“คาวาลลิโน” เปิดตัว “เฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโน” ลงสนาม วาดฝัน 4 ปี ขาย 50 คัน

ถ้าพูดถึงซุปเปอร์คาร์รถยนต์หรูที่มีราคาตั้งแต่ 20 ล้านขึ้นไป ต้องบอกว่าในบ้านเรามีอยู่ 3 แบรนด์ที่ขับเคี่ยวกันมา ได้แก่ แม็คลาเรน แลมโบกินี่ และ เฟอร์รารี่

ซึ่งสำหรับเฟอร์รารี่ได้มีการแต่งตั้งให้ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายและซ่อมบำรุงรถยนต์เฟอร์รารี่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว โดยทำตลาดมาทั้งหมด 9 ปีแล้ว และตั้งแต่เปิดจนถึงปัจจุบันได้เปิดตัวรถไปแล้วถึง 16 รุ่น ซึ่งราคาที่นิยมจะอยู่ระหว่าง 25-27 ล้านบาท

ล่าสุดได้เปิดตัวเฟอร์รารี่ พอร์โตฟิโนเข้าสู่สนามเมืองไทย ราคาประมาณ 20.5 ล้านบาท โดยรถรุ่นนี้ได้ถูกวางให้เข้ามาแทนรุ่นแคลิฟอร์เนีย และแคลิฟอร์เนีย ที ที่ได้ทำทำตลาดมา 5 ปี และสามารถทำยอดขายรวมได้ถึง 15% ของทุกรุ่นรวมกัน

พร้อมกับวางแผนให้พอร์โตฟิโนเข้ามาช่วยขยับสัดส่วนให้เป็น 25% ภายใน 5 ปี โดยได้ตั้งเป้าภายใน 4 ปีซึ่งเป็นระยะเวลาของการทำตลาดปรกติของเฟอร์รารี่ จะมียอดขายทั้งหมด 50 คัน สำหรับในปีนี้ได้รับโควต้ามาทั้งหมด 15 คัน และได้ถูกจองหมดแล้ว

แสดงว่าให้ว่าถึงเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่สำหรับซุปเปอร์คาร์ไม่ค่อยจะได้รับผลกระทบมากนัก เพราะขนาดภาษีนำเข้าของไทยสูงที่สุดในโลกถึง 328% แซงหน้าสิงคโปร์ที่อยู่ราว 240% ยอดขายของเฟอร์รารี่ยังเป็นที่ 1 ในภูมิภาคนี้อยู่ดี

และตั้งแต่คาวาลลิโนทำตลาดมา 9 ปี จำนวนเฟอร์รารี่ได้เพิ่มจาก 350 คัน มาเป็น 700 คัน

ดังนั้นในมุมมองของ วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี รองประธานบริษัท กรรมการบริหาร บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ความท้าทายขอการทำตลาดไม่ได้อยู่ที่ แบรนด์ แต่อยู่ที่ บริการหลังการขาย

ด้วยชื่อแบรนด์ที่แข็งเกร่ง จึงไม่จำเป็นต้องการตลาดมากนักสำหรับตัวแบรนด์ สิ่งที่ท้าทายและถือเป็นโจทย์ยากจึงอยู่ที่ บริการหลังการขาย เพราะต้องดูแลรถให้เท่าเทียมกันทุกคัน ยิ่งการบริการที่มีคนเข้ามาเกี่ยวข้อง เราเองก็ยอมรับว่ายังมีข้อผิดพลาด ซึ่งต้องพยายามปรับวิธีการทำงานให้เข้าใจมากขึ้น

ทั้งหมดจึงเป็นโจทย์ที่ต้องแก้กันภายใน แต่ปัจจัยภายนอกซึ่งหมายดึงด้านการแข่งขัน วรวุฒิก็ยอมรับว่ายังอยู่ในช่วงสบายๆไปอีกอย่างน้อย 1.5 ปี เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นกับแบรนด์คู่แข่ง ต้องใช้เวลาพอสมควรถึงจะลุล่วง ทำให้เวลานี้คาวาลลิโนครองส่วนแบ่งตลาดเกือบ 100% แล้ว

อย่างไรก็ตามคาวาลลิโนได้วางแผนขยายศูนย์ซ่อมบำรุง รวมทั้งขยายในเรื่องบุคลากรที่เข้ามาปรับปรุงระบบต่างๆ ตลอดจนลงทุนในเรื่องซอฟแวร์ โดยจะใช้งบลงทุนร่วม50ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ เพื่อรองรับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น เสริมบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนแท่นยกรถในศูนย์ซ่อม(Hoist) เป็นต้น แต่ยังเหลือการทำสีซึ่งวางแผนจะทำในเฟสต่อไป

ด้านเกมตลาดได้วางกลยุทธ์การบอกต่อ(Word of Mouth) ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จที่ทำยอดขายได้ถึง 60% โดยจะมีการจัดโรดโชว์ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย และยังทำกิจกรรมร่วมกับชมรม Ferrari Owner Club Thailand ตลอดจนสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านออนไลน์ทั้ง Instagram Facebook เพื่อสร้าง Engagement) กับแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

โดยปีนี้ได้ตั้งเป้าเติบโต 20% ทั้งรายได้ และจำนวนรถที่ส่งมอบ เนื่องจากถ้าสั่งตรงรอบผลิตก็จะต้องรอ 3-4 เดือน แต่ถ้าไม่ตรงก็จะเป็นประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 100 คัน จากปีที่ผ่านมาที่ส่งมอบไปประมาณ 70-80 คัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline