พีพี กฤษฏ์ Effect พลังที่พา JOURNAL ทะยานจาก 300 ล้าน สู่ 575 ล้านในปีเดียว ดัน Body Oil ขึ้นแท่น Hero Product
ตลาดบิวตี้ไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อาจดูเหมือนเป็นสนามแข่งที่ “แน่น” และ “แดงเดือด” ขึ้นทุกวัน แบรนด์ใหม่เกิดเร็ว แบรนด์เก่าต้องเร่งเครื่อง ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากกว่าที่เคย แต่ในสมรภูมิที่ดูอิ่มตัวนี้ ยังมีหนึ่งแบรนด์ไทยหนึ่งแบรน์ที่ทั้ง “โตเร็ว” และ “โตอย่างมีทิศทาง” และกำลังไต่ระดับขึ้นสู่เฟสใหม่ของธุรกิจอย่างชัดเจน นั้นคือ JOURNAL
ถ้าย้อนกลับไปดูรายได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของ จะเห็นภาพชัดขึ้นไปอีกว่า นี่ไม่ใช่ความสำเร็จแบบชั่วข้ามคืน แต่เป็นธุรกิจที่ค่อย ๆ สร้างฐานมาเป็นเวลาหลายปี ก่อนจะเข้าสู่ช่วง S-Curve อย่างชัดเจน
ปี 2564 ทำรายได้ที่ 25.8 ล้านบาท
ปี 2565 ทำรายได้ที่ 65.60 ล้านบาท
สำหรับปี 2566 ทำรายได้ที่ 169.4 ล้านบาท
และปี 2567 ทำรายได้ที่ 309 ล้านบาท
ล่าสุดปี 2568 ทำรายได้ที่ 575 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 500 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่การทำ New High เป็นครั้งแรก แต่คือการเติบโตภายใต้เงื่อนไขที่ไม่ง่ายเลย ทั้งแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ความผันผวนของซัพพลายเชน และภาพรวมตลาดนักท่องเที่ยวที่หดตัวลงถึง 30-40%
“Body Oil ไม่เหมือนอาหารเสริม ที่อยากสเกลก็สั่งสกัดเพิ่มได้เลย เราใช้น้ำมันจากธรรมชาติ ต้องอาศัยรอบการบ่มและการเตรียมวัตถุดิบตามธรรมชาติ” จักรชลัช เกษจำรัส หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ JOURNAL กล่าวกับ Marketeer

นั่นทำให้การขยับจาก 309 ล้านบาท ไปเป็น 575 ล้าน ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำการตลาดเก่งเพียงอย่างเดียว แต่คือ การบริหารทั้งระบบผลิตและซัพพลายเชนไปพร้อมกัน
และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การเติบโตครั้งนี้ไม่ได้มาจากสินค้าที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์อย่าง “น้ำหอม” แต่กลับมาจากหมวดที่ JOURNAL เลือก “ปั้นใหม่” อย่างจริงจัง ซึ่งก็คือ Body Oil

จาก Perfume Brand สู่ Body Care Brand
ถ้าย้อนกลับไปในวันเริ่มต้น ภาพจำของ Journal คือแบรนด์น้ำหอมที่เล่าเรื่องผ่านกลิ่น แต่วันนี้โครงสร้างธุรกิจของแบรนด์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน สัดส่วนรายได้หลักไม่ได้มาจากน้ำหอมอีกต่อไป หากมาจากกลุ่ม Body Care ที่คิดเป็นถึง 65% ของรายได้รวมทั้งบริษัท
ในจำนวนนี้ เฉพาะ Body Oil เพียงหมวดเดียว ก็สร้างรายได้ถึง 50% ของรายได้รวม และคิดเป็นถึง 65% ของจำนวนชิ้นที่ขายได้ทั้งหมด ขณะที่น้ำหอมซึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ปัจจุบันมีสัดส่วนราว 20% และกลุ่ม Home Product เช่น Diffuser อีกประมาณ 15%
โครงสร้างรายได้ชุดนี้สะท้อนชัดว่า Journal ไม่ได้แค่ “เพิ่มไลน์สินค้า” แต่กำลัง ย้ายแกนธุรกิจ จาก Fragrance Brand ไปเป็น Body Care Brand อย่างเป็นระบบ และมี Body Oil เป็น Hero Product ที่ขับเคลื่อนทั้งยอดขายและภาพลักษณ์แบรนด์
คำถามคือ… อะไรทำให้ Category ที่เคยถูกมองว่า “เฉพาะกลุ่ม” กลายเป็นสินค้ากระแสหลักได้ในเวลาไม่กี่ปี?

