ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกำลังเข้าสู่ยุคที่ “ข้อมูล” มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของนักเดินทางทั่วโลก

ล่าสุด Trip.com Group ได้จัดงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

เพื่อเปิดเผยอินไซต์พฤติกรรมนักเดินทางกว่า 217 ล้านคนทั่วโลก พร้อมเจาะลึก Pain Point ของนักท่องเที่ยวไทย และโซลูชันที่แบรนด์และนักการตลาดต้องรู้เพื่อรับมือกับเทรนด์ปี 2026

นี่คือ 5 อินไซต์สำคัญที่สรุปมาให้แล้ว

1. Pain Point ของนักเดินทาง เมื่อ “รูปโปรไฟล์ไม่ตรงปก”

ข้อมูลจาก Trip.com เผยให้เห็นพฤติกรรมและความหงุดหงิดใจ (Pain Point) ของนักเดินทางชาวไทยที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นช่องว่างที่ทำให้ฟีเจอร์ Trip.Best เข้ามามีบทบาทสำคัญ

  • 65% ของนักเดินทางมองว่าการหาโรงแรมที่มีคุณภาพและถ่ายรูปสวย (Instagrammable) เป็นเรื่องยาก
  • 47% ของนักเดินทางชาวไทยยอมรับว่า “เคยถูกหลอก” จากรูปถ่ายของโรงแรมที่ดูดีเกินจริง
  • 25% ของผู้ใช้งานชาวไทยคือกลุ่มเดินทางแบบครอบครัว โดย 58% ในกลุ่มนี้มองว่าแอปพลิเคชันจองที่พักในตลาดปัจจุบัน ยังให้ข้อมูลเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเด็กและครอบครัวได้ไม่ดีพอ

2. เมื่อความคาดหวังคือ “ประสบการณ์” ไม่ใช่แค่ “ที่พัก”

ข้อมูลระบุว่าความต้องการจองโรงแรมแบบเฉพาะกลุ่ม (Thematic Hotels) หรือโรงแรมที่มี “จุดขายหรือคอนเซปต์ชัดเจน” ไม่ใช่แค่ตึกสี่เหลี่ยมที่มีเตียงกับทีวีทั่วไป เติบโตขึ้นถึง 75% YoY

โดยนักเดินทางชาวไทยให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มากที่สุด

  • อันดับ 1 วิวธรรมชาติ (29.1%) คนไทยชอบมากกับการตื่นมาแล้วเห็นวิวหลักล้าน เช่น วิวทะเลพาโนรามา หรือวิวภูเขาหมอกจัดๆ จากระเบียงห้องพัก
  • อันดับ 2 โรงแรม 4 ดาวที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว (27.1%) เช่น กลุ่ม Boutique Hotel หรือ Design Hotel ที่ไม่ได้เป็นเชนโรงแรมใหญ่ 5 ดาว แต่ตกแต่งสวย ดีไซน์เก๋ ถ่ายรูปลงไอจีได้ทุกมุม ไม่ซ้ำใคร
  • อันดับ 3 ที่พักระดับลักชัวรี (18.2%) กลุ่มที่ต้องการการพักผ่อนแบบหรูหราขั้นสุด เน้นบริการระดับพรีเมียม

3. ไทยครองแชมป์อาเซียน ดันยอด GMV โตกระโดด

โดยผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 (Global 100) ชี้ชัดว่า ประเทศไทยคือจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยครองสัดส่วนในลิสต์ต่างๆ ดังนี้

  • หมวดหมู่ที่พัก : ไทยครองสัดส่วน 37% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • หมวดหมู่กิจกรรมแนะนำ (Things to Do) : ไทยครองสัดส่วน 41% นับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาทุกหมวดหมู่
  • หมวดหมู่ไนต์ไลฟ์ : ไทยครองสัดส่วน 40% ของตัวเลือกสถานที่เที่ยวยามค่ำคืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • หมวดหมู่ร้านอาหาร : ไทยครองสัดส่วน 36% ของจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซึ่งตัวเลขความนิยมนี้สะท้อนกลับมาเป็นผลประกอบการทางธุรกิจ โดยในปี 2025 ยอดจองที่พักในไทยผ่านฟีเจอร์ Trip.Best เติบโตขึ้น 24% YoY

และในช่วงพีคซีซันอย่างเทศกาลสงกรานต์ ยอดขายรวม (GMV) รายวันผ่านฟีเจอร์นี้พุ่งสูงถึง 67%

4. เทรนด์เที่ยวตปท. พุ่ง 80% เอเชียตะวันออกยังครองใจคนไทย

สำหรับการเดินทางออกต่างประเทศ (Outbound) ของคนไทยในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตสูงถึง 80%

โดย จีน ยังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง (53.9%) ตามมาด้วย ญี่ปุ่น (23.1%) และเวียดนาม (7.8%) ขณะที่เมืองที่ถูกค้นหามากที่สุดคือ เซี่ยงไฮ้, เฉิงตู, โตเกียว และดานัง

5. โอกาสของธุรกิจโรงแรมทำอย่างไรให้อยู่ในลิสต์แนะนำ พร้อม 3 โซลูชันใหม่

เพื่อให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและแก้ปัญหา “รูปไม่ตรงปก” Trip.Best ใช้เกณฑ์ 5 ข้อในการประเมินโรงแรม ได้แก่ ความนิยม, ระยะทาง, รีวิว/ชื่อเสียง, คุณภาพ และความสอดคล้องกับธีม โดยมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น เช่น

  • แยก Scenic (จุดชมวิว) ออกจาก Instagrammable : โรงแรมที่มีสกายบาร์หรือสระว่ายน้ำสวยๆ จะจัดอยู่ในกลุ่ม Instagrammable แต่กลุ่ม Scenic จะต้องเป็นวิวธรรมชาติ (ภูเขา, ทะเล) ที่ชัดเจนเท่านั้น
  • จัดเทียร์โรงแรมครอบครัว : แบ่งเป็น A+, A และระดับมาตรฐาน ตามความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น Centara Grand Mirage Pattaya หรือ Grande Centre Point Space ถูกจัดอยู่ในระดับ A+

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว 3 โปรแกรมใหม่เจาะตลาดนักเดินทางไทยโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มยอดจองให้พาร์ทเนอร์

  • Trip.Best Reviewer Program : ดึงสมาชิกระดับท็อปและ KOLs มาร่วมรีวิวจากประสบการณ์จริง เพื่อสร้าง UGC ที่น่าเชื่อถือ แลกกับ Trip Coins หรือเวาเชอร์ที่พัก
  • Black Diamond Tasting Privilege : จัดทำลิสต์ร้านอาหารพรีเมียม (Global Fine Dining Rankings) จาก 71 เมืองทั่วโลก รับเทรนด์คนไทยค้นหาร้านอาหารโต 47% QoQ
  • Top Experiences Ranking (Thailand Edition) : จัดอันดับ “ประสบการณ์ท้องถิ่น” เช่น การแต่งชุดไทย หรือคอร์สทำอาหาร เพื่อตอบโจทย์ Experiential Travel

ทั้งนี้ การมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพและประสบการณ์ของ Trip.com สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

โดยนายอัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. ระบุว่า การเชื่อมต่อธุรกิจไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มนี้ จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและกระจายรายได้สู่ภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น

Trip.com ได้เตรียมจัดแคมเปญสงกรานต์ทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ มอบส่วนลดโรงแรมสูงสุด 60% เพื่อกระตุ้นยอดช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึงนี้