ใครจะไปคิดว่ากล่องข้าวสามารถนำไปต้มมาม่าได้

แล้วใครจะคิดว่าถาดทำน้ำแข็งจะสามารถเอาไปเป็นพิมพ์อบขนมได้

แต่ Hakoandco. ทำได้ 

Hakoandco. เป็นแบรนด์ไทยที่ตั้งต้นจากโจทย์สำคัญว่า จะทำอย่างไรให้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ทำให้ผู้คนอยากหยิบมาใช้งานในชีวิตประจำวันจริง ไม่ใช่เพียงสินค้าทางเลือกสำหรับคนรักษ์โลกเท่านั้น 

หลังจากใช้เวลาลองผิดลองถูก ปรับโน่นแก้นี่ไปเรื่อย ๆ  ในที่สุด Hakoandco. ก็สามารถทลายภาพจำเดิม ๆ ของสินค้ารักษ์โลกที่มักถูกมองว่าน่าเบื่อ ใช้งานไม่สะดวก หรือมีข้อจำกัดมากมาย และพิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนกับความสนุกในการใช้งานสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เมื่อสินค้าได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านฟังก์ชัน ความสวยงาม และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่

รู้จัก hakoandco. แบรนด์ที่เริ่มขึ้นจากแนวคิดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน

Hako เป็นภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ‘กล่อง’ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เริ่มต้นของ hako. แบรนด์ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิดของ พิม-จันทร์จิรา เหลารัตนา และ เต็ม-ธีธัช สู่ประเสริฐ ด้วยความที่ทั้งคู่ชอบกินอาหารสตรีทฟู้ด แต่อาหารที่ซื้อมานั้นมักแลกมากับการได้รับขยะจำนวนมหาศาล กล่องโฟมบ้าง พลาสติกบ้าง ซึ่งถ้าจะใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวทุกวันก็แอบรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย จึงอยากทำอะไรสักอย่างที่สามารถลดการใช้แพ็กเกจจิ้งแบบใช้แล้วทิ้ง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังทำคนใช้ชีวิตง่ายขึ้นด้วย

จากแนวคิดเล็ก ๆ นี้จึงออกมาเป็นสินค้าแรกของ hako. ซึ่งคือ กล่องข้าว 2 ช่องที่ออกแบบมาให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินของคนไทย ที่มักรับประทานข้าวคู่กับกับข้าวหลายประเภท โดยฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือ กล่องข้าวของ hako. สามารถพับให้กลายเป็นกล่องข้าวไซส์จิ๋วเพื่อพกพาไปไหนได้สะดวก เวลาจะใช้ก็แค่กางกล่องออกมาเท่านั้น เจ้าของแบรนด์สาธิตให้เห็นโดยการนำกล่องข้าวไปลองใช้งานให้เห็นจริง ไปใส่ข้าวราดแกง ไปใส่ขนมหวาน และอีกสารพัดเมนู และจากไอเดียนี้เองก็ทำให้คนหันมาสนใจกล่องข้าวของ hako. มากขึ้นเรื่อย ๆ

จนถึงปัจจุบัน แบรนด์ hako. มีสินค้า eco-friendly หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้าวแบบช่องเดียว หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ถาดใส่น้ำแข็ง (Ice Tray) หลอด โดยสินค้าทั้งหมดล้วนทำจากวัสดุซิลิโคน (Silicone) จนอาจเรียกได้ว่า วัสดุซิลิโคนกลายเป็นเอกลักษณ์ของ hako. ไปแล้ว

เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่อยากรักษ์โลก แต่ไม่อยากเปลี่ยนชีวิตมากเกินไป 

Pain Point ของสินค้ารักษ์โลกในอดีต คือ  ไม่เหมาะแก่การใช้งานในชีวิตประจำวัน หลายคนคงจะเคยลิ้มรสสัมผัสเปื่อยยุ่ยของหลอดกระดาษ ถุงรัดแกงที่มีรูขาดจนอาหารรั่วซึมออกมา และอีกปัญหาหนึ่งคือ สินค้ารักษ์โลกมักดูเป็นสินค้าทางเลือกมากกว่าจะเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ หรือดีไซน์ไม่ดึงดูดพอที่จะทำให้อยากหยิบขึ้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน

แล้ว hako. เสนอทางออกให้กับปัญหานี้อย่างไรบ้าง? hako. ได้วางโจทย์หลักไว้ 3 ประการ ได้แก่

  1. Your Daily Buddy – Something You Will Use Daily

hako. ออกแบบสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีสีสันน่ารัก ดีไซน์ดูเก๋และทันสมัย ทำให้กลายเป็นเหมือนบัดดี้คู่ใจที่คนอยากหยิบติดกระเป๋าไปใช้งานในทุกวัน

  1. Recyclable – We Use Recyclable Material for Every Parts

โจทย์สำคัญของสินค้า hako. คือ วัสดุที่ใช้ต้องสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ในทุกส่วนประกอบ ซึ่งแนวทางนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมในการลดขยะได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากนัก เพราะความยั่งยืนถูกฝังอยู่ในตัวสินค้าและกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้น

  1. Simple Design – Simple and Functions

ความน่ารักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับ hako. เพราะหัวใจสำคัญของแบรนด์คือการทำให้สินค้าใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพ สินค้าทุกชิ้นจึงถูกออกแบบโดยคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกล่องข้าวที่ต้องปิดสนิทเพื่อป้องกันอาหารหกเลอะกระเป๋า หรือผลิตภัณฑ์ซิลิโคนที่ต้องมีความทนทานและใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น สินค้าของ hako. ไม่ได้ใช้งานได้เพียงฟังก์ชั่นเดียวเท่านั้น อย่างกล่องอาหารที่ไม่ได้ไว้ใส่แค่อาหาร ถาดน้ำแข็งก็ไม่จำเป็นต้องทำน้ำแข็งเพียงอย่างเดียว เนื่องจากวัสดุที่ใช้เป็นซิลิโคนที่สามารถทนความร้อนได้ เราจึงเห็นแบรนด์แนะนำการนำกล่องใส่อาหาร หรือถาดน้ำแข็งไปอบขนม เห็นการใช้ฝากล่องอาหารมาแทนจานทานอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งการใช้งานได้หลากหลายนี้เองก็เป็นการดึงดูดให้คนหันมาสนใจสินค้าของแบรนด์ hako. และสนุกกับการนำสินค้ารักษ์โลกมาใช้งานในสไตล์ของตัวเองมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ เราจะเห็นผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่เลือกใช้สินค้าของ hako. เพราะชื่นชอบทั้งดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ขณะที่คุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นข้อดีที่เพิ่มเติมเข้ามา 

ตั้งแต่ที่สินค้าของ hako. วางขายครั้งแรกในปี 2022 จนถึงปัจจุบันที่มีสินค้าหลายอย่างออกมาอีกมากมาย ผู้ใช้หลายคนนำผลิตภัณฑ์ของ hako. ไปสร้างสรรค์การใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนำกล่องข้าวไปใส่อาหารหลากหลายเมนู ตั้งแต่ข้าวกลางวัน ผลไม้ ไปจนถึงขนม หรือนำถาดน้ำแข็งไปทำขนมเค้ก วุ้นกรอบ หรืออีกหลากหลายเมนูที่บางครั้งก็คาดไม่ถึง และมักถ่ายภาพการใช้งานจริงส่งกลับมาให้ทางแบรนด์ดูอยู่เสมอ จนกลายเป็นความผูกพันเล็ก ๆ ระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งาน 

กระแสตอบรับของ hako. นี้เองที่สะท้อนให้เห็นว่า hako . ประสบความสำเร็จในการทำให้จากสินค้าที่อาจดูเป็นสินค้าของคนสายอนุรักษ์ มาเป็นไลฟ์สไตล์ที่สามารถหยิบมาเล่นและพลิกแพลงได้หลากหลาย และเป็นการส่งเสริมให้คนช่วยกันลดขยะไปในตัว