแบ่งภาพผู้บริโภคตามช่วงวัย ตั้งแต่วัยทำงานตอนต้นที่เน้น “ดูแลตัวเอง” ไปจนถึงกลุ่มอายุ 50+ ที่ให้ความสำคัญกับการ “ซ่อมตัวเอง” และสนใจอาหารเสริม/คุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น รวมถึงการย้ำว่าเทรนด์ไม่ได้กระจุกอยู่แค่กรุงเทพฯ แต่กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ด้วย

ดร.ธีรเดช ย้ำทิศทางการทำงานร่วมกับภาคสาธารณสุข เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เชื่อมระบบข้อมูลที่แยกส่วนให้รวมศูนย์ และผลักดันการดูแลเชิงป้องกันควบคู่กับการทรานสฟอร์มสถานพยาบาลสู่ดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์และเสริมศักยภาพการแข่งขันของแวดวงสาธารณสุขไทยในระยะยาว