การปลดพนักงานของบรรดาบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ๆ ระดับโลกในสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป โดย Amazon เป็นบริษัทล่าสุดที่ใช้แนวทางนี้

ท่ามกลางรายงานว่า นอกจากเป็นไปเพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วแล้ว นี่ยังเป็นการปลดพนักงานครั้งสุดอีกด้วย และตามเทรนด์เทคโนโลยี

สื่อตะวันตกหลายสำนัก ตั้งแต่ Reuters, Wall Street Journal, CNN ของสหรัฐฯ ต่อเนื่องมาถึง The Guardian ของอังกฤษ รายงานอ้างแหล่งข่าวไปทิศทางเดียวกันว่า Amazon ได้เริ่มปลดพนักงาน 30,000 ตำแหน่ง

โดยแม้คิดเป็นสัดส่วนน้อยมาก จากพนักงานราว 1.55 ล้านคนทั่วโลก แต่ก็ถือเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่สุดของบริษัทเท่าที่เคยมีมา

รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า กลุ่มที่จะรับผลกระทบมากสุดคือกลุ่มที่ทำงานในสำนักงาน อย่าง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ,ฝ่ายอุปกรณ์และบริการ, และฝ่ายปฏิบัติการ โดยที่หัวหน้าแผนกที่ยังได้อยู่ต่อ ถูกส่วนกลางเรียกเข้าไปอบรมเรื่องการสื่อสาร ก่อนไปอีเมลแจ้งเรื่องการถูกปลดให้ลูกน้องในแผนกได้รู้

ส่วนสาเหตุที่นำมาสู่การสั่งปลดครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี ต่อจากครั้งก่อน 27,000 คนนั้น ตามรายงานระบุว่า เป็นไปตามนโยบายของซีอีโอ แอนดี้ แจสซี่ ที่ต้องการนำเอไอมาใช้ทำงานแทนคน ทั้งเพื่อลดต้นทุน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็ว

นี่ถือเป็นการทำตรงข้ามกับในช่วงสถานการณ์โควิดที่การช้อปออนไลน์เติบโตอย่างมาก จนต้องจ้างพนักงานครั้งใหญ่

สำหรับ แอนดี้ แจสซี่ ขึ้นมาเป็นซีอีโอ เมื่อปี 2021 หลัง เจฟ เบซอส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอคนแรก วางมือเพื่อให้สามารถบริหารจัดการและกำหนดทิศทางบริษัทต่างๆ ในเครือ Amazon ได้สะดวกขึ้น

โดยเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา แอนดี้ แจสซี่ ได้ส่งสัญญาณว่า อีกไม่กี่ปีจากนี้จะนำเอไอมาใช้ทำงานแทนคนมากขึ้น ดังนั้นการปลดพนักงานจึงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจะมีพนักงานอีกจำนวนเท่าไรที่ต้องออกจากองค์กรไป

การปลดพนักงานล็อตใหญ่สุดของ Amazon ครั้งนี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกับบริษัทกลุ่มยักษ์เทคฯ แห่งอื่นๆ ของสหรัฐฯ อย่าง Microsoft, Meta (บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram) และ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google และ Youtube) ที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้สั่งปลดพนักงานรวมๆ กันไปแล้วหลายหมื่นคน

โดยทั้งหมดถือเป็นการสะท้อนว่า ต่อไปงานที่มีความซับซ้อนและเคยใช้พนักงานคนจำนวนมาก จะยิ่งถูกเอไอเข้ามาทำแทน

ซึ่งนอกจากทำให้คนทำงานรุ่นเก่าๆ กลุ่ม Baby Boomer กับ Gen X ที่ทักษะล้าสมัยหรือไม่ปรับตัวต้องทยอยตกงานแล้ว ยังจะทำให้พนักงานรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ที่เพิ่งเรียนจบมา กำลังเจอกับเทรนด์ Job-pocalypse ที่หางานทำได้ยากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อนๆ เพราะพวกเขาต้องแข่งกับทั้งคนและเอไอ / theguardian, cnn 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer