ในโลกของธุรกิจโรงแรมมีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า ตัวแทนรับบริหารจัดการโรงแรม (Hotel Management Company) หรือบริษัทที่ทำหน้าที่บริหารจัดการโรงแรมแทนเจ้าของโรงแรมหรือผู้ถือหุ้น มีหน้าที่จัดการและดูแลทุกส่วนของโรงแรมเพื่อให้โรงแรมเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การบริการลูกค้า การจัดการการขาย(บริหารจัดการยอดจองห้องพัก, การขายแพ็คเกจ) การทำการตลาด การบริหารพนักงาน ไปจนถึงการดูแลทรัพย์สินและงบประมาณ

เพื่อลดภาระงานให้เจ้าของโรงแรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของโรงแรมที่ไม่มีประสบการณ์ในด้านการบริหารงานโรงแรมโดยตรง หรือเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจโรงแรมโดยไม่ต้องบริหารเอง

หนึ่งในตัวแทนรับบริหารโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับสากล คือ โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ บริษัทรับบริหารจัดการโรงแรมอย่างมืออาชีพที่ก่อตั้งในประเทศไทยโดยผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่น ที่นำเอา DNA ของการบริการเป็นมิตรแบบไทย ผสานกับระบบการทำงานได้มาตรฐานแบบญี่ปุ่น เป็นจุดแข็งขององค์กร

บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KGH ก่อตั้งเมื่อปี 2558 ได้ดำเนินงานบริหารโรงแรมขนาดกลางหลากหลายประเภท โดยใช้โมเดลการจัดการจากส่วนกลาง (Centralized Operation) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการทำกำไรของโรงแรม พร้อมกันนั้น ยังมีทีมสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่ส่วนกลางโดยเฉพาะ

ปัจจุบัน KGH ดำเนินการบริหารโรงแรมกว่า 41 แห่งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ โดยเป็นการบริหารโรงแรมทั้งหมด 34 แห่ง (10 แห่งอยู่ในช่วงเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ) และการบริการให้คำปรึกษาทั้งหมด 7 แห่ง รวมจำนวนห้องพักภายใต้การบริหารงานกว่า 2,500 ห้อง

ประกอบไปด้วย 2 แบรนด์ของ KGH และแบรนด์โรงแรมของเจ้าของโรงแรมอิสระอื่น ๆ ได้แก่

1.โคโคเทล (Kokotel) แบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา ในเมืองท่องเที่ยว ดีไชน์สไตล์มินิมัลลิสต์แบบญี่ปุ่น จำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการรวม 16 แห่ง (15 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในญี่ปุ่น) มีกำหนดจะเปิดให้บริการในปี 2569 อีก 4แห่ง (3 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในฟิลิปปินส์)

2.วิฟเทล (VIVTEL) แบรนด์โรงแรมพรีเมียมไลฟ์สไตล์ออกแบบสไตล์โมเดิร์น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคู่รัก โรงแรมภายใต้แบรนด์นี้ อาทิ วิฟเทล ภูเก็ต ป่าตอง (VIVTEL Phuket Patong)

3.แบรนด์โรงแรมของเจ้าของโรงแรมอิสระ ที่ KGH รับหน้าที่เข้าไปบริหาร โดยยังคงเอกลักษณ์ความโดดเด่นของแต่ละแบรนด์โรงแรมเอาไว้ จำนวนโรงแรมที่เปิดให้บริการรวม 8 แห่งในประเทศไทย มีกำหนดจะเปิดให้บริการในปีหน้าอีก 4 แห่ง (3 แห่งในประเทศไทย และ 1 แห่งในฟิลิปปินส์)

บริษัทมีอัตรากำไรจากการดำเนินการของอสังหาริมทรัพย์ (Profit Margin at Property Level) ที่ 57% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของโรงแรมระดับกลาง (Industry Average) ที่ 25% – 35% ส่วน ADR (Average Daily Rate) ทำได้สูงขึ้นแบบมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ KGH จะเข้ามาร่วมบริหาร

