มีหลายวิธีที่ส่งให้ประเทศข้ามไปดังบนเวทีโลก และจะดีขึ้นไปอีกหากอีเวนต์ที่สร้างชื่อนั้นทำเงินมหาศาลเข้าประเทศด้วย
หนึ่งในประเทศที่ประสบความสำเร็จด้านนี้อย่างมากคือ สิงคโปร์ เพราะแม้เป็นประเทศเล็ก แต่ก็เสนอ “ไอเดียใหญ่” โปรโมตประเทศผ่านกีฬาแข่งรถ (มอเตอร์สปอร์ต) อย่าง F1
ที่มีการประเมินกันว่าตลอดหลายปีที่จัดมาทำเงินให้สิงคโปร์ไปแล้วราว 2,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 74,100 ล้านบาท)
ความน่าสนใจของเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะการแข่งรถเอฟ 1 ในสิงคโปร์ เป็นครั้งแรกและต้นแบบการแข่งช่วงกลางคืนอีกด้วย

โดยทั้งหมดเริ่มขึ้นจากมหาเศรษฐีในประเทศแถบอาเซียนที่อยากเอาใจแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตในอีกซีกโลกที่เป็นฐานสำคัญของเอฟ 1
ผู้ที่ผุดไอเดียแข่งเอฟวันช่วงกลางคืนคือ ออง เบง เซง มหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์ที่ย้ายมาจากมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าของโรงแรมใหญ่ๆ ในสิงคโปร์
รวมไปถึงมีหุ้นอยู่ในเชนผับดังอย่าง ฮาร์ดร็อก คาเฟ่ และเครือโรงแรมยักษ์อย่าง โฟร์ซีซันส์
ออง เบง เซง ผุดไอเดียการแข่งรถเอฟ 1 บนถนนในเมือง (ซิตี้เรซ) สิงคโปร์ ตั้งแต่ต้นยุค 90 เพื่อปลุกการท่องเที่ยว เหมือนกับซิตี้เรซในสิงคโปร์ช่วงยุค 60 และ 70

เขาขัดเกลาไอเดียดังกล่าวอยู่อีกหลายปี และได้มีการเพิ่มความแตกต่าง จุดขาย รวมถึงการเอาใจชาวยุโรป ฐานสำคัญของเอฟวัน อย่างการจัดช่วงกลางคืนเข้าไป
ประเด็นหลังสุดเป็นการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของโซนเวลาระหว่างเอเชียกับยุโรป ซึ่งหากจัดช่วงกลางคืน ชาวยุโรปก็จะสามารถดูถ่ายทอดสดในช่วงบ่ายวันหยุดพอดี
ออง เบง เซง นำไอเดียนี้ไปเสนอกับ เบอร์นี เอ็กเคิลสโตน ผู้บริหารเอฟวันซึ่งควบตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายลิขสิทธิ์การจัดแข่งเอฟวันด้วย
ปรากฏว่าฝ่ายหลังสนใจ เพราะนอกจากขยายฐานแฟนเอฟวันในเอเชีย และเอาใจชาวยุโรปแล้ว การแข่งช่วงกลางคืนยังถือเป็นความแปลกใหม่
พร้อมช่วยแก้ปัญหาเรื่องผลกระทบจากความร้อนในแถบอาเซียน ต่อนักแข่ง ทีมงาน และผู้ชมได้อีกด้วย .
ไอเดียการจัดแข่งในเมืองช่วงกลางคืน เป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น หลังรัฐบาลสิงคโปร์ให้เงินสนับสนุน 90 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) คิดเป็น 60% ของงบในการจัดและค่าลิขสิทธิ์รวม 150 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,000 ล้านบาท)
เมื่อทุกอย่างพร้อมการจัดแข่งเอฟวันในเมืองช่วงกลางคืนที่สิงคโปร์ ก็ได้ไฟเขียวออกสตาร์ทอย่างเป็นทางการเมื่อ 20 นาฬิกา ของวันที่ 28 กันยายน 2008
ตลอด 3 วันของเอฟวันในสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นการแข่งช่วงกลางคืนครั้งแรกในโลกในปีแรก ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
โดยทำให้สิงคโปร์มีเงินเข้าประเทศราว 120 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) พร้อมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น
จากนั้นเอฟวันช่วงกลางคืนในสิงคโปร์ก็มีการจัดแข่งอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในแต่ละปีทั้งแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต และคนทั่วโลกต่างก็เฝ้ารอคอย
เพราะนอกจากลุ้นว่านักขับคนใดและทีมใดจะชนะแล้ว ตลอด 62 รอบในการแข่ง ยังจะเห็นสถานที่ท่องเที่ยวและแลนด์มาร์กสวยๆ ของสิงคโปร์ อย่าง อาคาร มารินา เบย์ แซนด์ส
สวนพฤกษศาสตร์การ์เดนส์ บาย เดอ เบย์ และชิงช้าสวรรค์ยักษ์ สิงคโปร์ ฟลายเออร์ รวมไปถึงสะพานแอนเดอร์สัน ที่ล้วนมีการประดับไฟสุดตระการตายามค่ำคืนอีกด้วย
แม้เป็นประเทศอันดับ 5 ในเอเชียที่ได้จัดเอฟวันต่อจากญี่ปุ่น มาเลเซีย บาห์เรน และจีน แต่สิงคโปร์ก็เป็นประเทศแรกในโลกที่ได้จัดเอฟวันแบบซิตี้เรซช่วงกลางคืน
และยังถือเป็นประเทศในแถบอาเซียนที่จัดเอฟวันได้ประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกด้วย
ซึ่งนอกจากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยมีการประเมินว่าตั้งแต่ปี 2008-2025 (ยกเว้นที่ต้องงดไปในช่วงโควิดในปี 2020-2021) สิงคโปร์โกยเงินเข้าประเทศจากการจัดแข่งเอฟวันไปแล้วมากถึง 2,200 ล้านดอลลาร์
ส่วนเอฟวันที่สิงคโปร์ในปี 2026 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้ โดยสื่อสิงคโปร์รายงานว่า อีเวนต์มอเตอร์สปอร์ตรวมถึงกิจกรรมระดับโลกดังกล่าวยังคงได้รับความสนใจ
ยืนยันได้จากตั๋วเข้าชมที่ขายไปได้แล้วกว่า 300,000 ใบ ซึ่งใกล้เคียงกับในปีก่อนๆ / smsbridges, keithprowsetravel, formula1, wikipedia
