คุณสุวิตา จรัญวงศ์ CEO & Co-founder of Tellscore and Vice President of the Thailand Content Creator Association (TCCA), คุณขจร เจียรนัยพานิชย์ Managing Director, Executive Editor : RAiNMaker, คุณอิสระ ฮาตะ Co-Founder of Rubsarb Production ร่วมกันฉายภาพทิศทางของวงการครีเอเตอร์ในไทย

จากงาน SUPALAI Presents Creative Talk Conference 2026 เซกชั่น Creator & Influencer Trend 2027

จากนักสร้างคอนเทนต์ สู่ ‘Creatorpreneur’ 

นิยามของครีเอเตอร์ได้พัฒนาไปสู่การเป็น Creatorpreneur หรือผู้ประกอบการที่เริ่มมีแบรนด์และสินค้าเป็นของตัวเอง ไปจนถึงการจัดตั้งบริษัทอย่างจริงจัง 

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ทำให้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง TikTok ตัดสินใจสร้าง Data Center ในไทย รวมถึง YouTube และ Instagram ที่หันมาจัดกิจกรรมในประเทศอย่างคึกคัก 

ขณะเดียวกัน สถิติชี้ชัดว่าคนไทยและคนเวียดนามเป็นกลุ่มผู้บริโภคอันดับต้น ๆ ของโลก ที่ตัดสินใจซื้อสินค้าตามการแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งมีอิทธิพลมากกว่าการดูปัจจัยอื่นอย่างโฆษณาหรือส่วนลด

วิดีโอสั้นคือ ‘การทักทาย’ แต่วิดีโอยาวคือ ‘สินทรัพย์’ 

รูปแบบคอนเทนต์ในปัจจุบันชิฟต์ไปที่คลิปวิดีโอสั้น ซึ่งครองสัดส่วนสูงสุดถึง 82.7% จากรายงาน Thailand’s Creator & Influencer Report 2025 by RAiNMaker ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากบัญชีครีเอเตอร์ไทยจำนวน 61,716 บัญชี หรือคิดเป็นฐานข้อมูลครีเอเตอร์กว่า 100,000 คน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567

คลิปวิดีโอสั้น ได้กลายมาเป็นเครื่องมือค้นหาหลักสำหรับ Gen Z (อายุประมาณ 14-29 ปี) 

ทั้งนี้ คลิปสั้นเปรียบเสมือนการทักทายเพื่อนเวลาเดินสวนกันในห้าง เน้นการส่งผ่านอารมณ์อย่างรวดเร็วแต่ไม่ได้สร้างความผูกพันลึกซึ้ง 

หากแบรนด์เน้นทำแต่คลิปสั้นเพื่อขายของอย่างเดียวก็มักจะขายไม่ได้ ในทางกลับกัน วิดีโอแบบยาวบนแพลตฟอร์มอย่าง YouTube ยังคงเป็นแอปพลิเคชันที่คนไทยใช้เวลาดูนานที่สุดต่อวัน 

คลิปยาวเปรียบเสมือนการนั่งทานข้าวด้วยกัน ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับผู้ชม และถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงสุดติดตัวครีเอเตอร์ในระยะยาว

กางแผน 4 พื้นที่โซเชียล

เมื่อพฤติกรรมคนดูไม่เหมือนกัน ต้องหาบ้านที่ใช่ให้คอนเทนต์

แพลตฟอร์ม (จำนวนบัญชีผู้ใช้งาน) 4 อันดับแรก หมวดคอนเทนต์ยอดนิยมของครีเอเตอร์ จุดเด่น รูปแบบคอนเทนต์และการเล่าเรื่องที่แนะนำ
Facebook (58 ล้านบัญชี) Entertainment: 11.9%

News & Reporter: 9.9%

Gaming: 9.1%

Travel: 7.4%

แพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้วงกว้าง เหมาะสำหรับการสร้างคอมมูนิตี้ และเกาะกระแสสังคม คอนเทนต์ที่เล่าเรื่องย่อยง่าย ข่าวสาร ความบันเทิง หรือข้อคิด ที่คนพร้อมจะกดแชร์และเข้ามาคอมเมนต์พูดคุยกัน
TikTok (44.3 ล้านบัญชี) Beauty & Fashion: 31.6%

Lifestyle: 31.1%

Food Drink & Cafe: 7.0%

Travel: 4.2%

ขยายฐานลูกค้าใหม่ ป้ายยาสินค้า และเป็นพื้นที่ยอดนิยมสำหรับการทำแอฟฟิลิเอต และไลฟ์คอมเมิร์ซ  วิดีโอสั้น ที่ดึงดูดตั้งแต่วินาทีแรก เข้าถึงง่าย มีโอกาสถูกแชร์และไวรัลได้อย่างรวดเร็ว
YouTube (44.2 ล้านบัญชี) Gaming: 18.0%

Entertainment: 15.9%

Lifestyle: 10.5%

Beauty & Fashion: 6.3%

แพลตฟอร์มวิดีโอยาวที่แข็งแกร่ง เหมาะกับการสร้างฐานแฟนคลับหรือ คอมมูนิตี้ที่สามารถยืนระยะได้นาน วิดีโอขนาดยาวที่คนดูสามารถอยู่ด้วยได้นาน เช่น แคสต์เกม รายการวาไรตี้ หรือ Vlog สามารถแฝงข้อมูลสินค้าและ Tie-in ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 
Instagram (18.7 ล้านบัญชี) Lifestyle: 29.1%

