ฮอนด้า เร่งหั่นต้นทุนผ่านการสนับสนุนซัพพลายเออร์ SME พร้อมเดินหน้าเทคโนโลยี Smart Car และปรับโฉมโชว์รูมด้วย AI มุ่งทวงคืนแชมป์ยอดขายอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ภายในปี 2030
ในตลาดยานยนต์ปัจจุบันที่การแข่งขันดุเดือด โดยเฉพาะการเข้ามาเขย่าตลาดของค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดที่เคยเป็นของแบรนด์เจ้าตลาดเดิมถูกแบ่งเค้กออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฮอนด้า โกลบอล ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุดได้ประกาศปรับแผนยุทธศาสตร์ธุรกิจระดับโลก โดยยกระดับให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นภูมิภาคที่สำคัญที่สุด และประเทศไทยก็ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของฮอนด้าเช่นกัน
งานฟาสต์ ออโตโชว์ 2026 “คุณโคจิ อิวานามิ” ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของบริษัทคือ การกลับมาทวงคืนตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลให้ได้อีกครั้งภายในปี 2030 พร้อมกับสร้างภาพจำใหม่ให้ลูกค้ามองฮอนด้าในฐานะแบรนด์ที่มีความล้ำสมัย
ขอสู้ศึกรถจีนด้วยการหั่นต้นทุน
คุณโคจิ มองว่า ความท้าทายที่แท้จริงของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือ ‘การผลิตให้มีราคาถูกลง’ เพื่อต่อสู้กับแบรนด์รถยนต์จีนที่มีจุดแข็งด้านราคา ฮอนด้าจึงเลือกใช้กลยุทธ์ลดต้นทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
แนวทางที่ฮอนด้าใช้คือ การจับมือกับสถาบันการเงิน เพื่อเข้าไปสนับสนุนโครงสร้างทางการเงินและสภาพคล่องให้กับซัพพลายเออร์ที่เป็นผู้ประกอบการ SME
เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้มักมีปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียนในการทำแม่พิมพ์ผลิตชิ้นส่วน การเข้าไปช่วยพยุงตรงนี้จะทำให้ฮอนด้าได้ชิ้นส่วนในราคาที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่หลากหลายประเภทให้มีราคาถูกลง ชาร์จได้เร็ว และคงทนยิ่งขึ้น
ยุคของ Smart Car และการรวบตึงเข้าสู่แบรนด์ HRC
ตั้งแต่ช่วงสิ้นปีนี้เป็นต้นไป ฮอนด้าจะปรับเปลี่ยนสายการผลิตครั้งใหญ่ โดยรถยนต์รุ่นใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดเจนเนอเรชันใหม่และเทคโนโลยี Smart Car ซึ่งรถยนต์จะทำงานผ่านระบบปฏิบัติการใหม่ ที่สามารถเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่และความชอบของลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการได้แบบเฉพาะบุคคล
ส่วนในแง่ของผลิตภัณฑ์สายตกแต่งสปอร์ต ที่ผ่านมาฮอนด้ามีรุ่น RS หรือ Black Edition แต่ในอนาคต แบรนด์จะทำการรวบรถยนต์ตกแต่งพิเศษเหล่านี้เข้าไปอยู่ภายใต้แบรนด์ HRC (Honda Racing Corporation) ทั้งหมด
โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1. รถที่ใช้เทคโนโลยีเรซซิ่งชั้นสูง 2. รถที่เน้นสมรรถนะสปอร์ต และ 3. รถที่เน้นดีไซน์สปอร์ต
โลโก้ ‘H mark’ ใหม่ และปรับใหญ่โชว์รูม

ฮอนด้าเตรียมเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ผ่านเครื่องหมาย ‘H mark’ รูปแบบใหม่ ภายใต้คอนเซปต์มุ่งเป็นแรงผลักดันในทุกความท้าทายของลูกค้า โดยทั้งรถสันดาป และรถไฮบริดจะเริ่มใช้โลโก้ใหม่เดียวกัน ภายในสิ้นปีนี้
ทั้งในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดี ฮอนด้าเตรียมยกระดับโชว์รูมใหม่ในช่วงสิ้นปีนี้ลากยาวไปจนถึงปีหน้า โดยจะยกเลิกรูปแบบการขายเดิม ๆ แล้วนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ฮอนด้ายืนยันว่าจะยังคงใช้พนักงานในการสื่อสารเพื่อรักษาความอบอุ่นไว้ ไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่ากำลังคุยกับ AI รวมไปถึงการมุ่งสร้างคอมมูนิตี้เพื่อเข้าไปอยู่ในวัฒนธรรมของลูกค้า เช่น เรื่องของดนตรีและเสียงเพลง
อย่างการเปิดตัวพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาว ‘มิลลิ’ ซึ่งมาร่วมถ่ายทอดพลังและตัวตนของคนรุ่นใหม่ สะท้อนคาแรคเตอร์ของรถรุ่นซิตี้ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้า Gen Z (อายุประมาณ 14-29 ปี) ได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ในฝั่งของธุรกิจรถมือสอง (Honda Certified Used Car) ก็ได้มีการผ่อนปรนเงื่อนไขให้กว้างขึ้นเพื่อขยายตลาด แต่ยังคงมาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมไว้อย่างเข้มงวดเช่นเดิม
หนุนนโยบายรัฐ แต่ฝากการบ้านเรื่อง ‘บาทแข็ง’
เมื่อพูดถึงนโยบายภาครัฐ ฮอนด้ามองว่ามาตรการ EV 4.0 เป็นเรื่องดีที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่บริษัทอยากเสนอแนะให้รัฐบาลสนับสนุนรถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฮบริดอย่างเท่าเทียมกันด้วย เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อรถที่ถูกลง
ส่วนนโยบายรถเก่าแลกรถใหม่ ฮอนด้ามองว่าเป็นบวกอย่างมากต่อเศรษฐกิจและความปลอดภัยบนท้องถนน และเป็นโอกาสในการขายรถใหม่ของแบรนด์ญี่ปุ่นเช่นกัน

| ฮอนด้า อุ้ม SME ลดต้นทุน
สู้ศึกอีวีแดนมังกร หวังทวงแชมป์ตลาดรถยนต์นั่งใน 4 ปี |
|
| 5 อันดับแรก รุ่นรถจดทะเบียนใหม่สูงสุดของแบรนด์ ‘Honda’ (ฮอนด้า) ตั้งแต่ปี 2021 – พฤษภาคม 2026 | รวมทั่วประเทศ (คัน) |
| CITY | 106,239 |
| CITY HATCHBACK | 102,473 |
| HR-V | 97,816 |
| CIVIC | 71,863 |
| CR-V | 35,816 |
| ACCORD (รวม e:HEV / HYBRID) | 16,622 |
| กลุ่มรถซีดานและแฮทช์แบ็กขนาดเล็ก (City / City Hatchback) ครองแชมป์ยอดขายในระดับประเทศ แต่หากมองเฉพาะในกรุงเทพฯ รถอเนกประสงค์ เช่น HR-V กลับเป็นรุ่นที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุด | |
| Marketeer FYI: Honda มียอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์นั่งในไทย ตั้งแต่ปี 2019 – พฤษภาคม 2026 อยู่ที่ 2,498,697 คัน สูงที่สุดอันดับ 2 และอันดับ 1 หากนับเฉพาะกลุ่มรถยนต์นั่ง เช่น รถเก๋ง, รถอเนกประสงค์ | |
| ที่มา: สถิติรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) รย. 1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จากกรมการขนส่งทางบก, มิถุนายน 2026 | |
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ไทยเป็นฐานการผลิตส่งออกที่สำคัญมาก โดยโรงงานที่จังหวัดปราจีนบุรีมีการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปถึง 35,000 คันต่อปี และจำนวนรุ่นรถยนต์ที่ฮอนด้าผลิตและทำตลาดในประเทศไทยปัจจุบัน อยู่ที่ 6 รุ่น
ซึ่งบริษัทยืนยันจะเพิ่มโมเดลใหม่ในอนาคต โดยยังคงโฟกัสที่กลุ่มไฮบริด อย่างเช่น ฮอนด้า ซิตี้ และ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ไมเนอร์เชนจ์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ซึ่งวางตำแหน่งภาพจำใหม่ฮอนด้า ‘ล้ำหน้า-ราคาจับต้องได้’
ส่วนยอดขายโดยประมาณของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น e:N1 ยังเป็นไปตามแผน 30 คันต่อเดือน
ฮอนด้ายังได้ฝากข้อกังวลถึงรัฐบาลเรื่อง ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ เพราะปัญหาเงินบาทแข็งค่าส่งผลให้ราคารถยนต์เมื่อไปถึงปลายทางสูงขึ้นตามไปด้วย แม้จะผลิตได้คุณภาพสูงเพียงใดก็ตาม
ผลประกอบการย้อนหลัง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2023: รายได้ 158,453 ล้านบาท
ปี 2024: รายได้ 175,980 ล้านบาท
ปี 2025: รายได้ 140,870 ล้านบาท
“เครื่องหมาย H mark ใหม่มาพร้อมกับคำมั่นสัญญาถึงชีวิตที่เปี่ยมด้วยพลังและกล้าเผชิญความท้าทาย เราอยากสร้างความเป็นอิสระและเป็นแรงผลักดัน คอยสนับสนุนในทุก ๆ ความท้าทายที่ลูกค้าต้องการ และเราวางเป้าหมายใหญ่ไว้ว่า ในปี 2030 ฮอนด้าจะต้องกลับมาทวงคืนตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีกครั้ง” คุณโคจิ กล่าวทิ้งท้าย
