ในงาน Digital Marketing Trends Report 2026 ที่จัดโดย Content Shifu เซกชั่น Social Media Marketing Trends 

คุณณรงค์ยศ มหิทธิวาณิชชา จาก TWF Agency ได้สรุปกลยุทธ์การใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหรือ Strategic Social Platform Strengths เพื่อให้นักการตลาดสามารถเลือกใช้เครื่องมือให้ “ถูกที่ ถูกเวลา และถูกจริต” โดยเน้นย้ำว่าหัวใจสำคัญของปี 2026 ไม่ใช่เพียงการโพสต์คอนเทนต์ให้ครบทุกช่องทาง แต่ต้องเข้าใจ “บทบาท” ที่แท้จริงของแต่ละแพลตฟอร์มอย่างลึกซึ้ง

 

โซเชียลมีเดียที่คนไทยใช้กันอยู่

เลือกทำการตลาดอย่างไรให้ ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจริต

แพลตฟอร์ม จำนวนผู้ใช้ / ล้านบัญชี กลุ่มเป้าหมายหลัก วัตถุประสงค์ทางการตลาด รูปแบบคอนเทนต์ที่แนะนำ ความถี่ในการโพสต์ที่แนะนำ ตัวชี้วัดสำคัญ
TikTok 56.6 Gen Z, Y, X ขยายฐานลูกค้าใหม่ และไลฟ์คอมเมิร์ซ วิดีโอสั้น, ไลฟ์สด ทุกวัน ยอดวิววิดีโอ, ยอดขาย
LINE 56 ทุกช่วงวัย การรักษาและสนับสนุนลูกค้า บรอดแคสต์แยกกลุ่มเป้าหมาย 2 ครั้งต่อเดือน จำนวนเพื่อน
Facebook 51.5  Gen X, Y, Boomer สร้างคอมมูนิตี้  รูปภาพ, บทความยาว, วิดีโอ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ คอมเมนต์, แชร์
YouTube 47.2 ทุกช่วงวัย คอนเทนต์ที่อยู่ได้นาน และมีที่มาข้อมูลสินค้า วิดีโอยาว 1 ครั้งต่อเดือน ยอดวิววิดีโอ
Instagram 20.6 Gen Z, Y, Alpha สร้างภาพลักษณ์ และการรับรู้แบรนด์ รูปภาพ, Reels, Stories โพสต์ Reels 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้ติดตาม 
X (Twitter) 13.3 Gen Y, Z สร้างกระแสการพูดถึง สิ่งที่เป็นกระแสแบบเรียลไทม์ มองตามความเหมาะสม การตอบกลับ 
LinkedIn 6.5 Gen Y, Z แบรนด์องค์กรและการตลาดแบบ B2B รูปภาพ, บทความยาว, วิดีโอ 2 ครั้งต่อเดือน การเข้าถึง
Lemon8 2.8 Gen Y, Z สร้างความน่าเชื่อถือ รีวิวจากผู้ใช้จริง มองตามความเหมาะสม การเข้าถึง, การบันทึก
Marketeer FYI : แบ่งเจนเนอเรชั่นตามช่วงอายุ Gen Boomer 59-77 ปี, Gen X 43-58 ปี, Gen Y 27-42 ปี, Gen Z 11-26 ปี, Gen Alpha 0-14 ปี, Gen Beta ไม่ถึง 1 ปี หรือที่เกิดระหว่างปี 2025-2039     
ที่มา : Digital 2026 Thailand Overview Report – We Are Social

เริ่มต้นที่ “Facebook” ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่ทรงพลังในการสร้างชุมชนที่แข็งแกร่งผ่านฟีเจอร์กลุ่มที่เปรียบเสมือนเว็บบอร์ดรวมกลุ่มความสนใจเฉพาะด้าน 

ขณะที่ “TikTok” ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ และเป็นเจ้าตลาดด้านไลฟ์คอมเมิร์ซ ที่เน้นการปิดการขายทันที 

สำหรับการสร้างภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์นั้น “Instagram” ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในการถ่ายทอดเรื่องราวของที่ดูดีและน่าเชื่อถือ 

ส่วน “YouTube” จะทำหน้าที่เป็นคลังคอนเทนต์อมตะที่เน้นให้ข้อมูลสินค้าเชิงลึกซึ่งผู้บริโภคสามารถค้นหาหรือกลับมาดูซ้ำได้ตลอดเวลา

ในแง่ของการสื่อสารและความสัมพันธ์ “X (Twitter)” คือพื้นที่สำหรับการแย่งชิงพื้นที่เสียงผ่านบทสนทนาแบบเรียลไทม์ และการทำ Social Listening เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนที่รวดเร็ว 

Line จะเน้นหนักไปที่การรักษาฐานลูกค้าเดิม และการดูแลลูกค้า รวมถึงการปิดการขายที่มีประสิทธิภาพ 

ตลาดเฉพาะกลุ่มอย่าง “LinkedIn” จะเป็นพื้นที่หลักในการสร้างแบรนด์นายจ้างและการทำตลาดแบบ B2B 

แพลตฟอร์มดาวรุ่งอย่าง “Lemon8” ได้กลายเป็นแหล่งสร้าง Social Proof ที่สำคัญ ผ่านการรีวิวจากผู้ใช้จริงและการป้ายยาที่สร้างความน่าเชื่อถือสูงให้กับแบรนด์

ทั้งนี้ คุณศิริพงศ์ เตียวพิพิธพร จาก Infotech Maker หนึ่งในสองสปีกเกอร์ของเซกชั่นร่วมกับคุณณรงค์ยศ ได้ให้คำแนะนำถึงหลักการ 3P เพื่อประสิทธิภาพในการทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ปี 2026 ประกอบด้วย

“Purpose” การตั้งวัตถุประสงค์การใช้แต่ละแพลตฟอร์มให้ชัดเจน

“Prioritize” การจัดลำดับความสำคัญโดยเลือกใช้ฟีเจอร์ที่เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี

“Practice” การลงมือทำเพื่อทดสอบและหาจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง