ไม่ว่าโลกการทำงานจะเปลี่ยนมากแค่ไหน เทคโนโลยีจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นมากมายเพียงใด ท้ายที่สุดก้าวแรกสู่โลกการทำงานก็คือการเริ่มทำงาน และประตูบานแรกที่พาทุกคนเข้าสู่บริษัทก็คือการสมัครงาน 

โดยนอกจากเป็นงานที่ตรงตามความรู้ ความสามารถ และสายงานแล้ว เงินเดือนที่ต้องการก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจส่งใบสมัครไปยังบริษัทที่หมายตาไว้ ทว่าประเด็นนี้ก็เป็นปัญหาโลกแตกมาทุกยุคทุกสมัยเช่นกัน 

ยิ่งถ้าคุณเป็นบัณฑิตป้ายแดงที่เพิ่งเรียนจบและออกมาจากรั้วมหาวิทยาลัย เงินเดือนเป็นโจทย์ที่ความยากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยผลการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง Gen Z จำนวน 2,000 คนในสหรัฐฯ พบว่า 54% เห็นว่า การไม่ได้เงินเดือนตามที่ขอไปนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่าการเลิกกับแฟนเสียอีก 

การจะคว้างานในฝันของ Gen Z ยากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ เพราะวิกฤตเศรษฐกิจทำให้บริษัทต่าง ๆ ต้องพยายามประหยัดค่าใช้จ่าย จึงจ้างงานน้อยลง และเริ่มหันไปใช้ AI ทำงานแทนคนมากขึ้น 

ดังนั้นการแข่งขันในหมู่ผู้สมัครด้วยกันจึงสูงและฝ่ายทรัพยากรบุคคลของแต่ละองค์กรต่างก็เพิ่มเกณฑ์ในการคัดเลือกคน

อย่างไรก็ตามถ้าคุณเป็น Gen Z ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะ 3 เคล็ดลับในบรรทัดถัดจากนี้ จะช่วยให้คุณได้เงินเดือนตามที่ขอไปตั้งแต่บริษัทแรก ๆ ที่ไปสมัครงาน 

 

เตรียมตัวล่วงหน้า : ในเมื่อ Gen Z ที่เพิ่งคว้าปริญญามาหมาด ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่มีประสบการณ์ในการต่อรอง ดังนั้นจึงควรซ้อมบทสนทนาล่วงหน้าเหมือนกับการซ้อมพรีเซนเทชันเสียก่อน 

โดยอาจลองให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวมาสวมบทบาทเป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจลำดับความสำคัญของตัวเอง พูดและขอเงินเดือนให้ตรงตามใจได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

หาข้อมูลไปให้พร้อม : ก่อนการสัมภาษณ์งาน คุณควรหาข้อมูลเรื่องเงินเดือนเฉลี่ย หรือเงินเดือนเริ่มต้นสำหรับตำแหน่งงานในสายงานและของบริษัทที่หมายตาไว้ให้รอบด้าน เพราะหากคุณไม่คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ก็ยากที่จะขอเงินเดือนที่เหมาะสม ที่ทั้งคุณและบริษัทยอมรับได้ 

อย่างไรก็ตาม Gen Z มีข้อได้เปรียบกว่าคนรุ่นก่อน ๆ เพราะสามารถค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้ง่าย ๆ จากสารพัดแพลตฟอร์มในโลกการทำงาน เช่น LinkedIn, Indeed และ Glassdoor ซึ่งมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คล้ายคลึงกัน 

ใส่ใจเรื่องสวัสดิการด้วย : นอกจากเงินเดือนแล้ว สวัสดิการและผลประโยชน์อื่น ๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และในบางกรณีก็สามารถต่อรองได้เช่นกัน ดังนั้นคุณต้องเข้าใจสวัสดิการทั้งหมดให้ชัดเจนเพื่อจะได้เห็นภาพรวมของสวัสดิการทั้งหมด 

สวัสดิการที่คุณควรสอบถามเพิ่มเติม เช่น ประกันสุขภาพ ทางบริษัทอนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้หรือไม่ ทำงานกี่วันต่อสัปดาห์ รวมถึงโบนัสหรือหุ้นในบริษัท 

ส่วนถ้าการต่อรองเงินเดือนที่สูงขึ้นเป็นไปได้ยาก คุณอาจลองใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเจรจาต่อรองเรื่องอื่น ๆ ดู เช่น การขอวันหยุดพักร้อนเพิ่มขึ้น หรือขอให้บริษัทช่วยค่าเดินทาง / cnbc 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer