ปลายปี 2568 สยามพิวรรธน์เปิดตัว “NEXTOPIA” ที่สยามพารากอน ภายใต้แนวคิด World’s First Co-Creation Retail for Sustainable Lifestyle วางพื้นที่แห่งนี้เป็นเวทีทดลองเรื่อง “ความยั่งยืน” ทั้งการใช้พลังงานและทรัพยากร การออกแบบพื้นที่ ตลอดจนรูปแบบการทำงานร่วมกันของภาคส่วนต่าง ๆ

หัวใจสำคัญอยู่ที่การนำพลังของ ธุรกิจ ผู้คน ชุมชน และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันสร้างวิถีชีวิตแห่งอนาคต ผ่านแนวคิด “Co-Creation” เปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งเป็นหัวใจของ “วิถีสยามพิวรรธน์” ในการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแห่งโอกาส

Marketeer พาไปดู 5 การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนของ NEXTOPIA และบทบาทของสยามพิวรรธน์ในการสร้างทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมรีเทลระดับโลก

1. เปลี่ยนความตระหนักรู้สู่การลงมือทำ ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นไลฟ์สไตล์

การขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมมักประสบความท้าทายในการต่อยอดจากความตระหนักรู้ ไปสู่การดึงคนมาร่วมลงมือทำจริง

NEXTOPIA วางตัวเป็นพื้นที่กลาง เชื่อมโยงกว่า 100 คอมมูนิตี้และพันธมิตรร่วมจัดกว่า 130 กิจกรรม  ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มงานคราฟต์ (Makers & Craft) กลุ่มหลากหลายทางชีวภาพ (Animals & Biodiversity) ไปจนถึงสุขภาพ (Health & Wellness)

การเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมคิดและสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้วยตนเอง ช่วยให้วิถีชีวิตความยั่งยืนกลายเป็นเรื่องเข้าถึงง่าย และผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ

2. พิสูจน์ผลลัพธ์ด้วย Data วัดความยั่งยืนให้เห็นเป็นตัวเลข 

พลัง Co-Creation ขยายผลไปสู่การผนึกกำลังปรับระบบการบริหารจัดการทรัพยากรระหว่างศูนย์การค้า ร้านค้า และผู้เข้ามาใช้บริการ เกิดเป็นผลลัพธ์เชิงตัวเลขที่ตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล อาทิ

  • การลดการปล่อยคาร์บอน: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้กว่า 281,410 kgCO₂e เทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนต่อปีของต้นไม้ 26,690 ต้น
  • ประสิทธิภาพพลังงานและน้ำ: ลดการใช้พลังงานลง 20% โดยปรับมาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% พร้อมลดการใช้น้ำลง 35% จากเกณฑ์มาตรฐาน
  • การจัดการขยะหมุนเวียน: หมุนเวียนขยะกลับเข้าสู่กระบวนการใช้ประโยชน์ได้กว่า 184,200 กิโลกรัม ไม่นำขยะไปฝังกลบ 100% (Zero Waste to Landfill)

ตัวเลขเหล่านี้คือหลักฐานยืนยันว่า การร่วมมือกันช่วยให้เป้าหมายการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

3. สร้าง Learning Platform ส่งต่อองค์ความรู้สู่สังคม

การสร้างความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการส่งต่อองค์ความรู้เพื่อสร้างอิมแพกต์ในวงกว้าง

NEXTOPIA ขยายบทบาทจากพื้นที่ค้าปลีกสู่การเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เปิดเบื้องหลังระบบการจัดการพลังงาน น้ำ และขยะ ให้ผู้สนใจเข้าศึกษาผ่านโปรแกรม NEXTOPIA TOUR ซึ่งต้อนรับผู้เข้าร่วมทั้งชาวไทยและต่างชาติแล้วกว่า 5,000 คน

ควบคู่กับการได้รับการรับรองเป็น GCNT Learning Center จากสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย การเปิดเผยข้อมูลและกระบวนการทำงานช่วยส่งต่อองค์ความรู้ไปยังโรงเรียน ชุมชน และองค์กรธุรกิจ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ต่อในวงกว้าง

4. ยกระดับมาตรฐานสากล สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะ

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับนานาชาติ ทั้ง EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ระดับ Advanced และ Fitwel ระดับ 2 ดาว พร้อมรางวัล Best in Building Health Awards 2026 จาก Fitwel ซึ่ง NEXTOPIA ถือเป็นโครงการค้าปลีกแบบ Multi-Tenants แห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรองจากทั้งมาตรฐาน EDGE และ FITWEL

การได้รับมาตรฐานทั้งด้านประสิทธิภาพอาคารและการส่งเสริมสุขภาวะ สะท้อนการวาง Sustainability ให้ครอบคลุมตั้งแต่การใช้พลังงานและทรัพยากร ไปจนถึงคุณภาพของพื้นที่ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้งาน ขณะเดียวกัน การทำให้มาตรฐานเหล่านี้เกิดขึ้นในพื้นที่ Multi-Tenants ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากร้านค้าและพันธมิตรหลากหลายแบรนด์ให้ดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน

ภายในเวลาเพียงครึ่งปี ยังได้รับการยอมรับจากอีกหลายเวที ทั้ง The Best of Bangkok Design Week 2026 จาก European Product Design Award (EPDA), FIABCI-THAI Prix D’Excellence Awards 2026 ประเภท Sustainable Development และ Saint Francis of Assisi Award 2026 ซึ่งครอบคลุมทั้งมิติการออกแบบ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ยังได้รับการรับรอง GCNT Learning Center จากสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย หรือ United Nations Global Compact Network Thailand (GCNT) ซึ่งเชื่อมกลับไปสู่บทบาทของ NEXTOPIA ในฐานะ Learning Platform และตอกย้ำการเป็นพื้นที่ที่สามารถส่งต่อองค์ความรู้ พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

การได้รับการรับรองมาตรฐานและรางวัลจากหลากหลายสถาบันระดับนานาชาติ ครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพอาคาร สุขภาวะ การออกแบบ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายในเวลาไม่ถึงปี สะท้อนให้เห็นว่า แนวทางที่ NEXTOPIA เดินหน้ามาตั้งแต่ต้นเริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และความยั่งยืนสามารถเกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่

5. Game Changer กับบทบาท Opportunity Platform ต้นแบบระดับสากล

สยามพิวรรธน์สร้างการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมในภาพใหญ่ ด้วยการขยับบทบาทตนเองจากการเป็นผู้บริหารพื้นที่เช่าไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” ที่เปิดให้ภาครัฐ เอกชน รายย่อย และชุมชน เข้ามาร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน

ผลจากการร่วมมือในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี ทำให้ NEXTOPIA พัฒนาเป็น Living Prototype หรือต้นแบบที่มีชีวิต ซึ่งมีพร้อมทั้งผู้คน ชุมชน ข้อมูล และผลลัพธ์จากการดำเนินงานจริง นี่จึงเป็นอีกครั้งที่องค์ความรู้จากประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นต้นแบบให้โลกได้เรียนรู้ ในการพัฒนาโมเดลธุรกิจค้าปลีกด้านความยั่งยืน

และการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาทดลองและสร้างสรรค์ร่วมกันผ่าน Co-Creation คือกลไกสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นโมเดลธุรกิจแห่งอนาคต ที่สร้างคุณค่าจริงให้แก่ทั้งองค์กร ผู้คน และโลกไปพร้อมกัน