Trip.com (ทริปดอตคอม) จับมือพันธมิตร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), One Bangkok (วัน แบงค็อก), BTS Group (บีทีเอส กรุ๊ป) เปิดตัวแคมเปญใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยช่วงไฮซีซั่น
คุณเอดิสัน เฉิน (Edison Chen) รองประธาน Trip.com Group กล่าวว่า บริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวแคมเปญใหม่ “มูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด” ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568 หรือช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย โดยจะเน้นนำเสนอจุดเด่นของแพลตฟอร์มในด้านบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง และนโยบายราคาโปร่งใส ที่ไม่มีการบวกเพิ่มหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง เพื่อให้การเดินทางราบรื่น
ทั้งการเข้าสู่ช่วงสำคัญของการท่องเที่ยวไทย บริษัทจึงได้ทำการปรับโฉม 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS ในสถานีพร้อมพงษ์ ชิดลม และช่องนนทรี เพื่อวางเป็นแลนด์มาร์กสำหรับสร้างการรับรู้แคมเปญ
บริษัทยังเล็งเห็นว่าไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาการจราจรติดขัด การส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า จะช่วยให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และลดหย่อนเวลาในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ
บริษัทจึงร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวบัตร Rabbit Card รุ่น Trip.com Travel Card ซึ่งนอกเหนือจากเป็นบัตรโดยสารสำหรับขึ้นรถไฟฟ้า BTS แล้ว ยังจะมีการรวบรวมส่วนลดและสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากพันธมิตรให้กับนักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก Trip.com ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
โดยบริษัทได้เริ่มแจกบัตรฟรี (ไม่มีมูลค่าเงินในบัตร) ไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2025 และวางแพลนจะแจกบัตรให้นักท่องเที่ยวที่เป็นสมาชิก Trip.com ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวม 10,000 ใบ โดยสามารถรับบัตรได้ตั้งแต่ที่สนามบิน และโลเคชั่นสำคัญของกลุ่มพันธมิตร
ซึ่งผู้ใช้สามารถนำบัตรไปเติมเงิน (รับเฉพาะเงินสกุลไทยบาท) และนำไปใช้จ่ายตามสถานที่ที่รับบัตร Rabbit Card ได้ โดยต้องทำการลงทะเบียนบัตรด้วยบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่เคาน์เตอร์สถานี BTS ก่อนเริ่มใช้งาน
แคมเปญมูฟออนให้สุด เที่ยวไม่สะดุด และบัตร Rabbit Card ถือเป็นแคมเปญส่วนเสริมสำหรับช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
บริษัทยังมีแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวหลักอย่าง “Go Thailand” ซึ่งเป็นการผสานจุดแข็งของ ททท. ด้านความเชี่ยวชาญการท่องเที่ยวในไทย เข้ากับศักยภาพด้านเทคโนโลยีและฐานผู้ใช้งานทั่วโลกของ Trip.com
ซึ่งบริษัทตั้งเป้าให้แคมเปญ “Go Thailand” จะมาช่วยขับเคลื่อนตัวเลขนักท่องเที่ยวในไทยช่วงไตรมาส 4/2025 – ไตรมาส 1/2026 ให้กลับมาเติบโตได้ราว 5-10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ส่วนกลุ่มเป้าหมายของบริษัทในตลาดประเทศไทย ไม่ได้คาดหวังกลุ่มนักท่องเที่ยวใดเป็นพิเศษ โดยนอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน บริษัทยังโฟกัสนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก เช่น ยุโรป, ตะวันออกกลาง, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม, อินโดนีเซีย
