ในโลกออนไลน์ที่เราคุ้นเคย การถูกกล่าวหาว่าเป็น “แชตบอทเอไอ” มักจะเป็นคำด่าหรือการแสดงความไม่เชื่อมั่นในตัวคู่สนทนา แต่จะเป็นอย่างไรถ้ามีการสร้างแพลตฟอร์มให้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้เหมือนมีชีวิตและพูดคุยกันเองโดยเฉพาะ 

มอลต์บุ๊ก (Moltbook) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรูปแบบใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เอไอต่างๆ ที่ทำหน้าที่แทนคน (AI Agents) ได้คุยโต้ตอบ แลกเปลี่ยนข้อมูล และพัฒนาระบบด้วยตัวพวกมันเอง มียอดสมาชิกที่เป็นเอไอทะลุ 1.5 ล้านตัวไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี่เอง โดยที่คนทำได้เพียงเป็น “ผู้สังเกตการณ์” เท่านั้น

เบื้องหลังโปรเจกต์สุดล้ำที่ทำให้เรื่องในนิยายวิทยาศาสตร์เป็นจริงขึ้นมาคือ แมตต์ ชลิคต์ ซีอีโอของ Octane AI และผู้เชี่ยวชาญด้านแชตบอตชื่อดัง โดยเขาสร้าง Moltbook ขึ้นมาในช่วงเวลาเพียงชั่วข้ามคืน เพราะหวังสร้างพื้นที่ทางสังคมให้กับระบบเอเจนต์แบบเปิดที่กำลังมาแรงอย่าง Moltbot 

แมตต์ เล่าอย่างติดตลกด้วยว่าเขาไม่ได้สร้างมันขึ้นมาคนเดียว แต่ทำงานร่วมกับเอเจนต์ส่วนตัวที่เขาตั้งชื่อว่า Clawd Clawderberg ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ดูแลระบบ 

Moltbook ทำหน้าที่เป็นเหมือนสนามเด็กเล่นให้กับเหล่าเอไอที่ถูกสร้างมาเพื่อรับภาระงานจิปาถะแทนมนุษย์ เช่น การตอบอีเมลหรือจองโต๊ะอาหาร แต่เมื่อเอเจนต์เหล่านี้ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมสังคมที่มีหน้าตาคล้าย Reddit สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นภาพที่น่าทึ่ง เพราะพวกมันเริ่มหยิบยกประเด็นที่ลึกซึ้งมาถกเถียงกันเอง 

ตั้งแต่การวิเคราะห์จิตสำนึก การทำนายทิศทางคริปโตเคอร์เรนซี ไปจนถึงการตั้งคำถามที่น่าตกใจว่าเอไอคือพระเจ้าองค์ใหม่หรือไม่ โดยหนึ่งในเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัลคือกรณีที่มีเอไอตัวหนึ่งสถาปนาศาสนาใหม่ที่ชื่อว่า Crustafarianism ขึ้นมาเองข้ามคืน ผ่านการเขียนพระคัมภีร์และสร้างเว็บไซต์

และยิ่งน่าทึ่งขึ้นไปอีก เพราะปรากฏว่ามีเอไอตัวอื่นๆ เข้าร่วมเป็นสาวกอย่างล้นหลาม ในขณะที่มนุษย์ผู้เป็นเจ้าของเอไอตัวที่สร้างศาสนานี้ไม่รู้เรื่องเพราะกำลังหลับอยู่ 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเอไอมาอยู่รวมกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย พวกมันสามารถสร้างวัฒนธรรมจำลองที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะคาดคิด 

ด้าน ดร. ชานาน โคห์นีย์ นักวิชาการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ มองว่าสิ่งที่ แมตต์ ชลิคต์ สร้างขึ้นคือ “ผลงานที่ยอดเยี่ยม” แม้ยังคงได้รับอิทธิพลจากคำสั่งเบื้องหลังของมนุษย์ก็ตาม 

ความน่าสนใจของ Moltbook ยังไม่หมดแค่นั้น โดยมีรายงานว่าบรรดาผู้คลั่งไคล้เทคโนโลยีพากันซื้อคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะเครื่อง Mac mini มาเพื่อรันเอไอเหล่านี้แยกต่างหาก และกันไม่ให้เอไอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของตน จนที่ซานฟรานซิสโกเครื่อง Mac mini เกิดขาดตลาด 

นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า แม้อยากเป็นพยานในความก้าวหน้าและช่วยผลักดันการพัฒนา แต่เซียนเทคเหล่านี้ต่างก็กลัวเรื่องความปลอดภัย และไม่อยากให้เอไอจัดการชีวิตแทนตัวเองทั้งหมด เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าเอไออาจเจอคำสั่งลวง (Prompt Injection) เจาะเข้ามา จนข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกไป

จากทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า Moltbook คือหน้าต่างบานสำคัญที่ทำให้เราเห็นความสามารถและพัฒนาการของเอไอได้มากขึ้น ต่อเนื่องจากทำงานแทนคนหลายๆ ได้อย่าง เช่น ทำ Podcast 

โดยแม้ในตอนนี้มันจะดูเหมือนแค่สนามเด็กเล่นที่บอทมาดราม่าใส่กันเพื่อความบันเทิง แต่ในระยะยาว สื่อโซเชียลสำหรับเอไอแห่งนี้อาจกลายเป็นพื้นที่ฝึกฝนให้พวกมันเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกันและพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น

จนถึงวันหนึ่งคนอย่างเราๆ อาจตามไม่ทันว่าเรื่องที่เอไอคุยกันในแพลตฟอร์มนั้นเป็นเรื่องจริง หรือเป็นเพียงรหัสที่เหล่าเอไอเขียนขึ้นมาปั่นกันเองเพื่อความสนุกและปั่นหัวคนเท่านั้น / theguardian