ไมเนอร์ ฟู้ด ผนึกพันธมิตรองค์กรขนาดใหญ่ รุกตลาดราเมงระดับแมส เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘Chiho Ramen’ (ชิโฮ ราเมง) ร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่พัฒนาขึ้นเอง และนับเป็นแฟรนไชส์ลำดับที่ 7 ของเครือในประเทศไทย
สอดคล้องกับผลสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร กรุงเทพฯ ประจำปี 2568 ที่ระบุว่า แม้จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี มาอยู่ที่ 5,781 ร้าน หรือลดลง 2.2% แต่ร้านราเมงกลับเติบโตสวนกระแสเพิ่มขึ้น 2.6% มีจำนวน 823 ร้าน มากเป็นอันดับ 3 รองรับพฤติกรรมคนไทยที่หันมานิยมร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีรสชาติเข้าถึงง่าย
คุณธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตัวร้านมาในรูปแบบขนาดกะทัดรัด ลงทุนต่ำ และเปิดขายแฟรนไชส์ตั้งแต่วันแรกเพื่อเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็ว มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยที่นิยมร้านอาหารญี่ปุ่นเฉพาะทางและมองหาความคุ้มค่า
การปั้นแบรนด์นี้มาจากการเล็งเห็นช่องว่างในตลาดราเมงเฉพาะทางของไทยที่มีมูลค่าราว 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นรายย่อยกระจายตัว และมีเจ้าตลาดรายใหญ่ที่เป็นร้านเฉพาะทางจริงจังเพียงรายเดียวคือ ราเมงเลข 8 ที่มีราว 170 สาขา

ชิโฮ ราเมง ซึ่งออกแบบตัวอักษร O ในโลโก้เป็นรูปชามราเมงพร้อมเส้นและตะเกียบ เข้ามาแก้ข้อจำกัดของราเมงญี่ปุ่นดั้งเดิมที่น้ำซุปมักเข้มข้นและมันจนเลี่ยน ทำให้ทานซ้ำทุกวันได้ยาก
โดยนำแนวคิดจากคำว่า ชิโฮ ที่แปลว่า ภูมิภาค มารวบรวมราเมงยอดนิยมจาก 8 ภูมิภาคหลักของญี่ปุ่น ได้แก่ ฮอกไกโด โทโฮคุ คันโต ชูบุ คันไซ ชูโกกุ ชิโกกุ และคิวชู มาไว้ในร้านเดียว ในราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาท มีช่วงราคาหลักที่ 99, 109 และ 119 บาท

จุดเด่นคือการปรับน้ำซุปให้เบาลงและลดความมันให้ถูกปากคนไทย พร้อมชูความคุ้มค่าด้วยหมูชาชูนุ่มหนาเต็มคำ มีเมนูให้เลือกหลากหลาย ทั้งซุปทงคตสึ ซุปขาว ซุปมิโซะ หรือทันทันเมงรสเผ็ด รวมถึงบะหมี่แยกซุป บะหมี่เย็น ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น และของทานเล่นครบครัน
เบื้องหลังการพัฒนามาจากการเสริมทีมผู้บริหารด้านนวัตกรรมควบคู่กับประสบการณ์บริหารร้านอาหารกว่า 40 ปี โดยเลือกชิโฮ ราเมง มาขยายแฟรนไชส์แทนร้านอุด้งหม้อหินร้อน เดอะ สโตน เพราะอุด้งเป็นตลาดพรีเมียมเฉพาะกลุ่ม ขณะที่ราเมงจับตลาดแมสได้กว้างกว่า
นอกจากนี้ยังผสานการศึกษาร่วมกับ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ โออาร์ เพื่อออกแบบระบบการทำงานให้เรียบง่าย ทำใบเมนูกระชับเพียง 2 หน้า ช่วยให้ปรุงอาหารรวดเร็ว ใช้พนักงานน้อย และคุมมาตรฐานได้ดี
ตัวร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น-มินิมอล มีแผนที่ราเมง 8 ภูมิภาค และครัวกึ่งเปิด ใช้พื้นที่เพียง 80-100 กว่าตารางเมตร ด้วยงบก่อสร้างราว 4 ล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นขนาดที่ช่วยให้ร้านดูคึกคักและหมุนเวียนลูกค้าได้ดี แบ่งเป็นรูปแบบในห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านขนาดเล็กในสถานีบริการน้ำมันโออาร์
ด้านกลยุทธ์การขยายสาขา ชิโฮ ราเมง ขับเคลื่อนด้วยโมเดลลงทุนต่ำที่เปิดขายแฟรนไชส์ควบคู่กับร้านของบริษัทตั้งแต่วันแรก โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนสาขาแฟรนไชส์อย่างน้อย 70%
ไฮไลต์สำคัญคือการใช้กลยุทธ์แฟรนไชส์องค์กรเป็นครั้งแรกในไทย โดยจับมือกับ โออาร์ ที่ได้รับสิทธิ์บริหารแบรนด์นี้ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น แต่เพียงผู้เดียว พร้อมขยายสาขาร่วมกันอีก 3 แบรนด์ คือ แดรี่ ควีน เดอะ พิซซ่า คอมปะนี และ สเต็ก แอนด์ มอร์
ส่วนฝั่ง ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้ตกลงขยายสาขาร่วมกัน 5 แบรนด์ในโลตัสและแม็คโคร ได้แก่ แดรี่ ควีน สเวนเซ่นส์ บอนชอน สเต็ก แอนด์ มอร์ และ กาก้า ช่วยให้เร่งขยายสาขาได้รวดเร็วโดยไม่กระทบแฟรนไชส์รายย่อยเดิม ซึ่งยังคงให้สิทธิ์ผู้ประกอบการรายเดิมต่อสัญญาก่อนเสมอ
ควบคู่ไปกับการพัฒนาร้านโมดูลาร์แยกเดี่ยว เช่น แดรี่ ควีน ที่ร่วมกับเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดหน้าร้านนอกห้างรับลูกค้ายามดึก และเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่เปิดในอำเภอรอบนอกเพื่อรองรับเดลิเวอรี
การเข้ามาของชิโฮ ราเมง ในฐานะแฟรนไชส์ลำดับที่ 7 เสริมทัพ 3 แบรนด์หลักที่ทำรายได้สูงสุดในไทยอย่าง เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ และแดรี่ ควีน รวมถึงกลุ่มที่ขยายแฟรนไชส์ไปก่อนหน้าอย่าง บอนชอน กาก้า และสเต็ก แอนด์ มอร์
ส่งผลให้ไมเนอร์ ฟู้ด มีสาขาในไทยรวมกว่า 1,900-2,000 สาขา เป็นแฟรนไชส์กว่า 800 สาขา จากประสบการณ์ 24 ปี และด้วยเครือข่ายกว่า 3,000 สาขาทั่วโลก ทำให้บริษัทมีอำนาจต่อรองราคาวัตถุดิบและบริหารซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากการรุกตลาดในไทยแล้ว ไมเนอร์ ฟู้ด ยังมุ่งก้าวสู่การเป็นผู้ให้สิทธิ์แฟรนไชส์ระดับโลก เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดไทยที่มีสัดส่วนสาขาเกือบ 2 ใน 3 โดยใช้บอนชอนเป็นหัวหอกบุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 500 สาขาใน 9 ประเทศ
เมื่อเปิดตลาดสำเร็จก็จะนำแบรนด์อื่นเข้าไปต่อยอดทันที เช่น กาก้า ที่ได้รับความสนใจสูงในตะวันออกกลางและฟิลิปปินส์ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ที่ตั้งเป้าขึ้นเป็นอันดับ 1 ในเวียดนามปีหน้า ตลอดจนการขยายแดรี่ ควีน, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, โซ คิทเช่น และ เดอะ คอฟฟี่ คลับ สู่เอเชียใต้และตะวันออกกลาง
สำหรับก้าวต่อไป ชิโฮ ราเมง เตรียมเปิดสาขาแรกในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ โลตัส สุขุมวิท 50 และตั้งเป้าขยายให้ได้ 90-100 สาขาภายใน 3 ปี
สอดรับกับเป้าหมายระดับโลกที่ต้องการขยายเครือข่ายร้านอาหารและเครื่องดื่มจากกว่า 3,000 สาขา สู่ 4,500 สาขาทั่วโลกภายในปี 2572 พร้อมดันสัดส่วนสาขาแฟรนไชส์จาก 50% เป็น 54-55% โดยมีตลาดราเมงระดับแมสและการบริหารระบบนิเวศร่วมกับพันธมิตรเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