Beauty & Fashion: 23.5%

Travel: 14.9%

Food Drink & Cafe: 8.8%

สร้างแรงบันดาลใจ โดดเด่นเรื่องการยกระดับภาพลักษณ์ คอนเทนต์ต้องสวยงาม ดูดี มีเทสต์ ผ่านการนำเสนอทั้งรูปภาพเดี่ยว ภาพอัลบั้ม และวิดีโอสั้นที่สะท้อนไลฟ์สไตล์
Marketeer FYI: Travel เป็นหมวดเดียวที่ติดท็อป 5 ในทุกแพลตฟอร์ม ส่วน 3 หมวดที่การแข่งขันยังไม่สูงมาก แต่มีเม็ดเงินสะพัด และสร้างยอดเอนเกจเมนต์ได้ดี ได้แก่ แม่และเด็ก, สัตว์เลี้ยง, ศิลปะวัฒนธรรม
ที่มา: Thailand’s Creator & Influencer Report 2025 by RAiNMaker ที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากบัญชีครีเอเตอร์ไทยจำนวน 61,716 บัญชี หรือคิดเป็นฐานข้อมูลครีเอเตอร์กว่า 100,000 คน ตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2024 และงาน Creative Talk Conference 2026 เซกชั่น Creator & Influencer Trend 2027 / มิถุนายน 2026

เจาะลึก 3 หมวดหมู่คอนเทนต์ดาวรุ่ง 

นอกเหนือจาก 7 หมวดหมู่หลัก อย่างไลฟ์สไตล์, ความงาม, ท่องเที่ยว, บันเทิง, เกมเมอร์, อาหาร และข่าว ที่อยู่ยงคงกระพันแล้ว 

ในขณะเดียวกันก็มี 3 หมวดหมู่ดาวรุ่งที่มาแรง ได้แก่ หมวดแม่และเด็ก หมวดสัตว์เลี้ยง และหมวดศิลปะวัฒนธรรม อย่างพอดแคสต์เล่าประวัติศาสตร์เชิงลึก 

ความน่าสนใจคือ หมวดแม่และเด็กกับหมวดสัตว์เลี้ยง ถือเป็นกลุ่มที่ทำยาก เพราะครีเอเตอร์ต้องมีลูกหรือสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ถึงจะเข้าใจบริบทและผลิตงานออกมาได้ สิ่งนี้ส่งผลให้อัตราการแข่งขันยังไม่สูงมาก แต่มีเม็ดเงินสะพัดและสร้างยอด เอนเกจเมนต์ได้ดีเยี่ยม 

ส่วนหมวดหมู่ที่มีแนวโน้มลดลงคือ หมวดไอที ที่เริ่มมีความนิยมลดลงจนค่อย ๆ หายไป และถูกกลืนเข้าไปรวมกับหมวดหมู่อื่น ๆ อย่างไลฟ์สไตล์หรือความงามแทน 

นอกจากนี้ พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ยังมีความเฉพาะเจาะจงตามแพลตฟอร์ม เช่น หมวดรถยนต์ ที่ผู้บริโภคจะนิยมเสพและมีเอนเกจเมนต์สูงที่สุดบน YouTube เนื่องจากใช้เป็นช่องทางหลักในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกก่อนตัดสินใจซื้อ

‘ความจริงใจ’ อาวุธเดียวที่ AI แย่งไปไม่ได้ 

ในยุคที่เทคโนโลยี AI สามารถผลิตคอนเทนต์เสมือนจริงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สิ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้คือ ความคิดเห็นส่วนตัว และความเป็นมนุษย์หรือความจริงแท้ 

การทำงานของครีเอเตอร์ยุคใหม่จะไม่วัดผลแค่ยอดไลก์หรือยอดแชร์อีกต่อไป แต่มุ่งเน้นไปที่การสร้างคุณค่าที่แท้จริง 

ครีเอเตอร์ต้องมีความโปร่งใส มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ระบุแหล่งอ้างอิงข้อมูลที่ชัดเจน และที่สำคัญคือ ต้องทำคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่มุ่งแต่จะทำคอนเทนต์เพื่อเอาใจอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว

จัดระเบียบวงการด้วยมาตรฐาน TCCA สู่ความยั่งยืน 

เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดครีเอเตอร์ จึงได้มีการก่อตั้ง ‘สมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย’ (Thailand Content Creator Association: TCCA) เป้าหมายหลักคือ การยกระดับและผลักดันให้อินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และนักขายออนไลน์ให้เป็นอาชีพที่ได้รับการยอมรับในทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ 

หากพบว่าครีเอเตอร์มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือผิดจริยธรรม จะถูกตัดสิทธิ์จากการรับรางวัลบนเวทีใหญ่ และสมาคมฯ จะร่วมมือกับเอเจนซีเพื่อระงับการจ้างงาน ซึ่งจะช่วยลดแสงของครีเอเตอร์สายเทา 

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเดินหน้าผลักดันสวัสดิการให้คนทำงาน เช่น การร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเพื่อทำ Credit Scoring โดยผลักดันให้ใช้สัญญาจ้างแทนสลิปเงินเดือนในการทำธุรกรรมทางการเงิน 

ซึ่งเป็นการเตรียมโครงสร้างอุตสาหกรรมให้พร้อม ก่อนที่ประเทศไทยจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายควบคุมครีเอเตอร์อย่างเป็นรูปธรรมในอีกประมาณ 1 ปีข้างหน้า