“พีพี กฤษฏ์ Effect” กับการทลายกำแพงของ Category
หนึ่งในตัวเร่งสำคัญของการเปลี่ยนเกียร์ครั้งนี้ คือการตัดสินใจดึง พีพี–กฤษฏ์ อำนวยเดชกร มาเป็นพรีเซนเตอร์ Body Oil
ในอดีต Body Oil เป็นสินค้าที่คนไทยจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่า “เหนียว หนักผิว และเหมาะกับการใช้เป็นครั้งคราว” มากกว่าจะเป็นของใช้ประจำวัน ภาพลักษณ์ของพีพีที่ดูสะอาด ผิวสุขภาพดี และเข้าถึงง่าย ทำให้ Category นี้ถูกตีความใหม่ว่าเป็นสิ่งที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันได้จริง
“พีพีไม่ได้เปลี่ยนทิศทางแบรนด์ แต่เป็นตัวเร่งให้คนเปิดใจลอง ที่สำคัญคือ ช่วยขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ ทั้ง Gen Z, Young Millennials และลูกค้าต่างชาติ รวมถึงการทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ “Unisex” และเปิดกว้างมากขึ้น” ธนัญญา สุธีรชัย Managing Director และหนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์ JOURNAL กล่าว
ผลลัพธ์หลังจากเริ่มแคมเปญในกลางปี 2568 สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน ยอดขาย Body Oil ช่องทางออนไลน์เติบโตถึง 136% YoY และหากนับรวมทุกช่องทาง การเติบโตอยู่ที่มากกว่า 100% ทั้งในเชิงมูลค่าและจำนวนชิ้นที่จำหน่ายได้
ในปีที่ผ่านมา Journal ใช้งบสื่อสารการตลาดราว 20% ของรายได้ (50 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่สะท้อนชัดว่า แบรนด์ไม่ได้มองการสื่อสารเป็นแค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็น การลงทุนเพื่อสร้าง Category ระยะยาว

คุณภาพคือกำแพงการแข่งขันที่แท้จริง
เมื่อ Category เริ่มโต สิ่งที่ตามมาคือ “คู่แข่ง” และวันนี้ตลาด Body Oil ก็เริ่มมีผู้เล่นใหม่เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่ใช้กลยุทธ์ “ราคาต่ำกว่า” แต่ Journal เลือกยืนคนละเกม
เมื่อ Category เริ่มเติบโต สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือผู้เล่นรายใหม่ที่กระโดดเข้ามาในตลาด Body Oil มากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่เลือกใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นอาวุธหลัก แต่ Journal เลือกยืนอยู่ในอีกตำแหน่งหนึ่งของเกมการแข่งขัน
“เราวางตัวเองไว้ในฐานะผู้เล่นที่เน้นคุณภาพของวัตถุดิบและสารสกัด ซึ่งทำให้โครงสร้างต้นทุนแตกต่างจากคู่แข่งที่เล่นเกมราคาต่ำ และเป็นเหตุผลว่าทำไมคู่แข่งจำนวนมากไม่สามารถลดราคาลงมาแข่งตรง ๆ ได้”
สิ่งที่พิสูจน์แนวคิดนี้ได้ดีที่สุดคือ อัตราการซื้อซ้ำ ของลูกค้า เมื่อผู้บริโภคได้สัมผัสผลลัพธ์ด้านการบำรุงผิวจริง ความแตกต่างจะเริ่มชัด และความภักดีต่อแบรนด์ก็เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยโปรโมชั่นเป็นตัวนำ
กางแผน 2026 จาก 575 ล้าน ทะยานสู่เป้า 900 ล้าน
สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 2026 JOURNAL ตั้งไว้ที่ 875 ล้านบาท และมีความพยายามผลักดันให้แตะ 900 ล้านบาท ให้ได้ หรือคิดเป็นการเติบโตมากกว่า 50% จากปีก่อนหน้า
ด้วยแผนการเติบโตทั้งการขยายทั้งเชิงโครงสร้างและเชิงพอร์ตสินค้าไปพร้อมกัน JOURNAL มีแผนขยายสาขาจาก 21 แห่ง เป็น 25 แห่ง พร้อมเดินหน้ารุก Modern Trade และกลุ่มร้านขายยาเพิ่มเติม โดยยังคงรักษาสมดุลรายได้ระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ไว้ใกล้เคียงกัน (ปัจจุบันอยู่ราว 50:50)
ในมุมสินค้า นอกจาก Body Oil สูตรกันแดด (SPF) ที่ขายดีจนขาดตลาดเป็นระยะแล้ว กลุ่ม Home Fragrance ก็กำลังถูกผลักดันให้เป็น Hero Product ตัวถัดไป ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเตรียมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ครั้งใหญ่ โดยร่วมงานกับดีไซน์เนอร์ระดับโลก เพื่อยกระดับสินค้าให้เป็นเหมือน “Art Piece
หรือล่าสุดกับการเปิดตัว A Love Journey Collection (First Love, Forever Love, Forbidden Love) ไม่ได้เป็นแค่การออกกลิ่นใหม่ตามฤดูกาล แต่เป็นการตอกย้ำทิศทางว่า Journal กำลังขยับจาก “ขายกลิ่น” ไปสู่ “ขายประสบการณ์ทางอารมณ์”
“ในเชิงกลยุทธ์ A Love Journey Collection มีบทบาทสำคัญในการพาแบรนด์ก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ที่สร้าง Emotional Experience ที่เราใช้กลิ่นเป็นภาษา และใช้ Body Oil เป็นสื่อในการเชื่อมโยงผู้บริโภค เข้ากับความทรงจำและความรู้สึกในแต่ละช่วงชีวิต”ธนัญญา กล่าว
ขณะที่ระบบหลังบ้านได้มีการลงทุน ระบบ CRM ใหม่ไปจนถึงการนำระบบบัญชี SAP มาใช้เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการสเกลธุรกิจในระดับที่ใหญ่กว่าปัจจุบัน

เป้าหมายใหญ่ IPO และพาแบรนด์ไทยไปปักธงโลก
จักรชลัช กล่าวชัดว่า 3-4 ปีข้างหน้า Journal วางเป้าหมายชัดเจนในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการเปิด Own Store ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของโลก
ตลาดระยะใกล้ที่แบรนด์ให้ความสำคัญคือ สิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และเปิดรับแบรนด์จากไทย
“เราอยากเอาความเป็นไทย และการเล่าเรื่องผ่านกลิ่น ไปอยู่บนแผนที่โลก” ธนัญญา
Journal มาถึงจุดนี้ด้วยการค่อย ๆ สร้างฐานธุรกิจ ปรับแกนสินค้า ปั้น Category และลงทุนกับโครงสร้างองค์กร ก่อนที่การเติบโตแบบก้าวกระโดดจะมาถึง
และถ้ากราฟ S-Curve ยังเดินหน้าต่อไปตามแผน นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเคสตัวอย่างของแบรนด์ไทย ที่ไม่ได้แค่ “ขายดี” แต่กำลัง “สร้างเกมของตัวเอง” บนเวทีที่ใหญ่กว่าเดิม
พีพี กฤษฏ์
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
