ปัญหาใหญ่ที่ Gen Z กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันคือการหางานยากขึ้นกว่าในสมัยที่คนรุ่นก่อนๆ กำลังหาทางเริ่มชีวิตการทำงาน โดยแม้บริบทและรายละเอียดจะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์แต่ละประเทศ แต่อุปสรรคใหญ่สุดที่ปิดกั้นโอกาสได้งานของ Gen Z ทั่วโลกคือเอไอ
สถาบันมาตรฐานอังกฤษ (BSI) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร 850 คน จาก 7 ประเทศ คือ อังกฤษ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรเลีย จีน และญี่ปุ่น โดยปรากฏว่า การใช้เอไอเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนทักษะและลดจำนวนพนักงาน แทนที่จะเลือกฝึกอบรมพนักงานรุ่นใหม่ กำลังเป็นเทรนด์ใหญ่

ผลการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวระบุว่า ผู้บริหาร 41% เห็นว่าเอไอช่วยให้พวกเขาสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้ ขณะที่ 31% ยอมรับว่าบริษัทในความดูแลมองหาโซลูชันด้านเอไอก่อนที่จะพิจารณาจ้างคน
25% เชื่อว่างานเกือบทั้งหมดในระดับเริ่มต้น (entry-level) สามารถใช้เอไอทำแทนได้ และ 39% ระบุว่าตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นของบรรดาผู้เพิ่งจบการศึกษาได้ถูกลดหรือตัดออกไปแล้วจากการใช้เอไอเข้ามาช่วยงานธุรการหรืองานวิจัย

ซูซาน เทย์เลอร์ มาร์ติน ซีอีโอของ BSI กล่าวว่า แม้เอไอเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจทั่วโลก แต่ในขณะที่เราไล่ตามประสิทธิภาพและผลิตภาพที่สูงขึ้น เราต้องไม่ลืมว่าท้ายที่สุดแล้ว ‘คน’ คือผู้ที่ขับเคลื่อนให้องค์กรก้าวหน้า”
เธอยังชี้ว่าความท้าทายที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากเอไอให้ได้มากที่สุด และการส่งเสริมให้พนักงานเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องลงทุนในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ทั้งฝึกอบรมเรื่องเทคโนโลยี และคัดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถพร้อมคุณสมบัติที่ต้องการเข้าทำงาน ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเอไอ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามกว่าครึ่งจะรู้สึกโชคดีที่ได้เริ่มต้นอาชีพการงานก่อนที่เอไอจะแพร่หลาย แต่ในขณะเดียวกัน 53% ก็ยังเชื่อว่าประโยชน์ที่ได้จากการนำเอไอมาใช้ในองค์กรนั้นมีมากกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพนักงาน
ขณะเดียวกัน ประเด็นนี้ก็สอดคล้องกับผลสำรวจอีกชิ้นที่พบว่าคนทำงานในอังกฤษครึ่งหนึ่งกังวลว่าเอไอจะส่งผลกระทบต่องานของตน
ด้านนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าภาวะตลาดแรงงานที่ซบเซาลงในปัจจุบันมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการลงทุนในเอไอ แต่ก็เริ่มมีเสียงเตือนถึงความกังวลว่ามูลค่าที่สูงเกินจริงของบริษัทเอไออาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดหุ้นได้ในอนาคต
ผลงานสำรวจความคิดเห็นชิ้นนี้ เป็นการสะท้อนว่า การใช้เอไอกลายเป็นทางลัดที่บริษัทส่วนใหญ่ทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อลดต้นทุนต่างๆ และลดการจ้างงาน จนอาจมองข้ามการทบทวนทักษะต่างๆ (Reskill) และพัฒนาทักษะเพื่อยกระดับการทำงาน (Upskill)
จนทำให้ตลาดการงานเข้าสู่ยุคหายนะของการหางาน (job-pocalypse) ดังนั้นเพื่อให้เพิ่มโอกาสในการได้งาน Gen Z จึงจำเป็นต้องมีทักษะด้านเอไอ
ผลการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวยิ่งเป็นการย้ำว่าต่อไปเอไอจะถูกนำมาใช้งานแทนคนมากขึ้น ซึ่งผลกระทบที่ตามมาคือ คนจะตกงานมากขึ้น

หลักฐานยืนยันเทรนด์นี้คือ การที่เมื่อไม่นานมานี้ Lufthansa สายการบินแห่งชาติของเยอรมนี และยังใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของยุโรปอีกด้วย ได้ประกาศว่าอีก 5 ปีจากนี้จะปลดพนักงานราว 4,000 คน แล้วให้เอไอเข้ามาทำงานแทน / theguardian
FAQ: Job-pocalypse ยุคที่เอไอแย่งงาน Gen Z
Q1: ทำไมการหางานของ Gen Z ถึงยากขึ้นในยุคนี้?
A: เพราะบริษัทจำนวนมากหันมาใช้เอไอเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานระดับเริ่มต้น (entry-level) ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของคนรุ่นใหม่
Q2: ผลสำรวจของ BSI สะท้อนอะไรเกี่ยวกับแนวโน้มแรงงานทั่วโลก?
A: ผู้บริหาร 41% ใช้เอไอเพื่อลดพนักงาน และ 39% ยอมรับว่าตัดตำแหน่งเด็กจบใหม่ออกไปแล้ว ถือเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนสู่ยุคที่เอไอมีบทบาทแทนคนจริง
Q3: เอไอจะส่งผลดีหรือผลเสียต่อแรงงานในระยะยาว?
A: แม้ 53% ของผู้บริหารเชื่อว่าเอไอให้ผลดีมากกว่า แต่ในความจริง เอไออาจสร้างความเหลื่อมล้ำและลดโอกาสในการเริ่มต้นอาชีพของคนรุ่นใหม่ได้
Q4: ภาคธุรกิจควรทำอย่างไรเพื่อรักษาสมดุลระหว่างคนกับเอไอ?
A: ต้องลงทุนทั้งในเทคโนโลยีและ “คน” ไปพร้อมกัน ผ่านการฝึกอบรม (Reskill / Upskill) เพื่อให้พนักงานปรับตัวและเติบโตไปกับระบบเอไอ
Q5: Gen Z ควรเตรียมตัวอย่างไรในยุค Job-pocalypse?
A: ควรเรียนรู้ทักษะด้านเทคโนโลยีและการใช้เอไออย่างเข้าใจ พร้อมพัฒนา Soft Skill เช่น ความคิดเชิงวิเคราะห์และการสื่อสาร เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในตลาดแรงงานยุคใหม่
