ใครเป็นบ้าง? เวลาจะพา “สัตว์เลี้ยงสี่ขา” ไปเที่ยวไหนที ต้องคอยโทรเช็กว่า “ร้านนี้รับหมาไหมคะ?” “โซนห้องแอร์เข้าได้รึเปล่า?”
หรือบางทีพาไปแล้วก็เป็นแค่พื้นที่ที่อนุญาตให้หมาเข้า แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อหมาจริงๆ
นี่จึงเป็น Pain Point คลาสสิกของคนรักสุนัขในเมืองไทย และก็เป็นจุดเริ่มต้นของ “Hund Haus” (ฮุนด์ เฮ้าส์) Dog Club ระดับพรีเมียมย่านพระราม 9 ที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คนรักสัตว์เลี้ยง
วันนี้ Marketeer จะพาไปถอดรหัสวิธีคิดของ “มินนี่-ณัฐนิช สมิตชาติ” ผู้ก่อตั้ง “Hund Haus”
ว่าทำไมถึงกล้าที่จะมาลุยธุรกิจที่มีความละเอียดอ่อนสูงอย่าง “คอมมูนิตี้สุนัข”
Insight จาก San Francisco สู่ Rama 9
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตอนที่ “มินนี่-ณัฐนิช” ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาดที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
และได้เลี้ยงน้องหมาชื่อ “Zeus” ทำให้ได้สัมผัสวัฒนธรรม Dog-Friendly แบบ 100% ของจริง
“ที่อเมริกา เราแทบไม่ต้องเช็กเลยว่าร้านไหนรับหมาไหม เดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต เข้าโรงแรม 5 ดาวได้ทุกไซซ์ มันคือการเปิดกว้างที่แท้จริง”
แต่พอมองย้อนกลับมาที่ไทย แม้เทรนด์สัตว์เลี้ยงจะบูม แต่พื้นที่สาธารณะส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัด
หรือถ้าเป็น Dog Park บางแห่งก็เป็นแค่สนามหญ้าธรรมดา ขาดรายละเอียดเรื่องจิตวิทยาสุนัข
“มินนี่-ณัฐนิช” จึงตัดสินใจนำโมเดล “Dog Social Club” มาปักหมุดที่ไทย บนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ย่านพระราม 9 ภายใต้คอนเซปต์ “Dog First, Always”
เมื่อ User คือ “สุนัข” ไม่ใช่ “คน”
ซึ่งความน่าสนใจของ Hund Haus คือการใช้ User Experience Design ที่ถอดบทเรียนจากการเลี้ยงหมามา 15 ตัวตลอดชีวิต
โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนตามพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง
- Introvert Dog Zone: แก้ปัญหา Pain Point หมาขี้อาย ด้วยโซนพิเศษให้วิ่งเล่นได้โดยไม่ต้องเครียดกับการเจอเพื่อนใหม่
- Natural Pool: สระว่ายน้ำระบบลำธารธรรมชาติ ให้ฟีลเหมือนไปเที่ยวน้ำตก ไม่ใช่แค่สระสี่เหลี่ยมคลอรีนทั่วไป
- Self-Wash Zone: ห้องอาบน้ำที่ให้เจ้าของลงมือเอง (พร้อมแชมพูพรีเมียม DoggyPotion) เพราะสุนัขจะรู้สึกปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่กับเจ้าของ
- Safety Protocol: จุดแข็งที่แตกต่างที่สุด พนักงานที่นี่ (Staff Station) ผ่านการเทรนจาก Dog Behaviorist (นักพฤติกรรมสุนัข) ให้ดู “Body Language” ของหมาออก เพื่อระงับเหตุก่อนเกิดการทะเลาะวิวาท

ขาย “ความสบายใจ” และ “สังคมคุณภาพ”
นอกจากนี้ หลายคนก็อาจจะตั้งคำถามว่า “ทำสวนหมา จะคุ้มค่าที่ดินย่านพระราม 9 เหรอ?”
แต่ Hund Haus วาง Position ชัดเจนว่าเป็น Premium Lifestyle เพื่อคัดกรองสังคมคุณภาพ
โดยรายได้มาจาก 3 ทางหลัก
- Day Pass : คิดตามน้ำหนัก (500 – 900 บาท/ครั้ง) ไม่จำกัดเวลา
- Membership : นี่คือไฮไลต์ มีตั้งแต่รายเดือน 10,000 บาท ไปจนถึงรายปี 120,000 บาท
- Non-Core Business : คาเฟ่, Pet Store คัดสินค้าแค่ 10-15 แบรนด์ที่เจ้าของใช้จริง, เวิร์กช็อป และสถานที่จัดอีเวนต์ แม้แต่งานแต่งงานที่มีน้องหมาเป็นสักขีพยานก็รับจัด
ทั้งนี้ แม้ราคาจะดูสูงสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับกลุ่ม Pet Humanization ที่มองหมาเป็น “ลูก” กลับเป็น “ราคาที่คุ้มค่า” เพื่อแลกกับความปลอดภัยและสังคมที่หาไม่ได้จากสวนสาธารณะทั่วไป
ตลาดแสนล้าน แข่งขันกันด้วย “ความใส่ใจ”
โดยจากข้อมูลจาก KTC ที่ระบุว่าปี 2568 อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าสูงถึง 9.2 หมื่นล้านบาท
และกำลังจะทะลุแสนล้าน โดยกลุ่มบริการ เป็นอันดับ 2 รองจากอาหาร
“มินนี่-ณัฐนิช” กลับมองว่า คู่แข่งทางตรงอาจจะมีเยอะ (Dog Park ทั่วไป) แต่คู่แข่งที่ทำโมเดล “Social Club” ที่เน้นความสัมพันธ์ และมีพนักงานที่อ่านใจหมาออก ยังมีน้อยมาก
“เราไม่ได้มองกำไรเป็นที่ตั้งขนาดนั้นในช่วงแรก แต่อยากสร้าง Community ที่แข็งแกร่ง ให้คนรู้สึกว่าที่นี่คือบ้านหลังที่สองของหมาจริงๆ”
ซึ่งปัจจุบันวันเสาร์-อาทิตย์ มีทราฟฟิกน้องหมาหมุนเวียนกว่า 100 ตัว จนต้องมีการจองคิว
เพื่อจำกัดจำนวนประชากรหมาไม่ให้แออัดเกินไป (หมาเล็กรับได้ 50 ตัว ถ้ามีหมาใหญ่สัดส่วนก็จะลดลง) สะท้อนว่า Demand ของตลาดนี้ยังมีสูงมาก

ก้าวต่อไปของ Hund Haus
อย่างไรก็ตาม แม้จะเพิ่งเปิดได้เพียง 2 เดือน (ธันวาคม 2568 – มกราคม 2569) แต่ผลตอบรับดีเกินคาด โดยปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติ 30% คนไทย 70%
ซึ่งแผนในอนาคตของ “มินนี่-ณัฐนิช” คือ การทำให้สาขาพระราม 9 เสถียรที่สุดใน 1-2 ปีนี้ ก่อนจะมองการขยายสาขาไปต่างจังหวัด เช่น ภูเก็ต ในรูปแบบ Beach Club
แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุด คือเป้าหมายส่วนตัวในการทำ “คาเฟ่หมาจร” รับน้องหมาหาบ้านมาดูแลในคาเฟ่
ให้ลูกค้าได้สัมผัสและรับไปเลี้ยง ซึ่งเป็นการทำ CSR ที่คืนกำไรกลับสู่เพื่อนร่วมโลกสี่ขาอย่างยั่งยืน
บทสรุปคือ Hund Haus ไม่ใช่แค่ธุรกิจที่เกิดขึ้นตามกระแส Pet Humanization
แต่เกิดจาก Passion + Insight ของคนที่ “เลี้ยงหมามาทั้งชีวิต” ผสมผสานกับความรู้ด้านการตลาด
จนสามารถยกระดับมาตรฐานคำว่า Pet Friendly ในไทยขึ้นไปอีกขั้น