ตัวอย่างเช่น โคโคเทล แบงค็อก เทวา ทองหล่อ ที่มีอัตราค่าห้องเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เพิ่มขึ้น 106% จาก 694 บาท ก่อนที่ KGH จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 เป็น 1,434 บาท ในปี 2567

เรย์ มัทสึดะ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า KGH ก้าวเข้ามาบริหารงานโรงแรมในประเทศไทยครบหนึ่งทศวรรษ ด้วยการนำแนวคิดการทำงานตามปรัชญาไคเซ็น (Kaizen) ของญี่ปุ่นเข้ามาใช้ คือเน้นระบบการจัดการ ความเที่ยงตรง ใส่ใจรายละเอียด และการปรับปรุงประสิทธิภาพต่อเนื่อง ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ที่เจ้าของโรงแรมขนาดกลางต้องเผชิญตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ

สำหรับประเทศไทย มีโรงแรมขนาดกลางประมาณ 5,400 แห่ง แต่ละแห่งมีห้องพัก 50-200 ห้อง

โมเดลการบริหารจัดการจากส่วนกลาง (Centralized Operation) ของ KGH จะใช้บุคลากรหน้างานน้อยลงและต้นทุนลดลง พร้อมทีมสนับสนุนหลังบ้านจากสำนักงานใหญ่ การสนับสนุนของทีมงานช่วยให้โรงแรมแต่ละแห่ง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขายและสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่มีต้นทุนการบริหารลดลง

อย่างไรก็ดี มีการคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมและที่พักในไทยจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นจากทั้งจีน เอเชียใต้ ยุโรปกลาง และยุโรปตะวันออก รวมทั้งการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยไปยังเมืองหลักและเมืองรอง

ในปี 2568 ครบรอบหนึ่งทศวรรษของ KGH ในการเดินหน้ารุก 3 บริการใหม่ ประกอบด้วย

1. บริการสนับสนุนการขายออนไลน์ ( โดยรับผิดชอบด้านการขายออนไลน์และการจัดการรายได้ ซึ่งรวมถึงการบริหารแพลตฟอร์มการจองที่พักและเดินทาง (OTA) ปรับอัตราค่าห้องพักผ่านระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ รวมทั้งทำรายงานวิเคราะห์คู่แข่ง

2. บริการสนับสนุนการตลาดออนไลน์ ที่ช่วยวางแผนแพ็คเกจห้องพักและโปรโมชั่นต่าง ๆ พร้อมจัดทำโฆษณาออนไลน์ บริหารเว็บไซต์ และบัญชีโซเชียลมีเดีย (Facebook และ Instagram)

3. บริการด้านการบริหารและให้คำปรึกษา บริการใหม่ล่าสุดที่ KGH จะมอบหมายให้ผู้จัดการทั่วไปที่ผ่านการฝึกอบรมและมีประสบการณ์ เข้าไปทำงานที่โรงแรมนั้น ๆ และดูแลการบริหารงานประจำวันของโรงแรมโดยตรง

นอกจากนี้ KGH ยังจัดตั้ง KokoHub ศูนย์กลางระบบจัดซื้อและกระจายสินค้าจากส่วนกลาง เพื่อให้บริการแบรนด์โรงแรมในเครือ KGH ทั้งหมด การมีทีมงานมืออาชีพจากส่วนกลางและอำนาจต่อรองจากการสั่งซื้อจำนวนมาก ทำให้พันธมิตรได้ประโยชน์จากราคาที่ถูกลง ลดความถี่ในการจัดส่ง และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้อีกด้วย

ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโรงแรมในเครือให้ได้ถึง 1,000 แห่ง ใน 10 ประเทศภายในปี 2578 เล็งสยายปีกการให้บริการไปยังฟิลิปปินส์ โดยมั่นใจว่าจะสามารถปิดดีลได้ประมาณ 100 แห่งภายในปี 2569

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer