“ตลาด กกท.” เป็นแหล่งชอปปิงยามเย็นย่านรามคำแหงที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณลานหน้าสนามราชมังคลากีฬาสถาน

จุดเด่นของตลาดนี้ คือ เปิดเกือบทุกวัน (หยุดเฉพาะวันพุธ) และเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายหลากหลายประเภท

ตั้งแต่อาหารราคาหลักสิบบาท เสื้อผ้า ของแฟชั่น และเครื่องประดับต่างๆ ไปจนถึงร้านของคนดังระดับประเทศ 

ตลาดนี้ถือว่าเป็นเป็นศูนย์รวมของคนย่านรามคำแหงอย่างยาวนาน ตั้งแต่กลุ่มนักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน หรือคนที่อยู่ชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง

ที่มาที่ไปของตลาดแห่งนี้ เคยเป็นพื้นที่ลานจอดรถ และใช้ทำกิจกรรมต่างๆ มาก่อน

ตั้งอยู่ในพื้นที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงใช้ชื่อหน่วยงานมาเป็นชื่อตลาดตามไปด้วย

คาดว่าตลาด กกท. เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2550

ตลาดเริ่มตั้งแผงขายเวลาประมาณ 16.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ

ร้านค้าที่อยู่ในตลาดก็มีหลากหลายประเภท ตั้งแต่อาหาร ขนม เครื่องดื่ม เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับต่างๆ

ตลาดนี้จึงรองรับลูกค้าได้หลายกลุ่ม ทั้งคนที่ตั้งใจมาเดินตลาด คนที่แวะมาออกกำลังกายในพื้นที่ของ กกท. หรือคนทั่วไปที่แวะหามื้อเย็นก่อนกลับบ้าน

ส่วนค่าเช่าแผงก็เป็นราคาที่จับต้องได้ วันละไม่กี่ร้อยบาท ถือว่าเป็นตลาดที่พ่อค้าแม่ค้าสนใจเข้ามาจับจองพื้นที่ค้าขายกันเป็นจำนวนมาก

คำถามคือ อะไรทำให้ตลาดนัดที่เริ่มจากลานจอดรถ อยู่มาได้นานและยังคึกคักจนถึงทุกวันนี้?

จุดขายแรกคือ “จำง่าย”

ตลาดเปิดทุกเย็น หยุดแค่วันพุธ คนจึงจำได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องเป็นคนพื้นที่หรือมาเดินตลาดบ่อยครั้ง

เมื่อไรที่ต้องการหาอาหารมื้อเย็น ซื้อของใช้ หรือแวะซื้อของก่อนกลับบ้าน ก็นึกถึงตลาดนี้ได้ตลอด

จุดขายที่สองคือ “ทำเล” ที่อยู่ใกล้คนหลายกลุ่ม

อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นและนักศึกษาจำนวนมหาศาล

ขณะเดียวกันก็อยู่ใกล้ชุมชนอีกหลายแห่ง เช่น มหาดไทย (รามคำแหง 65) และเทพลีลา (รามคำแหง 39)

คนที่เดินในตลาดนี้จึงมีหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักศึกษา คนทำงาน ไปจนถึงคนที่อยู่ในชุมชนใกล้เคียง

จุดขายสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ คือ “มีหลายอย่างในที่เดียว”

ในพื้นที่ กกท. เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาออกกำลังกายได้ และบางวันก็มีอีเวนต์ใหญ่ เช่น คอนเสิร์ต หรือกีฬาระดับทีมชาติ

ฝั่งตรงข้ามมีตึกเอฟบีที แหล่งรวมอุปกรณ์กีฬา และมีร้านค้าชาวบ้านอยู่ในพื้นที่รอบๆ อีกเป็นจำนวนมาก

มาครั้งเดียวจึงได้หลายอย่าง ทั้งออกกำลังกาย ซื้อของ และกินอาหาร

การบริหารงานของตลาดก็มีการปรับตัวเข้ากับยุคออนไลน์ ทำให้คนเข้าถึงได้เรื่อยๆ

มีโซเชียลมีเดียในชื่อ “ตลาด กกท” ไว้แจ้งข่าวสารและประชาสัมพันธ์ พร้อมกับช่วยโปรโมตร้านค้าภายในตลาด และคอยบอกว่าวันนี้ร้านไหนเปิด ร้านไหนปิด ทำให้คนไม่ต้องมาเดินเสียเที่ยว

และสิ่งที่ทำให้ตลาดมีสีสันและได้พื้นที่หน้าสื่อเพิ่มขึ้นอีก คือ “คนดัง”

ในตลาดมีร้านลูกชิ้นของ “ลำไย ไหทองคำ” นักร้องชื่อดัง และ “กฤษดา วงษ์แก้ว” อดีตกัปตันฟุตซอลทีมชาติไทย ที่ทำธุรกิจร่วมกัน และมาขายของเองจริงๆ มีคนต่อแถวเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีอีกร้านที่ดังในโซเชียล อยู่ด้านในราชมังฯ ชื่อ “แซ่บทีมชาติ” เป็นร้านของ ลัคนา วาจาขำ อดีตนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย

เรื่องราวของคนดังทำให้ตลาดได้พื้นที่หน้าสื่อเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากตัวตลาดและสินค้าที่ขายอยู่แล้ว

ล่าสุด หลังจากต้องปิดไปชั่วคราวเพราะสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ตลาด กกท. เตรียมจะกลับมาเปิดอีกครั้งในวันที่ 12 ต.ค. นี้ ตรงกับช่วงคอนเสิร์ตศิลปินดังระดับโลกอย่าง The Weeknd

หากมองในมุมธุรกิจ ตลาด กกท. อาจไม่ได้มีสูตรสำเร็จที่ซับซ้อนเลย

เป็นการนำพื้นที่จอดรถมาปรับเป็นพื้นที่พาณิชย์ โดยใช้สูตรง่ายๆ คือ เปิดทุกวัน หยุดแค่วันพุธ ให้คนจำได้และนึกถึงอยู่เสมอ

บวกกับทำเลที่มีหลายอย่างรวมกันอยู่ในที่เดียว ทั้งสถานศึกษา ชุมชน สนามกีฬา และร้านค้ารอบๆ

ตลาด กกท. จึงกลายเป็นศูนย์รวมของคนในย่านรามคำแหงที่มีทุกอย่าง ตั้งแต่ร้านค้าชาวบ้านไปจนถึงร้านของคนดังระดับประเทศ